คัมภีร์ลับแห่งอักขระศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 10 / 45

ตอนที่ 10 — การเผชิญหน้ากับเงาสะท้อน

เงาสะท้อนในกระจกบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้โทมัสรู้สึกไม่สบายใจ ภาพของเขาในกระจกดูผ่ายผอม ดวงตาโหลคล้ำ ราวกับถูกความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวกัดกิน เขาพยายามสบตาตัวเอง แต่ภาพในกระจกกลับเบือนหน้าหนีไป ราวกับจะบอกว่าเขาไม่คู่ควรที่จะมองเห็นตนเอง "มันแค่ภาพลวงตา โทมัส" อีลาร่าพูดเบาๆ ขณะที่เดินนำเขาต่อไป "มันกำลังพยายามบั่นทอนความเชื่อมั่นของคุณ อย่าไปใส่ใจมัน" โทมัสพยักหน้า เขาจ้องมองอักขระบนคัมภีร์ในมือ รู้สึกถึงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน เป็นพลังที่แตกต่างจากความมืดมิดและบิดเบี้ยวที่เขากำลังเผชิญอยู่ "ผม... ผมไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรแบบนี้อยู่จริง" เขาพึมพำ "โลกนี้มีความลับมากมายซ่อนอยู่ โทมัส" อีลาร่าตอบ "สิ่งที่ตาเห็นไม่ใช่ความจริงเสมอไป" พวกเขาเดินลึกเข้าไปในเขาวงกตอีก ทางเดินเริ่มแคบลงเรื่อยๆ ผนังกระจกค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยหินที่สลักเป็นอักขระโบราณที่โทมัสไม่คุ้นเคย มันดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ประหลาด ราวกับเป็นภาษาที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ "นี่คืออักขระแห่งการป้องกัน" อีลาร่าอธิบาย "ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาในส่วนลึกของที่นี่" "แล้วผม... ผมจะผ่านมันไปได้ไหมครับ?" โทมัสถามด้วยความไม่แน่ใจ "ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวเองและในสิ่งที่กำลังทำ คุณก็จะผ่านไปได้" อีลาร่ากล่าว "ลองสัมผัสอักขระเหล่านี้ดูสิ" โทมัสลังเลเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็เอื้อมมือไปแตะอักขระบนผนังทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระเหล่านั้นก็สว่างวาบขึ้นเป็นแสงสีฟ้าอ่อนๆ และมีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในหัวของเขา เป็นเสียงที่เหมือนมาจากอดีตกาลที่ยาวนาน "นี่มัน... เสียงอะไรครับ?" โทมัสถาม "นั่นคือเสียงของผู้ที่เคยผ่านเขาวงกตนี้มาก่อน" อีลาร่าตอบ "พวกเขาคือผู้พิทักษ์ในอดีต เป็นเหมือนเสียงนำทาง หากคุณฟังอย่างตั้งใจ คุณอาจจะได้รับความช่วยเหลือ" โทมัสหลับตาลง พยายามตั้งสมาธิและรับฟังเสียงเหล่านั้น เสียงกระซิบเหล่านั้นเริ่มชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นภาพและความรู้สึกที่ไหลเข้ามาในความคิดของเขา ภาพของบุคคลในชุดคลุมโบราณกำลังยืนอยู่หน้าคัมภีร์เล่มเดียวกันกับที่เขาถืออยู่ พวกเขากำลังพึมพำอะไรบางอย่างด้วยภาษาที่ไม่คุ้นหู แต่โทมัสกลับรู้สึกว่าเขาสามารถเข้าใจความหมายได้ "พวกเขา... พวกเขากำลังพูดถึง 'แก่นแท้' ของภาษา" โทมัสกล่าว "พวกเขาบอกว่าทุกอักขระมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เห็น ไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่เป็นพลังงานที่เชื่อมโยงกับจักรวาล" "ถูกต้อง" อีลาร่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม "คุณกำลังเริ่มเข้าใจแล้ว" ขณะที่โทมัสกำลังดำดิ่งสู่โลกแห่งความทรงจำ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังกว่าเดิม และสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ "แย่แล้ว! พวกนั้นตามเรามาถึงนี่แล้ว!" อีลาร่าอุทาน "เราต้องรีบไปต่อ!" เธอคว้าแขนของโทมัสแล้วออกวิ่งไปตามทางเดินที่คดเคี้ยว อักขระบนผนังยิ่งเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะพยายามสกัดกั้นผู้ที่กำลังไล่ตามมา "พวกเขาจะเข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร?" โทมัสถามพลางหอบหายใจ "บางที... พวกเขาอาจจะมีวิธีที่จะลบล้างการป้องกันบางส่วน" อีลาร่าตอบ "หรืออาจจะมีใครบางคนอยู่ข้างในที่เปิดทางให้พวกเขา" ความคิดหลังทำให้โทมัสใจหายวาบ "หมายความว่า... อาจจะมีผู้ทรยศอยู่ในหมู่พวกพิทักษ์โบราณอย่างนั้นเหรอครับ?" "เป็นไปได้" อีลาร่ากล่าว "แต่ตอนนี้เราไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้น เราต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด" พวกเขามาถึงทางแยกที่มีประตูหินบานใหญ่อยู่เบื้องหน้า ประตูนั้นสลักลวดลายเหมือนกับอักขระที่โทมัสเห็นก่อนหน้านี้ แต่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่ามาก "นี่คือทางออก" อีลาร่ากล่าว "แต่ประตูนี้มีกลไกที่ซับซ้อน มันจะเปิดออกก็ต่อเมื่อเราเข้าใจ 'แก่นแท้' ของอักขระอย่างแท้จริง" "แล้วผมจะทำได้อย่างไรครับ? ผมยังไม่เข้าใจมันทั้งหมดเลย" โทมัสกล่าวด้วยความกังวล "นั่นคือเหตุผลที่ฉันพาคุณมาที่นี่" อีลาร่ามองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างมุ่งมั่น "คุณต้องใช้ทุกอย่างที่คุณเรียนรู้มา ใช้สัญชาตญาณ ใช้ 'สายเลือด' ของคุณ" เสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามา โทมัสรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มากขึ้นเรื่อยๆ เขาเหลือบมองคัมภีร์ในมือ อักขระบนหน้าปกดูเหมือนจะเต้นระบำ ราวกับกำลังบอกให้เขารู้ว่าต้องทำอะไร "ผม... ผมจะลองดูครับ" โทมัสกล่าว เขาวางคัมภีร์ลงบนแท่นหินที่อยู่หน้าประตู และเริ่มพิจารณาอักขระบนนั้นอย่างละเอียด เขาหลับตาลง พยายามนึกถึงเสียงกระซิบจากอดีต นึกถึงภาพของเหล่าผู้พิทักษ์โบราณ "มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร..." เขากระซิบ "มันคือ... จังหวะ... มันคือ... พลังงาน..." โทมัสเริ่มวาดมือไปในอากาศตามรูปแบบของอักขระบนประตู เขาไม่ได้วาดตามภาพที่เห็น แต่ตามความรู้สึกที่ไหลเข้ามาในตัวเขา ราวกับว่าอักขระเหล่านั้นกำลังนำทางมือของเขา "คุณกำลังทำได้ดีมาก โทมัส!" อีลาร่าให้กำลังใจ "อย่าหยุด!" เมื่อโทมัสวาดอักขระตัวสุดท้ายเสร็จ เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่นหวั่นไหว ประตูหินเริ่มสั่นคลอน และค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและดูเหมือนจะทอดยาวออกไปอย่างไม่สิ้นสุด "เราต้องไปกันเดี๋ยวนี้!" อีลาร่าเร่ง พวกเขาพุ่งตัวผ่านประตูหินเข้าไป ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู เสียงประตูหินก็ดังปิดลงอย่างแรง กลิ่นอายของความมืดมิดและความเก่าแก่ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม โอบล้อมพวกเขาไว้

4,178 ตัวอักษร