ตอนที่ 4 — สัมผัสอบอุ่นที่โรงเรียนอนุบาล
ธนากรนั่งมองน้ำหวานที่กำลังเล่าเรื่องราวสนุกสนานให้เด็กๆ ฟัง ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาเป็นประกายด้วยความสุขเมื่อได้เห็นแววตาตื่นเต้นของเด็กๆ ที่ตั้งใจฟัง เขาไม่เคยเห็นใครที่สามารถเข้าถึงจิตใจของเด็กๆ ได้ดีเท่าเธอมาก่อน เด็กน้อยเหล่านั้นดูรักและผูกพันกับคุณครูน้ำหวานของพวกเขาอย่างแท้จริง เสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กๆ ดังก้องไปทั่วห้องเรียน ราวกับเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดสำหรับเขา ธนากรรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกนี้แปลกใหม่และอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“คุณครูคะ นิทานเรื่องนี้สนุกจังเลยค่ะ” เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ใช่ค่ะคุณครู เล่าอีกเรื่องได้ไหมคะ” เด็กชายอีกคนรีบเสริม
น้ำหวานยิ้มรับอย่างอ่อนโยน “เอาไว้คราวหน้านะคะ วันนี้คุณครูมีแขกพิเศษมาเยี่ยม เราต้องให้เวลาคุณแขกด้วยนะคะ” เธอเหลือบมองธนากรที่ยืนอยู่ตรงประตู
ธนากรเดินเข้าไปในห้องเรียนอย่างช้าๆ เด็กๆ ทุกคนหันมามองเขาด้วยความสนใจ บ้างก็หลบหลังคุณครู บ้างก็ชะโงกหน้าออกมามอง เขาหยิบขนมที่เตรียมมาให้เด็กๆ ออกมาแจก เด็กๆ ต่างส่งเสียงร้องอย่างดีใจ เขาเห็นแววตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นของพวกเขา และรอยยิ้มที่ฉายชัดบนใบหน้าของน้ำหวาน
“สวัสดีครับเด็กๆ” ธนากรกล่าวทักทาย เสียงของเขาอ่อนโยนลงกว่าปกติ “คุณครูบอกว่าพวกหนูชอบฟังนิทานใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ!” เด็กๆ ตอบพร้อมเพรียงกัน
“แล้วก็ชอบทานขนมด้วยใช่ไหมครับ” ธนากรโยนขนมเข้าปากเด็กหญิงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ
เด็กๆ หัวเราะคิกคัก “ใช่ค่ะ!”
“ดีเลยครับ วันนี้คุณครูน้ำหวานใจดี ให้คุณลุงมาแจกขนมให้” ธนากรพูด พลางมองน้ำหวานที่ยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่ะคุณลุง” เด็กๆ กล่าวพร้อมกัน
“ไม่เป็นไรครับ ทานให้อร่อยนะครับ” ธนากรยิ้มตอบ เขาเดินเข้าไปใกล้น้ำหวานมากขึ้น “ขอโทษที่รบกวนเวลาสอนนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” น้ำหวานกระซิบตอบ “เด็กๆ ชอบคุณลุงใจดีมากเลยค่ะ”
“ผมแค่มาหาคุณ” ธนากรตอบเสียงเบา “แล้วก็อยากเห็นคุณตอนทำงาน”
“เป็นยังไงบ้างคะ” น้ำหวานถาม
“สวยเหมือนเดิมครับ” ธนากรตอบ ทำให้แก้มของน้ำหวานแดงขึ้นเล็กน้อย
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ธนากรชวนน้ำหวานไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารใกล้ๆ โรงเรียน เขาสังเกตเห็นว่าน้ำหวานดูประหม่าเล็กน้อยเมื่ออยู่กับเขาในที่สาธารณะ
“ไม่เป็นไรนะครับ ผมอยากชวนคุณมาทานข้าว” ธนากรจับมือเธอเบาๆ “ถือว่าเป็นการออกเดทของเรา”
“เดทเหรอคะ” น้ำหวานถาม ดวงตาเป็นประกาย
“ใช่ครับ” ธนากรยิ้ม “ผมอยากทำความรู้จักคุณให้มากขึ้น”
ทั้งสองคนเดินออกจากโรงเรียนไป ท่ามกลางสายตาของเด็กๆ ที่มองตาม พวกเขาเลือกนั่งที่มุมหนึ่งของร้านอาหารที่ไม่พลุกพล่านนัก
“คุณธนากรคะ” น้ำหวานเริ่มบทสนทนา “ทำไมถึงอยากรู้จักฉันคะ ฉันก็แค่ครูอนุบาลธรรมดาๆ คนหนึ่ง”
“คุณไม่ธรรมดาเลยครับ” ธนากรตอบ “คุณทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก ตั้งแต่ที่เจอกันวันนั้น ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา”
น้ำหวานหน้าแดงก่ำ “คุณ…คุณพูดจริงเหรอคะ”
“จริงสิครับ” ธนากรใช้มือข้างหนึ่งประคองแก้มของเธอ “คุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมยิ้มได้จริงๆ ในรอบหลายปี”
“ฉัน…ฉันดีใจนะคะ” น้ำหวานพึมพำ
