ตอนที่ 1 — ปรากฏการณ์เยือกแข็งในบริษัทอัญมณี
เสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงแต่แฝงไว้ด้วยความรวดเร็ว ดังก้องไปตามโถงทางเดินอันหรูหราของ “เพชรมายา” บริษัทอัญมณีชั้นนำของประเทศ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติ ใบหน้าคมคายดุจสลักเสลาจากหินอ่อน ดวงตาฉายแววเย็นชาเยือกแข็งราวกับน้ำแข็งในเดือนหิมะ เขาคือ กรณ์ จิรานุกูล CEO หนุ่มผู้มากฝีมือและทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอัญมณี อายุเพียงสามสิบต้นๆ แต่สามารถนำพา “เพชรมายา” ให้ก้าวหน้าจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลภายใต้การบริหารที่เฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว เขาคือผู้ชายที่ผู้คนต่างเกรงขาม ยากที่จะเข้าใกล้ และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เขายิ้มได้จริงจัง
“คุณกรณ์คะ” เสียงหวานใสของเลขาสาวดังขึ้นเมื่อกรณ์ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวอันกว้างขวาง ประดับประดาไปด้วยงานศิลปะล้ำค่าและวิวทิวทัศน์ของเมืองที่ทอดยาวสุดสายตา “วันนี้มีกำหนดการ…”
“ไม่ต้องรายงาน” กรณ์ตัดบทเสียงเรียบพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ “มีเรื่องสำคัญกว่านั้น”
เลขาสาวหน้าเหวอไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ “ค่ะ คุณกรณ์มีอะไรให้ฉันจัดการคะ”
“แจ้งฝ่ายบุคคล” กรณ์กล่าวพลางกวาดสายตามองเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงาน “ให้เร่งกระบวนการคัดเลือกพนักงานใหม่ในแผนกออกแบบให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ และให้รายงานผลสรุปมาที่ฉันโดยตรง”
“ค่ะ แต่ว่า…” เลขาสาวลังเล “ฝ่ายออกแบบของเรามีพนักงานครบแล้วนะคะ และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาคอลเลคชั่นใหม่สำหรับงานใหญ่ปลายปี”
“ฉันรู้” กรณ์ตอบเสียงเข้มขึ้น “แต่เราต้องการคนใหม่ เพิ่มเติม คนที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง”
“ความเปลี่ยนแปลง?” เลขาสาวเอ่ยถามอย่างสงสัย “หมายถึง… คุณกรณ์ไม่พอใจผลงานของทีมออกแบบปัจจุบันหรือคะ”
“ไม่เกี่ยวกับว่าพอใจหรือไม่พอใจ” กรณ์ตอบ พลางขยับแว่นตาที่สวมอยู่ให้เข้าที่ “แต่มันเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ที่ฉันต้องการเห็น และตอนนี้มันยังขาดบางอย่างไป”
ขณะเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของตึก “เพชรมายา” ที่อาจจะไม่ได้หรูหราเท่าชั้นบริหาร แต่ก็เต็มไปด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวา แผนกออกแบบอัญมณี ที่ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นสี กลิ่นโลหะ และเสียงเครื่องมือทำงาน ที่นี่คือที่อยู่ของ พราวรุ้ง พนักงานสาวนักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้เปี่ยมไปด้วยความฝันและความคิดสร้างสรรค์ เธอมีดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาว ผมยาวสลวยมักจะถูกรวบอย่างลวกๆ แต่ยังคงความสวยงามตามธรรมชาติ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยยอมแพ้
“รุ้ง! นี่ดูนี่สิ!” เสียงเพื่อนร่วมงานที่ชื่อ รัตนา ดังขึ้น เรียกให้พราวรุ้งหันไปมอง
พราวรุ้งเดินเข้าไปหา “อะไรเหรอ รัตน์?”
