ตอนที่ 13 — ความกังวลที่แอบซ่อน
เสียงหัวเราะร่าเริงของธนิน ลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบยังคงดังก้องไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ภาพความสุขของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้ คือสิ่งที่ธนากรและน้ำหวานใฝ่ฝันมาตลอด การได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของภรรยา และเสียงหัวเราะอันใสซื่อของลูกชาย คือยาชโลมใจชั้นดี ที่ช่วยเยียวยาบาดแผลในอดีตของเขาได้อย่างแท้จริง ชีวิตที่เคยมีแต่ความว่างเปล่า ถูกเติมเต็มด้วยความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวอันเป็นที่รัก
"พ่อครับ! ธนินขอมือไปหยิบลูกบอลหน่อยครับ" เสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น ธนากรมองไปยังธนินที่กำลังยืนอยู่ตรงโซฟาด้วยสีหน้าตื่นเต้น เขาผงกศีรษะเห็นด้วย ก่อนจะยื่นมือไปหยิบลูกบอลสีแดงสดส่งให้ลูกชาย
"นี่ครับลูกชาย วันนี้ซนมากเลยนะ" ธนากรกล่าวพลางยิ้มเอ็นดู
"ธนินอยากไปหาคุณย่าครับพ่อ" ธนินเอ่ยพร้อมกับดึงแขนเสื้อพ่อเบาๆ
น้ำหวานที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมา "คุณย่าเหรอคะ วันนี้คุณย่าจะมาทานอาหารกลางวันที่นี่ไงคะ เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงมาถึงแล้ว"
"จริงเหรอครับ! ธนินดีใจจัง" ธนินกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ภาพความทรงจำเกี่ยวกับคุณย่าของเขามักจะเป็นขนมอร่อยๆ และของเล่นชิ้นใหม่ๆ เสมอ
ธนากรมองธนินด้วยความรัก เขากอดลูกชายไว้แน่น "คุณย่ารักธนินที่สุดเลยนะรู้ไหม"
"รู้ครับ! แล้วพ่อก็รักธนินที่สุดด้วย" ธนินตอบกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกอดพ่อแน่น
"แน่นอนอยู่แล้ว ลูกรัก" ธนากรสบตาภรรยาของเขา น้ำหวานยิ้มตอบรับ ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์นี้ ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตของเขาไม่เคยสมบูรณ์แบบเท่านี้มาก่อน
แต่ทว่า เบื้องหลังภาพความสุขที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนั้น กลับมีบางอย่างที่คอยบั่นทอนจิตใจของน้ำหวานอยู่ลึกๆ เธอพยายามเก็บซ่อนความกังวลนั้นไว้ ไม่ให้สามีรับรู้ เพราะไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นห่วง หรือรู้สึกไม่สบายใจ
"คุณใหญ่คะ" น้ำหวานเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งทานอาหารค่ำกันตามลำพัง หลังจากที่คุณย่าและธนินเข้านอนแล้ว "ช่วงนี้... คุณมีเรื่องเครียดอะไรที่บริษัทหรือเปล่าคะ"
ธนากรมองภรรยาด้วยความประหลาดใจ "ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะครับ มีอะไรเหรอ"
"เปล่าค่ะ" น้ำหวานตอบอย่างรวดเร็ว "แค่มองๆ ดูก็รู้สึกว่าคุณใหญ่ช่วงนี้ดู... ดูเหนื่อยๆ ไปนิดหน่อย"
"อ๋อ เรื่องนั้นเอง" ธนากรหัวเราะเบาๆ "ผมแค่กำลังคิดถึงโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวน่ะครับ มันค่อนข้างท้าทาย แต่ไม่ถึงกับเครียดหรอกครับ"
"แน่ใจนะคะ" น้ำหวานยังคงกังวล "คุณใหญ่ไม่ต้องกังวลอะไรนะคะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ ก็บอกได้เสมอนะคะ"
"รู้แล้วครับ" ธนากรสบตาภรรยาของเขาด้วยความรัก "ขอบคุณนะน้ำหวานที่คุณเป็นห่วงผมเสมอ"
"ก็คุณเป็นสามีของฉันนี่คะ" น้ำหวานยิ้ม แต่ในใจก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ธนินเติบโตขึ้นทุกวัน และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวอยู่เสมอ เขากลายเป็นเด็กช่างสงสัย ช่างซักถาม ทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำถามที่ไม่หยุดหย่อน
"พ่อครับ ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้าครับ" ธนินถามขณะที่เขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง
ธนากรมองธนินด้วยความเอ็นดู "เพราะแสงแดดที่ส่องลงมายังโลกของเราน่ะครับ แสงแดดประกอบด้วยสีหลายสี แต่สีฟ้าเป็นสีที่กระเจิงได้ดีที่สุดในชั้นบรรยากาศของเรา ท้องฟ้าเลยปรากฏเป็นสีฟ้าที่เราเห็นกันทุกวันไงครับ"
