ตอนที่ 10 — พลังแห่งจันทราสะท้อนกลับ
คลื่นพลังงานสีเงินเจิดจ้าแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วจากร่างของเอลาร่า มันไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย แต่กลับส่งผลกระทบอย่างคาดไม่ถึงต่อกลุ่มชายชุดดำผู้พิทักษ์แห่งเงา พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าแสงแห่งจันทรานั้นกำลังเผาไหม้ผิวหนังอันดำมืดของพวกมัน
"เป็นไปไม่ได้! พลังนี้มัน..." หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำร้องออกมาด้วยความตกตะลึง เขารีบยกแขนขึ้นมาป้องใบหน้า พยายามหลบหลีกคลื่นพลังงานที่กำลังถาโถมเข้ามา
ลีออนและลอร์ดคาเลนที่กำลังต่อสู้อยู่ เห็นดังนั้นจึงรีบถอยฉากออกมา พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะตอบโต้
"ตอนนี้แหละ!" ลีออนตะโกน พลางพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำที่กำลังเสียขวัญ "อย่าให้พวกมันตั้งตัวได้!"
ลอร์ดคาเลนเองก็ไม่รอช้า ดาบในมือของเขาฟาดฟันเข้าใส่กลุ่มศัตรูอย่างแม่นยำ แต่ละครั้งที่ดาบกระทบเป้าหมาย ชายชุดดำเหล่านั้นจะเซถอยไปอย่างเห็นได้ชัด
เซราฟิน่าที่ก่อนหน้านี้กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการโจมตีของหัวหน้ากลุ่ม ก็พลอยได้รับผลกระทบจากพลังแห่งจันทราที่เอลาร่าปลดปล่อยออกมาด้วยเช่นกัน พลังงานสีเขียวอ่อนที่เคยห่อหุ้มร่างของชายชุดดำคนหนึ่งได้สลายไป แต่แทนที่ด้วยความอ่อนแรงยิ่งกว่าเดิม เขาทรุดตัวลงไปกองกับพื้น
"พลังแห่งธรรมชาติของข้า...เสริมพลังด้วยแสงแห่งจันทรา!" เซราฟิน่ากล่าวอย่างยินดี นางกวาดสายตาไปรอบๆ โถงถ้ำ เห็นโอกาสที่จะใช้พลังของตนเองให้เป็นประโยชน์สูงสุด "พวกเจ้าจะไม่ได้ทำร้ายใครอีกต่อไป!"
นางเริ่มร่ายเวทมนตร์บทใหม่ พลังงานสีเขียวเข้มขึ้นกว่าเดิม ปล่อยออกมาเป็นสายใยที่มองไม่เห็น โอบล้อมกลุ่มชายชุดดำที่ยังคงยืนหยัดอยู่เอาไว้ คล้ายกับกำลังพันธนาการพวกมันไว้ด้วยเถาวัลย์ที่แข็งแกร่ง
"เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยพวกเรานะ!" หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำพยายามสะบัดแส้เพื่อทำลายใยเวทมนตร์ แต่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งถูกพันธนาการแน่นขึ้น
เอลาร่าเองก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาของนางยังคงเปล่งประกายสีเงินจางๆ นางรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของนาง มันไม่ใช่แค่พลังที่สืบทอดมา แต่เป็นพลังที่นางได้เลือกที่จะปลดปล่อยออกมาด้วยตนเอง
"นี่คือคำตอบของข้า" เอลาร่ากล่าวเสียงเบา "ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายผู้คนของข้าอีกต่อไป"
ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับเอลาร่ามากที่สุด ก็ค่อยๆ สลายหายไป เหลือเพียงฝุ่นผงสีดำที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
"อะไรกัน!" ลีออนอุทานด้วยความตกใจ "พวกมัน...พวกมันหายไปไหน!"
"ไม่ใช่การหายไป" ลอร์ดคาเลนกล่าว พลางมองไปยังฝุ่นผงสีดำที่ลอยอยู่ "แต่เป็นการถูกพลังแห่งจันทราดูดกลืนเข้าไป พวกมันกำลังถูกเปลี่ยนสภาพ"
"เปลี่ยนสภาพ?" เอลาร่าทวนคำ "หมายความว่าอย่างไร?"
"พลังแห่งจันทรานั้นบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์" ลอร์ดคาเลนอธิบาย "มันไม่สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ได้ พลังของเจ้ากำลังชำระล้างพวกมันให้กลับคืนสู่สภาพเดิม"
"สภาพเดิม?" เซราฟิน่าถาม "สภาพเดิมของพวกมันคืออะไร?"
"ข้าก็ไม่แน่ใจนัก" ลอร์ดคาเลนกล่าว "แต่หากมองจากลักษณะของพลังที่ใช้ในการโจมตีพวกมัน ก็อาจจะเคยเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกบิดเบือนไปจากธรรมชาติเดิม"
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน ชายชุดดำที่ถูกพันธนาการด้วยเวทมนตร์ของเซราฟิน่าก็เริ่มสั่นสะท้าน ร่างของพวกมันค่อยๆ เปลี่ยนรูปทรงไป จากที่เคยเป็นมนุษย์ชุดดำ ก็เริ่มกลายเป็นรูปร่างที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม บางตนกลายเป็นก้อนหิน บางตนกลายเป็นต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา
"พวกมัน...พวกมันไม่ได้เป็นมนุษย์จริงๆ เหรอ?" เอลาร่าถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"บางทีอาจจะเป็นเช่นนั้น" ลีออนกล่าว "แต่ไม่ว่าพวกมันจะเป็นอะไร เราก็ต้องหยุดยั้งพวกมันให้ได้"
หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้เพียงคนเดียว จ้องมองมาที่เอลาร่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น "เจ้า...เจ้าจะเสียใจ! การกระทำของเจ้าจะนำมาซึ่งหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม!"
