สาส์นลับจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 32 / 45

ตอนที่ 32 — บาร์นาบัสผู้กลับคืนสู่แสง

โจเซฟยังคงยืนนิ่งอยู่บนผืนหญ้าสีเขียวมรกต ปล่อยให้ความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์จากพลังของแสงศักดิ์สิทธิ์โอบล้อมร่างกายของเขาไว้ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สัมผัสถึงความสงบและความงดงามของอาร์คาเนียมอย่างเต็มเปี่ยม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเห็นและสัมผัสล้วนแล้วแต่ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลาย แต่ท่ามกลางความสุขสงบนั้น ความคิดถึงเพื่อนร่วมทางของเขาก็ผุดขึ้นมา “แล้ว… บาร์นาบัสล่ะครับ?” โจเซฟถามเสียงกังวล “ข้าไม่เห็นเขาเลย เขามาถึงที่นี่กับข้าด้วยหรือไม่?” มีความเงียบชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เสียงอันอ่อนโยนจะดังขึ้นอีกครั้ง “อย่าได้กังวลไปเลย โจเซฟ สหายของเจ้า บาร์นาบัส กำลังจะมาถึง” “กำลังจะมาถึง?” โจเซฟถามด้วยความสงสัย “แต่ข้าไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกเหนือจากทิวทัศน์อันงดงามนี้” “การเดินทางของแต่ละผู้ถูกเลือกนั้นมีความแตกต่างกัน บาร์นาบัสกำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสุดท้ายของเขา” เสียงนั้นอธิบาย “แต่ไม่ต้องห่วง เขากำลังจะได้รับการปลดปล่อย และจะได้มาพบกับเจ้าที่นี่” โจเซฟพยายามทำความเข้าใจ เขารับรู้ได้ว่าการเดินทางของเขานั้นไม่ได้ง่ายดาย และแน่นอนว่าบาร์นาบัสเองก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคไม่น้อยเช่นกัน เขาหลับตาลง รวบรวมสมาธิ และพยายามสัมผัสถึงการมีอยู่ของบาร์นาบัส ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องบนของเขา แสงนั้นสว่างเจิดจ้าเสียจนโจเซฟต้องหรี่ตาลง เขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมา “โจเซฟ! เจ้าอยู่ที่นี่!” เมื่อแสงสว่างจางลง โจเซฟก็เห็นร่างของบาร์นาบัสยืนอยู่ตรงหน้าเขา บาร์นาบัสดูราวกับเพิ่งผ่านศึกสงครามมา เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความดีใจและความโล่งอก “บาร์นาบัส!” โจเซฟร้องเรียกด้วยความดีใจ เขารีบตรงเข้าไปสวมกอดเพื่อนสนิททันที “ข้า… ข้าคิดว่าข้าจะไม่ได้พบเจ้าอีกแล้ว!” บาร์นาบัสสวมกอดตอบอย่างแน่นหนา “ไม่เลย โจเซฟ ข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าไปเด็ดขาด! การทดสอบของข้านั้น… มันเข้มข้นยิ่งกว่าที่ข้าเคยเจอมาเสียอีก” “เกิดอะไรขึ้น?” โจเซฟถามทันทีที่ผละออกจากอ้อมกอด “เจ้าปลอดภัยดีนะ?” “ข้าปลอดภัยดี” บาร์นาบัสตอบพลางยิ้ม “หลังจากที่เจ้าผ่านประตูแห่งแสงสว่างไป ข้าก็ถูกส่งไปยังอีกด้านหนึ่งของม่านมายา มันเป็นสถานที่แห่งความมืดมิดและความหวาดกลัว ข้าต้องเผชิญหน้ากับเงาของความสงสัยในตัวเอง เสียงกระซิบแห่งความสิ้นหวัง มันพยายามจะบั่นทอนจิตวิญญาณของข้า” “น่ากลัวมากเลยหรือ?” โจเซฟถามด้วยความเห็นอกเห็นใจ “มันน่ากลัวมาก” บาร์นาบัสยอมรับ “แต่ข้าจำคำพูดของท่านผู้ดูแลได้ ข้าจำได้ว่าความหวังคือแสงสว่างที่ส่องนำทาง ข้าจึงพยายามรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมด และภาวนาขอให้แสงแห่งศรัทธาจงส่องนำข้าไป” บาร์นาบัสยกมือขึ้น โจเซฟสังเกตเห็นว่ามือของบาร์นาบัสเองก็มีแสงสีทองเรืองรองเช่นกัน มันมีความสว่างจ้ากว่าแสงของโจเซฟเล็กน้อย ราวกับว่าผ่านการขัดเกลามาอย่างเข้มข้น “แล้ว… เจ้าทำได้อย่างไร?” โจเซฟถามด้วยความทึ่ง “ข้าคิดถึงเจ้า โจเซฟ” บาร์นาบัสกล่าว “ข้าคิดถึงภารกิจของเรา และข้าคิดถึงพระประสงค์ของพระเจ้า ข้าจึงรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มี และเปล่งเสียงภาวนาออกไป” “และแล้ว… แสงสว่างก็ปรากฏขึ้น?” “ใช่! แสงสว่างอันเจิดจ้าได้ขับไล่ความมืดมิดออกไปทั้งหมด ข้าเห็นเงาเหล่านั้นสลายไปราวกับควัน และเมื่อแสงสว่างนั้นทวีความเข้มขึ้น ข้าก็รู้สึกเหมือนร่างกายของข้าถูกยกขึ้น และในที่สุด ข้าก็มาอยู่ที่นี่ กับเจ้า” บาร์นาบัสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ยอดเยี่ยมมาก บาร์นาบัส!” โจเซฟกล่าวอย่างชื่นชม “ข้ารู้ดีว่าเจ้าต้องทำได้” “เราทำได้ทั้งคู่ โจเซฟ” บาร์นาบัสตอบ “ตอนนี้เราอยู่ที่นี่แล้ว เราอยู่ที่ อาร์คาเนียม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” โจเซฟมองไปรอบๆ อีกครั้ง คราวนี้มีบาร์นาบัสยืนอยู่เคียงข้าง ภาพความงดงามเบื้องหน้าดูมีชีวิตชีวาและอบอุ่นยิ่งขึ้น เขารู้สึกขอบคุณต่อโชคชะตา และยิ่งขอบคุณต่อมิตรภาพอันแข็งแกร่งของเขากับบาร์นาบัส “แล้ว… เราจะทำอะไรต่อไป?” โจเซฟถาม “เราจะทำตามที่สาส์นลับได้นำทางเรามา” บาร์นาบัสกล่าว “เราจะค้นหาจุดหมายปลายทางที่ซ่อนเร้น และนำสาส์นนี้ไปส่งให้สำเร็จ” ทั้งสองมองหน้ากัน ดวงตาของพวกเขาสื่อถึงความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม พวกเขาได้ผ่านการทดสอบอันหนักหน่วงมาแล้ว และตอนนี้ พวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปในดินแดนแห่งแสงอันเป็นนิรันดร์

3,445 ตัวอักษร