“ดูแบบที่ฉันเพิ่งร่างเสร็จสิ” รัตนาชี้ไปที่กระดาษบนโต๊ะ “ฉันว่ามันจะออกมาสวยมากเลยนะ ถ้าเราได้ใช้อัญมณีสีฟ้าเข้มประดับเข้าไป”
พราวรุ้งก้มลงมองแบบร่างด้วยความสนใจ “ว้าว สวยมากเลยรัตน์ ฉันชอบสไตล์การเล่นเส้นสายของเธอมากเลยนะ”
“ขอบใจ” รัตนายิ้มกว้าง “แต่ฉันแอบกังวลนิดหน่อยนะ เรื่องการคัดเลือกพนักงานใหม่นี่”
“ทำไมล่ะ” พราวรุ้งเลิกคิ้ว “ฉันว่ามีคนใหม่เข้ามาก็ดีออก จะได้มีไอเดียใหม่ๆ มาช่วยกัน”
“ก็ดีนะ” รัตนาถอนหายใจ “แต่ฉันได้ยินมาว่า CEO เป็นคนเข้มงวดมากนะ แล้วก็… มีข่าวลือว่าเขาจะเข้ามาดูผลงานของเราด้วยตัวเอง”
“จริงเหรอ?” พราวรุ้งตาโต “CEO มาดูงานเราเนี่ยนะ”
“ใช่ ฉันได้ยินจากพี่ๆ ในฝ่ายบุคคลมาอีกที” รัตนาพูดเสียงเบา “เขาว่ากันว่า CEO ของเราเป็นคนเยือกเย็นมากนะ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม แล้วก็… คาดเดาอะไรไม่ได้เลย”
“ฟังดูน่ากลัวจัง” พราวรุ้งพึมพำ “แต่ฉันว่าก็ไม่เป็นไรนะ เราทำงานของเราให้เต็มที่ก็พอ”
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” รัตนาพยักหน้า “เอาล่ะ กลับมาที่งานของเราต่อดีกว่า ฉันอยากให้เจียระไนพลอยให้ได้รูปทรงแบบนี้เลย”
พราวรุ้งพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอ หยิบดินสอขึ้นมาและเริ่มสเก็ตช์ภาพอัญมณีในจินตนาการของเธอเอง ท่ามกลางเสียงเครื่องมือ เสียงพูดคุย และกลิ่นอายของความคิดสร้างสรรค์ที่อบอวลอยู่ในห้อง เธอใฝ่ฝันเสมอว่าสักวันหนึ่ง ผลงานของเธอจะถูกนำไปจัดแสดงในระดับโลก และเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายๆ คน
เช้าวันต่อมา กรณ์เดินเข้ามาในแผนกออกแบบด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่สายตากลับกวาดมองทุกซอกทุกมุมอย่างพิจารณา พนักงานทุกคนในแผนกต่างก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้นเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของ CEO หนุ่มผู้ทรงอำนาจ กรณ์เดินผ่านโต๊ะทำงานของพนักงานแต่ละคนอย่างรวดเร็ว สายตาของเขามองทะลุแบบร่างต่างๆ ที่วางอยู่ แต่ดูเหมือนยังไม่มีสิ่งใดที่ดึงดูดความสนใจของเขาเป็นพิเศษ
จนกระทั่งสายตาของเขาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมุมหนึ่ง แบบร่างที่วาดด้วยลายเส้นที่อ่อนช้อย แต่แฝงไว้ด้วยพลังและความกล้าหาญ การผสมผสานสีที่ดูเหมือนจะขัดแย้ง แต่กลับสร้างความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง ชิ้นงานนั้นเป็นสร้อยคอที่ออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายเกลียวคลื่นทะเลสีคราม ที่มีไข่มุกเม็ดใหญ่สีขาวนวลประดับอยู่ตรงกลาง ราวกับคลื่นลูกนั้นกำลังโอบอุ้มสมบัติล้ำค่าเอาไว้
กรณ์หยุดยืนนิ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับแบบร่างนั้น มันไม่ใช่แค่การออกแบบที่สวยงาม แต่มันสะท้อนถึงจิตวิญญาณบางอย่างที่เขาไม่เคยพบเห็นในงานออกแบบอื่นๆ ที่ผ่านมา มันมีความเป็นธรรมชาติ ความลึกลับ และความงามที่บริสุทธิ์
