อ้อมกอด CEO ที่แสนอบอุ่น คืนความสุขให้ใจที่ว่างเปล่า

ตอนที่ 14 / 40

ตอนที่ 14 — เผชิญหน้ากับอดีต

ลมเย็นยามค่ำคืนพัดโชยมาเบาๆ สร้างความสดชื่นให้กับบรรยากาศหลังจากวันอันยาวนานที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ธนากรและน้ำหวานนั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองที่อยู่ไกลออกไป ใบหน้าของทั้งสองคนสะท้อนถึงความกังวลที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ "คุณใหญ่คะ" น้ำหวานเอ่ยขึ้นหลังจากความเงียบเข้าครอบงำอยู่พักใหญ่ "ฉันอดคิดไม่ได้ว่า... ถ้าคู่แข่งรายใหม่นี้มีข้อมูลภายในของเรา แสดงว่าต้องเป็นคนที่รู้จักคุณดีพอสมควร หรือไม่ก็เป็นคนที่ใกล้ชิดกับคุณมากๆ" ธนากรพยักหน้าเห็นด้วย "ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันน้ำหวาน ผมได้สั่งให้ทีมรักษาความปลอดภัยตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัยทั้งหมดแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า" "แล้ว... มีใครที่คุณเคยมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้บ้างไหมคะ" น้ำหวานถามต่อ "อาจจะเป็นศัตรูทางธุรกิจเก่า หรือใครที่เคยถูกคุณ... คุณทำธุรกิจด้วยแล้วไม่พอใจ" ธนากรเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่ยากจะอ่านออก "ในวงการธุรกิจ บางครั้งก็มีเรื่องบาดหมางกันบ้างเป็นธรรมดา แต่น้อยคนนักที่จะถึงขั้นใช้วิธีสกปรกแบบนี้" "แต่ก็ต้องมีสักคนสิคะ" น้ำหวานพยายามคะยั้นคะยอ "ใครคือคนที่คุณคิดว่าน่าสงสัยที่สุด" ธนากรมองออกไปเบื้องหน้า ราวกับกำลังนึกย้อนไปถึงอดีตอันซับซ้อน "มีคนหนึ่ง... ที่ผมไม่เคยลืมเขาเลย" "ใครคะ" น้ำหวานถามด้วยความกระตือรือร้น "เขาชื่อ 'ชัชวาล'" ธนากรเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง "เราเคยเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ เป็นคู่แข่งที่สูสีกันมาก แต่ด้วยวิสัยทัศน์และความเด็ดขาดของผม ทำให้ธุรกิจของครอบครัวเขาค่อยๆ เสื่อมถอยลง จนกระทั่งต้องล้มละลายไป" "แล้ว... เขาเป็นคนยังไงคะ" น้ำหวานถามต่อ "ชัชวาลเป็นคนทะเยอทะยาน หยิ่งยโส และไม่เคยยอมแพ้" ธนากรอธิบาย "หลังจากธุรกิจของครอบครัวล้มละลาย เขาก็หายหน้าไปจากวงการพักใหญ่ ผมได้ข่าวว่าเขาไปเริ่มต้นใหม่ในต่างประเทศ และด้วยความสามารถของเขาก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะกลับมาได้อีกครั้ง" "แล้วคุณแน่ใจเหรอคะว่าเขาคือคนทำ" น้ำหวานถาม "ผมยังไม่แน่ใจ 100%" ธนากรตอบ "แต่เป็นไปได้มากที่สุด เขามีทั้งแรงจูงใจ ความสามารถ และความแค้นที่จะกลับมาแก้แค้น" "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ" น้ำหวานถามอย่างกังวล "ผมจะเดินหน้าสืบหาความจริงต่อไป" ธนากรสบตาภรรยา "และผมจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นอีก" "ฉันจะช่วยอะไรได้บ้างคะ" น้ำหวานถามด้วยความมุ่งมั่น "คุณแค่ดูแลตัวเองและธนินให้ดีที่สุดก็พอ" ธนากรกอดภรรยา "ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เรื่องนี้กระทบถึงครอบครัวของเรา" ในวันรุ่งขึ้น ธนากรตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับอดีต เขาเดินทางไปยังสถานที่ที่เขาคาดว่าจะเป็นแหล่งกบดานของชัชวาล เขาขับรถไปยังย่านอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยอาคารร้างและโรงงานที่ปิดตัวลง เมื่อมาถึง เขาพบกับอาคารโรงงานขนาดใหญ่ที่ดูทรุดโทรม แต่กลับมีป้ายชื่อธุรกิจที่ดูทันสมัยตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า 'Global Synergy Group' ธนากรสูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวลงจากรถ เขาเดินตรงไปยังประตูทางเข้า และพบกับพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนที่ยืนสง่าอยู่ "ผมมาขอพบคุณชัชวาลครับ" ธนากรกล่าว "คุณมีนัดล่วงหน้าหรือครับ" พนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผมไม่ได้นัด แต่ผมคิดว่าเขาคงอยากพบผม" ธนากรตอบอย่างมั่นใจ หลังจากถูกสอบถามอยู่นาน ในที่สุดทั้งสองก็ยอมเข้าไปแจ้งข่าว ธนากรรออยู่ไม่นานนัก ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทราคาแพงก็เดินออกมาต้อนรับเขา ใบหน้าของชายผู้นั้นดูคุ้นตา แต่ก็เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเคร่งเครียด "ธนากร... ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกนะ" ชัชวาลกล่าวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูไม่จริงใจ "ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน ชัชวาล" ธนากรสบตาคู่ต่อสู้เก่า "ฉันมาเพื่อถามคุณตรงๆ ว่า... คุณกำลังเล่นอะไรอยู่" ชัชวาลหัวเราะเบาๆ "เล่นอะไร? ผมก็แค่กลับมาทำธุรกิจของผมนะ ธนากร" "อย่ามาตลก" ธนากรตวาด "คุณกำลังวางแผนอะไรบางอย่างกับธุรกิจของผมใช่ไหม คุณกำลังใช้คนภายในของเราใช่ไหม" "โอ้โห! ข้อมูลคุณดีจริงๆ" ชัชวาลเลิกคิ้ว "แต่คุณจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลกใจนะ" "ถ้าคุณคิดว่าคุณจะกลับมาแก้แค้นผมได้ง่ายๆ คุณคิดผิดแล้ว" ธนากรอธิบาย "ผมไม่เคยกลัวคุณ" "ผมก็ไม่เคยกลัวคุณเหมือนกัน" ชัชวาลตอบ "แต่จำไว้ให้ดีนะ ธนากร วันนี้คุณอาจจะคิดว่าคุณแข็งแกร่ง แต่คุณกำลังจะเสียทุกอย่างไป" "คุณกำลังข่มขู่ผมเหรอ" ธนากรคาดคั้น "เปล่า" ชัชวาลส่ายหน้า "ผมแค่เตือนคุณ" บทสนทนาของทั้งสองเต็มไปด้วยความตึงเครียด ธนากรรู้ดีว่าชัชวาลไม่ได้มาเล่นๆ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ "ถ้าคุณจะเล่นเกมสกปรก ผมก็จะเล่นให้หนักกว่าคุณ" ธนากรอธิบาย "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายครอบครัวของผม" "ครอบครัวของคุณเหรอ" ชัชวาลหัวเราะเยาะ "คุณแน่ใจเหรอว่าคุณจะปกป้องพวกเขาได้ตลอดไป" คำพูดของชัชวาลเหมือนมีดที่กรีดแทงเข้ากลางใจของธนากร เขารู้ดีว่าชัชวาลกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่เลวร้ายกว่าที่เขาคิด "ผมจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้าย" ธนากรอธิบาย "ถอยไปซะ ก่อนที่คุณจะเสียใจมากกว่านี้" "เสียใจเหรอ" ชัชวาลยิ้ม "ผมไม่เคยเสียใจกับอะไรทั้งนั้น" หลังจากนั้น ธนากรก็นั่งรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เขาต้องรีบหาทางหยุดยั้งชัชวาลก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็พบกับน้ำหวานที่กำลังรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล "เป็นอย่างไรบ้างคะคุณใหญ่" น้ำหวานถามทันทีที่เห็นเขา "ผมได้คุยกับเขาแล้ว" ธนากรอธิบาย "แต่เขาไม่ยอมรับอะไรเลย และดูเหมือนเขาจะเตรียมการมาอย่างดี" "แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ" น้ำหวานถาม "ผมต้องหาหลักฐานให้ได้" ธนากรสบตาภรรยา "ผมต้องหยุดเขาให้ได้ ก่อนที่เขาจะทำอะไรที่เกินกว่าจะแก้ไข" น้ำหวานเดินเข้าไปกอดสามีของเธอ "ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะคุณใหญ่" "ขอบคุณนะ น้ำหวาน" ธนากรอุ้มภรรยาขึ้นมาจูบ "คุณคือพลังใจที่สำคัญที่สุดของผม" ขณะที่ทั้งสองกำลังโอบกอดกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธนากรกก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย "ฮัลโหล" ธนากรร้องรับ "คุณธนากรใช่ไหมครับ" เสียงจากปลายสายดังขึ้นมา เป็นเสียงผู้ชายที่เย็นชา "ผมมีข่าวดีจะบอกคุณ" "ข่าวดีอะไร" ธนากรถามด้วยความสงสัย "ผมมีหลักฐานที่จะทำให้คุณชัชวาลล่มจม" เสียงนั้นตอบ "และผมก็มีข้อมูลที่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้" ธนากรมองหน้าน้ำหวานด้วยความแปลกใจ "คุณคือใคร" "คนที่พร้อมจะช่วยคุณ" เสียงจากปลายสายตอบ "แต่คุณต้องยอมทำตามข้อเสนอของผม" ธนากรรู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือ เขาต้องตัดสินใจให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องครอบครัวของเขา

5,210 ตัวอักษร