"ข้าไม่กลัว" เอลาร่าตอบ พลางกุมอัญมณีแห่งแสงในมือแน่น "ข้าจะปกป้องอาณาจักรจันทราด้วยพลังทั้งหมดที่ข้ามี"
หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำคำรามก้อง พลางพุ่งเข้าใส่เอลาร่าด้วยความเร็วสูง แส้ในมือสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง หวังจะฉีกร่างของเอลาร่าให้เป็นชิ้นๆ
แต่เอลาร่าไม่หลบหนี นางยืดตัวตรง ปลดปล่อยพลังแห่งจันทราออกมาอีกครั้ง แสงสีเงินเจิดจ้าสว่างวาบขึ้น โอบล้อมร่างของนางเอาไว้
"นี่คือเกราะแห่งจันทรา!" เอลาร่าตะโกน "พลังแห่งการปกป้อง!"
แส้ของหัวหน้ากลุ่มชายชุดดำกระทบเข้ากับเกราะแสงนั้นอย่างจัง แต่กลับไม่สามารถทำอันตรายเอลาร่าได้เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังสะท้อนกลับไปโดนร่างของหัวหน้ากลุ่มเอง ทำให้มันกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"เป็นไปได้อย่างไร!" หัวหน้ากลุ่มร้องด้วยความเจ็บปวด "พลังของเจ้า...มันแข็งแกร่งเกินไป!"
"พลังแห่งจันทรานั้นมีไว้เพื่อปกป้อง ไม่ใช่ทำลาย" เอลาร่ากล่าว พลางเดินเข้าหาหัวหน้ากลุ่มอย่างช้าๆ "ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง"
ทันใดนั้นเอง แสงจากผลึกใสบนผนังถ้ำก็เริ่มสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง มันส่องประกายไปยังกลุ่มชายชุดดำที่กำลังจะกลายเป็นหินและต้นไม้ เผยให้เห็นถึงรูปร่างที่แท้จริงภายใต้ชุดดำเหล่านั้น
พวกมันไม่ใช่ปีศาจร้าย หรืออสูรกาย แต่กลับเป็นเหล่าชาวบ้านธรรมดาที่ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่าถูกบังคับให้มาอยู่ที่นี่
"นี่มัน..." เอลาร่าอุทานด้วยความตกใจ "พวกมันคือชาวบ้านของเรา!"
"เป็นไปได้ว่าพวกมันถูกคำสาป" ลอร์ดคาเลนกล่าว พลางมองไปยังชาวบ้านเหล่านั้นด้วยความสงสาร "คำสาปที่ทำให้พวกมันต้องมาเป็นสมุนของใครบางคน"
"แต่ใครกันที่สาปพวกมัน?" ลีออนถาม "และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้?"
หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำที่บัดนี้ร่างกายเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ก็หันมามองพวกชาวบ้านด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "พวกเจ้า...พวกเจ้าจะไม่มีวันเข้าใจ..."
ร่างของมันเริ่มสั่นเทาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การสั่นด้วยความเจ็บปวด แต่เป็นการสั่นเพื่อเปลี่ยนรูปทรง คล้ายกับพวกที่ถูกพันธนาการด้วยเวทมนตร์ของเซราฟิน่า
"ไม่!" หัวหน้ากลุ่มร้องออกมา "ข้า...ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งเงา!"
แต่คำพูดของมันก็ขาดหายไป เมื่อร่างของมันค่อยๆ เปลี่ยนสภาพไปเป็นก้อนหินสีดำสนิท ก้อนหินนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเย็นชาและชั่วร้าย
ในขณะเดียวกัน เวทมนตร์ของเซราฟิน่าก็สิ้นสุดลง เหล่าชายชุดดำที่เหลืออยู่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนสภาพไปตามๆ กัน บ้างก็กลายเป็นต้นไม้ บ้างก็กลายเป็นก้อนหิน บ้างก็กลายเป็นละอองธุลีที่ลอยหายไปในอากาศ
เหลือเพียงเหล่าชาวบ้านที่ยังคงยืนนิ่ง ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว
"พวกเรา...พวกเราอยู่ที่ไหน?" หญิงชาวบ้านคนหนึ่งถาม พลางมองไปรอบๆ อย่างไม่เข้าใจ
"พวกท่านปลอดภัยแล้ว" เอลาร่ากล่าว พลางเดินเข้าไปหาพวกชาวบ้านด้วยรอยยิ้ม "พวกท่านได้หลุดพ้นจากคำสาปแล้ว"
"คำสาป?" ชาวบ้านคนหนึ่งอุทาน "คำสาปอะไร?"
"ข้าจะอธิบายให้พวกท่านฟัง" เอลาร่ากล่าว "แต่ก่อนอื่น เราต้องพาทุกท่านออกจากที่นี่ไปก่อน"
ลีออนและลอร์ดคาเลนช่วยกันประคองเหล่าชาวบ้านขึ้นมา เอลาร่ากุมอัญมณีแห่งแสงไว้ในมือ นางมองไปยังผลึกใสบนผนังถ้ำ ที่บัดนี้เริ่มส่องประกายอ่อนลง
"เราต้องรีบหาทางออกจากที่นี่" เอลาร่ากล่าว "เรายังมีปริศนาอีกมากมายที่ต้องไข"
5,714 ตัวอักษร