ตอนที่ 5 — ต้นไม้แห่งความทรงจำ
ภายใต้การนำทางของเอลรอนด์ โจเซฟและบาร์นาบัสได้เข้าสู่ป่าสนธยาที่ลึกเข้าไปอีก ระดับของแสงที่ส่องผ่านใบไม้หนาทึบเริ่มลดน้อยลง อากาศเย็นลงอย่างสัมผัสได้ เสียงสัตว์ป่าที่คุ้นเคยเริ่มหายไป กลายเป็นความเงียบสงัดที่ชวนขนลุก
“ที่นี่คือ ‘ป่าส่วนลึก’ ” เอลรอนด์กล่าว เสียงของนางเบาลงกว่าเดิม “อันตรายมากกว่าที่เคยเห็นมา”
“ท่านจะไปกับเราหรือ” บาร์นาบัสถามด้วยความหวัง
เอลรอนด์ส่ายหน้า “ข้าสามารถนำทางพวกท่านมาได้เพียงเท่านี้ การเดินทางต่อไป พวกท่านต้องเผชิญด้วยตนเอง”
“แต่เราไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง” โจเซฟท้วง
“แผนที่ที่พวกท่านได้รับมานั้น เป็นแผนที่ที่ถูกต้อง” เอลรอนด์ตอบ “จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของพวกท่าน และจงระวังกับดักที่ซ่อนอยู่”
นางยื่นถุงหนังเล็กๆ ให้โจเซฟ “ในนี้คือยาที่สกัดจากสมุนไพรหายาก หากพวกท่านได้รับบาดเจ็บ หรือโดนพิษร้ายแรง ให้ใช้มัน”
“ขอบคุณมาก” โจเซฟกล่าวรับด้วยความซาบซึ้ง “เราจะไม่ลืมบุญคุณของท่าน”
เอลรอนด์โค้งคำนับเล็กน้อย “ขอให้เทพแห่งป่าคุ้มครองพวกท่าน” นางหันหลังกลับและหายลับไปในหมู่แมกไม้ ทิ้งให้โจเซฟและบาร์นาบัสเผชิญหน้ากับความมืดมิดของป่าส่วนลึกเพียงลำพัง
“เอาล่ะ” บาร์นาบัสกล่าว พลางชักดาบออกมา “ดูเหมือนเราต้องพึ่งพากันเองแล้ว”
โจเซฟกางแผนที่ออกดูอีกครั้ง “ต้นไม้แห่งความทรงจำควรจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเรา”
พวกเขาเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้าทำให้พวกเขาผวาอยู่บ่อยครั้ง
“นั่นไง” บาร์นาบัสชี้ไปที่พื้นดินเบื้องหน้า “กับดัก”
โจเซฟมองตาม เขาเห็นหลุมพรางขนาดใหญ่ที่ถูกพรางไว้อย่างแนบเนียน หากไม่สังเกตให้ดี อาจจะตกหลุมลงไปได้
“ขอบคุณท่านมาก” โจเซฟกล่าว “ข้าคงมองไม่เห็นแน่ๆ”
“ข้าก็เกือบจะเดินตกไปเหมือนกัน” บาร์นาบัสตอบ “เราต้องระวังตัวให้มากกว่านี้”
พวกเขาค่อยๆ เดินเลาะหลุมพรางไป และหลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็พบกับอันตรายอีกรูปแบบหนึ่ง
เสียงคำรามดังสนั่นมาจากพุ่มไม้ด้านซ้าย เป็นสัตว์ป่าขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายหมีผสมกับหมาป่า มีเขี้ยวเล็บแหลมคม ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความหิวกระหาย
“อสูรกายแห่งเงา” บาร์นาบัสอุทาน “ข้าเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับมัน มันแข็งแกร่งและดุร้ายมาก”
“เราต้องสู้” โจเซฟกล่าว “แต่ต้องระวังอย่าให้เสียเลือดมากเกินไป”
บาร์นาบัสพุ่งเข้าใส่ทันที ใช้ดาบของเขาฟาดฟันเข้าใส่สัตว์ร้ายอย่างรวดเร็ว โจเซฟเองก็ไม่รอช้า เขาใช้คทาของตนเองร่ายเวทมนตร์ป้องกัน และพยายามหาจังหวะโจมตีเสริม
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด สัตว์ร้ายนั้นแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ มันคำรามเสียงดัง กรงเล็บของมันฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว บาร์นาบัสหลบหลีกการโจมตีอย่างฉิวเฉียว เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขน แต่ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้
“ทางนี้!” โจเซฟตะโกน เขาเห็นว่ามีเถาวัลย์หนาปกคลุมกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวของอสูรกาย “ท่านล่อมันไปทางนั้น!”