"โอ้โห! วิเศษจังเลยครับพ่อ" ธนินอุทานด้วยความตื่นเต้น "แล้ว... แล้วพระอาทิตย์ตกดิน ทำไมถึงเป็นสีส้มครับ"
"นั่นก็เป็นเพราะว่า ตอนพระอาทิตย์ตก แสงแดดต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศที่หนากว่าปกติ ทำให้แสงสีฟ้ากระเจิงออกไปหมด เหลือแต่แสงสีส้ม สีแดง ที่เดินทางมาถึงตาเราได้ง่ายกว่าไงครับ" ธนากรพยายามอธิบายให้ลูกชายเข้าใจง่ายที่สุด
ธนินพยักหน้าหงึกๆ "เข้าใจแล้วครับ! ขอบคุณครับพ่อ"
น้ำหวานมองภาพสามีและลูกชายกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส เธอรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นภาพนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลในใจของเธอก็ยิ่งก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติไปในตัวธนากร
"คุณใหญ่คะ" น้ำหวานเอ่ยขึ้นในคืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเข้านอน "เมื่อกี้ฉันเห็นคุณคุยโทรศัพท์กับใครบางคน ดูคุณจริงจังมากเลยค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ"
ธนากรมองภรรยาเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่คุยเรื่องงานนิดหน่อย"
"แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องงานธรรมดานะคะ" น้ำหวานพยายามจับพิรุธ "คุณใหญ่กำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่าคะ"
ธนากรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "น้ำหวาน... บางเรื่องมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ฉันไม่อยากให้คุณต้องมาเครียดไปด้วย"
"แต่ถ้ามันเกี่ยวกับคุณใหญ่ ฉันก็อยากรับรู้ค่ะ" น้ำหวานยืนกราน "เราคือสามีภรรยากันนะ ทุกเรื่องเราควรจะแบ่งปันให้กันและกัน"
ธนากรมองดวงตาของภรรยาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความจริงจัง เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถปิดบังเธอได้อีกต่อไป
"คืออย่างนี้ครับน้ำหวาน" ธนากรเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "ในช่วงที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในวงการธุรกิจของเรา มีคู่แข่งรายใหม่ที่น่ากลัวปรากฏตัวขึ้น และพวกเขาก็มีความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างก้าวร้าว"
"คู่แข่งรายใหม่เหรอคะ" น้ำหวานถามด้วยความสงสัย "ใครคือคู่แข่งคนนั้นคะ"
"ผมยังไม่แน่ใจเหมือนกันครับ" ธนากรตอบ "แต่พวกเขามีข้อมูลภายในของเราบางส่วน และดูเหมือนจะรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกอย่าง"
น้ำหวานหน้าเสีย "หมายความว่า... อาจจะมีคนในบริษัทของเราเป็นสายลับให้คู่แข่งหรือคะ"
"มีความเป็นไปได้สูงครับ" ธนากรสบตาภรรยา "ผมกำลังพยายามสืบหาตัวการอยู่ แต่ก็ไม่ง่ายเลย"
ความกังวลในใจของน้ำหวานยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เธอรู้ว่าธนากรเป็นคนแข็งแกร่งและเก่งกาจในการทำธุรกิจ แต่สถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่ตอนนี้ ดูเหมือนจะอันตรายกว่าที่เธอเคยคิดไว้มาก
"แล้ว... แล้วเรื่องนี้จะส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้างคะ" น้ำหวานถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"ผมจะปกป้องครอบครัวของเราเองครับ" ธนากรกอดภรรยาไว้แน่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายคุณกับธนินเด็ดขาด"
คำพูดของธนากรทำให้หญิงสาวรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ความไม่สบายใจก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจ เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ของสามี จะต้องไม่ง่ายเลย และเธอเองก็คงไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป หากการปกป้องครอบครัวของเธอ กำลังตกอยู่ในอันตราย
5,023 ตัวอักษร