“แล้วคุณล่ะครับ รู้สึกยังไงกับผม” ธนากรเอ่ยถามตรงๆ
น้ำหวานหลบสายตาของเขา “ฉัน…ฉันก็รู้สึกดีค่ะ คุณใจดีกับฉันมาก”
“แค่ดีเหรอครับ” ธนากรแกล้งทำเสียงน้อยใจ
“ก็…ก็มากกว่านั้นค่ะ” น้ำหวานตอบเสียงอายๆ “คุณทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย รู้สึกอบอุ่น”
“ผมก็รู้สึกเหมือนกันครับ” ธนากรจับมือเธอมากุมไว้ “เวลาอยู่กับคุณ ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องแบกรับภาระอะไรทั้งสิ้น”
ทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อยๆ ธนากรเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจของเขาที่ดูเหมือนจะซับซ้อนและเครียด แต่เมื่อเล่าผ่านน้ำเสียงที่นุ่มนวลและรอยยิ้มของเขา มันกลับฟังดูน่าสนใจและไม่น่าเบื่อ น้ำหวานตั้งใจฟังอย่างไม่กระพริบตา เธอถามคำถามอย่างใส่ใจ ทำให้ธนากรรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่น่ารักและฉลาด
“คุณทำงานหนักมากเลยนะคะ” น้ำหวานกล่าวเมื่อธนากรเล่าถึงการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ
“ครับ แต่มันก็คุ้มค่า” ธนากรยิ้ม “อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมมีวันนี้”
“แล้วคุณมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่จริงๆ หรือเปล่าคะ” น้ำหวานถามด้วยความห่วงใย
ธนากรถอนหายใจเบาๆ “ในมุมหนึ่งก็ใช่ครับ แต่ในอีกมุมหนึ่ง…มันก็ทำให้ผมเหงา”
น้ำหวานมองเขาด้วยความเข้าใจ “ฉันเข้าใจค่ะ”
“แต่ตอนนี้…ผมไม่รู้สึกเหงาแล้ว” ธนากรบีบมือเธอเบาๆ “เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้”
คำพูดของเขาทำให้น้ำหวานยิ้มออกมาอย่างสดใส มื้อกลางวันนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนเก่าที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ ธนากรไปส่งน้ำหวานที่โรงเรียน เขาไม่ลืมที่จะแวะซื้อของเล่นเล็กๆ น้อยๆ มาฝากเด็กๆ
“ขอบคุณนะคะคุณธนากร” น้ำหวานกล่าวขณะที่ยืนอยู่หน้าโรงเรียน
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ” ธนากรตอบ “ขอบคุณที่ทำให้วันนี้ของผมสดใสขึ้น”
“ไว้เจอกันใหม่นะคะ” น้ำหวานยิ้ม
“แน่นอนครับ” ธนากรยิ้มตอบ “ผมจะกลับมาหาคุณอีก”
เขามองตามหลังเธอเข้าไปในโรงเรียนจนลับสายตา ความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับจากน้ำหวานยังคงอบอวลอยู่ในใจ เขาตัดสินใจว่าเขาจะพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ดีขึ้น เขาจะดูแลเธอให้ดีที่สุด
เมื่อธนากรกลับถึงออฟฟิศ ศิรินทร์ก็เข้ามาแจ้งข่าว
“คุณใหญ่คะ มีเรื่องด่วนค่ะ”
“มีอะไร” ธนากรถามพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงาน
“บริษัทคู่แข่งของเรา กำลังจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่คล้ายกับของเรามากค่ะ” ศิรินทร์อธิบาย “และดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ข้อมูลบางส่วนไปจากภายใน”
ธนากรขมวดคิ้ว “เป็นไปไม่ได้! ระบบความปลอดภัยของเราแน่นหนาที่สุด”
“ดิฉันก็ไม่แน่ใจค่ะคุณใหญ่ แต่เบาะแสชี้ไปที่…ทีมงานเก่าของคุณใหญ่ค่ะ” ศิรินทร์กล่าวเสียงเบา
ธนากรนิ่งไป เขาจำได้ว่ามีพนักงานบางคนลาออกไปเมื่อไม่นานมานี้ “ใครบ้าง”
“คุณภาคภูมิ และทีมงานอีกสองคนค่ะ” ศิรินทร์ตอบ
ธนากรรู้สึกเหมือนมีก้อนหินทิ่มแทงที่หัวใจ เขาไม่เคยคิดว่าคนที่เคยทำงานร่วมกัน จะหักหลังเขาได้ “ไปสืบมาให้ละเอียด ว่าพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทคู่แข่งอย่างไรบ้าง”
“ค่ะคุณใหญ่” ศิรินทร์รับคำ และรีบออกไป
ธนากรรู้สึกหงุดหงิด เขาพยายามจะลืมเรื่องงานแล้วกลับไปคิดถึงน้ำหวาน แต่ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาจำเป็นต้องจัดการ
4,892 ตัวอักษร