บาร์นาบัสเข้าใจทันที เขาพุ่งเข้าใส่สัตว์ร้ายอีกครั้ง พยายามล่อให้มันหันไปทางที่โจเซฟชี้
เมื่ออสูรกายหันไปตามที่บาร์นาบัสล่อ โจเซฟก็ร่ายเวทมนตร์บทสุดท้าย เขาใช้คทารวบรวมพลังงานแสงจากลำแสงที่ส่องลอดใบไม้ลงมา แล้วยิงออกไปเป็นลำแสงสีขาวสว่างจ้า พุ่งเข้าใส่จุดอ่อนของอสูรกายที่บาร์นาบัสเปิดไว้
อสูรกายคำรามด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไป
“รอดมาได้หวุดหวิด” บาร์นาบัสถอนหายใจอย่างโล่งอก เขามองบาดแผลที่แขน “คงต้องพึ่งยาของพวกเอลฟ์แล้ว”
โจเซฟรีบเปิดถุงหนังและนำยาออกมา ทาลงบนบาดแผลของบาร์นาบัส ทันทีที่ยาถูกทาลงไป บาดแผลก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
“น่าทึ่งจริงๆ” บาร์นาบัสกล่าว “ยาของพวกเอลฟ์นี่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ”
“เราต้องรีบเดินทางต่อ” โจเซฟกล่าว “ก่อนที่อันตรายอื่นจะมาถึง”
พวกเขาเดินต่อไปอีกหลายชั่วโมง จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศรอบตัว ความมืดเริ่มจางลง และมีแสงสว่างเรืองรองปรากฏขึ้นจากเบื้องหน้า
“นั่นไง” โจเซฟกล่าว “ต้องเป็น ‘ต้นไม้แห่งความทรงจำ’ แน่ๆ”
เมื่อพวกเขาเดินไปถึงบริเวณที่แสงสว่างจ้าที่สุด ก็พบกับภาพที่น่าอัศจรรย์ เบื้องหน้าพวกเขาคือต้นไม้ขนาดมหึมา ลำต้นของมันกว้างใหญ่จนต้องใช้คนหลายคนโอบรอบ ใบของมันเป็นสีเงินยวงสะท้อนแสงระยิบระยับ ราวกับว่ามันส่องสว่างออกมาจากภายใน
รอบๆ ต้นไม้ มีหมอกสีขาวบางๆ ลอยเอื่อยอยู่ และบนใบไม้แต่ละใบ ก็มีหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่เป็นประกายราวกับอัญมณี
“น้ำค้างแห่งแสง” โจเซฟกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าไปใกล้ หยดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบไม้ก็เริ่มสั่นไหว และหมอกสีขาวรอบๆ ต้นไม้ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง
“ผู้ใดบังอาจเข้ามาใกล้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!” เสียงก้องกังวานดังขึ้นจากอากาศรอบตัว
โจเซฟและบาร์นาบัสชะงัก พวกเขามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นใคร “เรามาเพื่อช่วยเหลือ ไม่ใช่เพื่อทำลาย” โจเซฟตอบเสียงดังฟังชัด
“การช่วยเหลือที่แท้จริง คือการปกป้องมันจากผู้ที่มิได้มีเจตนาอันบริสุทธิ์” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “พวกเจ้ามาจากโลกมนุษย์ โลกที่เต็มไปด้วยความโลภและการทำลายล้าง”
“ข้าคือโจเซฟ นักบวชจากมหาวิหารแห่งแสง” โจเซฟกล่าว “ข้ามาพร้อมภารกิจที่สำคัญยิ่ง และสาส์นที่ข้าถือมานั้น ต้องการความรู้จากต้นไม้แห่งความทรงจำ”
“สาส์น?” เสียงนั้นดูประหลาดใจ “เจ้ากำลังพูดถึงสิ่งใด”
“ข้าได้รับมอบหมายให้ปกป้องสมดุลแห่งโลก” โจเซฟกล่าว “และข้าเชื่อว่าต้นไม้แห่งความทรงจำคือส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น”
“หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เจ้าต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจของเจ้า” เสียงนั้นกล่าว “จงบอกข้ามาว่า เหตุใดเจ้าจึงสมควรที่จะได้รับน้ำค้างแห่งแสงนี้”
โจเซฟมองไปที่บาร์นาบัสที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา เขาเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของสหาย เขาคิดถึงคำสอนของพระผู้เป็นเจ้า และคิดถึงภารกิจที่อยู่ตรงหน้า “ข้าสมควรได้รับน้ำค้างแห่งแสงนี้ เพราะข้าเชื่อในความดีงาม ข้าเชื่อในความหวัง และข้าพร้อมจะอุทิศตนเพื่อปกป้องทุกสิ่งที่มีค่า”
4,727 ตัวอักษร