“นี่มันอะไร?” กรณ์เอ่ยถามเสียงเข้ม แต่แฝงไว้ด้วยความสงสัย
พนักงานที่นั่งอยู่ใกล้เคียงรีบเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่า CEO กำลังสนใจแบบร่างของใคร พวกเขาก็รีบหันไปมองพราวรุ้งที่นั่งอยู่ตรงข้าม
พราวรุ้งสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อที่เธอไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเธอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอก็แทบจะกลั้นหายใจ
“คุณ… คุณเป็นใครคะ” พราวรุ้งถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก
กรณ์เหลือบมองเธอ แววตาเย็นชาแต่ก็ฉายประกายบางอย่างที่ทำให้พราวรุ้งรู้สึกประหม่า “ฉันคือกรณ์ จิรานุกูล”
พราวรุ้งตาโตขึ้นทันที นี่คือ CEO ของเธอ! ผู้ชายที่เธอเคยเห็นแต่ในข่าวและรูปภาพ!
“คะ… คุณกรณ์” พราวรุ้งรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ดิฉัน… ดิฉันพราวรุ้งค่ะ นักออกแบบค่ะ”
กรณ์พยักหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แบบร่าง “แบบนี้… ใครเป็นคนออกแบบ?”
“ดิฉันค่ะ” พราวรุ้งตอบเสียงเบา “เป็นแบบร่างสร้อยคอ ที่ได้แรงบันดาลใจจากคลื่นทะเลค่ะ”
กรณ์หยิบแบบร่างนั้นขึ้นมา เขาพลิกดูอย่างละเอียด พราวรุ้งยืนนิ่ง จิตใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอไม่รู้ว่า CEO ของเธอจะคิดอย่างไรกับผลงานของเธอ
“มีความหมายอะไรพิเศษรึเปล่า?” กรณ์ถามเสียงเรียบ
“เอ่อ… ก็… สำหรับดิฉัน มันคือความสงบค่ะ” พราวรุ้งตอบ “ความสงบที่มาจากธรรมชาติ แล้วก็… ความหวังที่เหมือนคลื่นที่ซัดเข้ามาไม่หยุด”
กรณ์เงยหน้าขึ้นมองพราวรุ้ง ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะอ่านใจเธอออกมาให้ได้ พราวรุ้งรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องจากสายตาอันคมกริบของเขา เธอไม่เคยรู้สึกประหม่าเช่นนี้มาก่อน
“ความสงบและความหวัง” กรณ์ทวนคำเบาๆ “น่าสนใจ”
เขาพลิกแบบร่างกลับไปมาอีกครั้ง ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะอย่างเบามือ “ฉันต้องการคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว”
“คะ?” พราวรุ้งตกใจ “คุย… คุยเรื่องอะไรคะ”
“เรื่องงาน” กรณ์ตอบ “และเรื่องของเธอ”
คำพูดนั้นทำให้พราวรุ้งสับสน เธอไม่เข้าใจว่าทำไม CEO ถึงต้องการคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว แต่น้ำเสียงของเขาก็ไม่ได้ฟังดูคุกคามอะไร
“ไปที่ห้องทำงานของฉัน” กรณ์กล่าวพลางหันหลังเดินนำออกไป
พราวรุ้งยืนนิ่งมองตามหลังของ CEO หนุ่มไป เธอหันไปมองรัตนาที่ทำหน้าเหลออยู่ แต่ก็ทำได้เพียงยักไหล่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามเขาไป ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานทุกคนที่จับจ้องมาที่เธอ
6,038 ตัวอักษร