ตอนที่ 17 — การกลับคืนสู่โลกที่เปลี่ยนแปลง
เมื่อผู้นำแห่งเหล่าผู้พิทักษ์จับมือของลีร่า ประตูแห่งสรวงสวรรค์ที่เคยเปิดออก ก็พลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าของพวกเขา บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับกำลังถูกดึงกลับไปยังมิติเดิม อากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้เรืองแสงค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของดินและความชื้นที่คุ้นเคย
"ถึงเวลาแล้ว" ผู้นำกล่าว เสียงของเขายังคงสงบนิ่ง "จงจำไว้... ว่าพลังแห่งสรวงสวรรค์... ไม่เคยสูญสลายไปไหน... มันเพียงแต่รอคอยเวลาที่จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง"
ลีร่ามองย้อนกลับไปที่ทุ่งหญ้าอันงดงามเป็นครั้งสุดท้าย ภาพของดอกไม้เรืองแสงที่เบ่งบานอย่างสดใส และท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนใสที่เต็มไปด้วยดวงดาวช่างน่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเศร้าที่เอลวินไม่ได้อยู่ตรงนั้นกับเธอ
"ขอบคุณ... สำหรับทุกสิ่ง" เธอเอ่ย เสียงของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
"หน้าที่ของข้า... คือการพิทักษ์" ผู้นำตอบ "และเจ้า... คือผู้ที่จะนำพาความหวังกลับไป"
ทั้งสองก้าวผ่านประตูแห่งสรวงสวรรค์ไป ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นอีกฝั่งหนึ่ง ความรู้สึกหนักอึ้งก็ถาโถมเข้ามา ราวกับว่าสรวงสวรรค์นั้นได้พรากเอาความเบาบางและความสดใสไปจากเธอ
พวกเขาพบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่หน้าแท่นบูชาหินอ่อนสีขาวเช่นเดิม แต่บรรยากาศรอบตัวแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุ่งหญ้าสีเขียวมรกตที่เคยเต็มไปด้วยดอกไม้เรืองแสง บัดนี้กลับกลายเป็นทุ่งหญ้าแห้งแล้ง ปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านและเศษซากปรักหักพัง แสงสีทองอ่อนๆ ที่เคยส่องสว่าง ก็จางหายไป เหลือเพียงแสงสีเทาหม่นที่สาดส่องลงมาอย่างอ่อนแรง
"เกิดอะไรขึ้น?" ลีร่าถามด้วยความตกใจ "ทำไม... ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?"
"พลังแห่งการทำลายล้าง... ได้ทิ้งร่องรอยไว้" ผู้นำอธิบาย พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "แต่... ไม่ทั้งหมด"
เขาชี้ไปยังแท่นบูชาหินอ่อนสีขาวที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางของความพินาศนั้น แม้จะดูเก่าแก่และมีรอยร้าวอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงเปล่งประกายแสงสีขาวนวลจางๆ ออกมา
"แกนกลางแห่งพลัง... ยังคงทำงานอยู่" ผู้นำกล่าว "แต่... มันอ่อนแรงลงมาก"
ทันใดนั้นเอง เสียงไวโอลินที่เคยบรรเลงบทเพลงแห่งการเกิดใหม่ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นเสียงที่แผ่วเบาและอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่เสียงเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอีกต่อไป แต่เป็นเสียงคร่ำครวญที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"เอลวิน..." ลีร่าพึมพำ เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกับเสียงเพลงนั้น แม้ว่าตัวตนของเอลวินจะกลายสภาพไปแล้วก็ตาม
"เขาได้มอบทุกสิ่ง... เพื่อให้สรวงสวรรค์ฟื้นคืนชีพ" ผู้นำกล่าว "แต่... การต่อสู้กับเงาแห่งการทำลายล้าง... ก็ทำให้พลังงานที่เขาเป็นส่วนหนึ่งนั้น... อ่อนแรงลง"
ลีร่าเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอยื่นมือออกไปสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเยียบของมัน เธอนึกถึงตอนที่เอลวินสัมผัสแท่นบูชานี้ครั้งแรก ความรู้สึกสงบและความปีติสุขที่เขาเคยบอกเล่า
"เราจะทำอย่างไรต่อไปคะ?" ลีร่าถาม "เราจะปลุกพลังที่แท้จริงของสรวงสวรรค์ขึ้นมาได้อย่างไร... ในเมื่อมันอ่อนแรงขนาดนี้?"
"เจ้า... คือผู้ที่จะต้องทำ" ผู้นำกล่าว พลางมองลึกเข้าไปในดวงตาของลีร่า "พลังแห่งการสร้างสรรค์... จำเป็นต้องมีผู้ที่จะชี้นำ... ผู้ที่จะเชื่อมโยงมันเข้ากับโลกภายนอก"
"ฉัน... ฉันจะทำได้อย่างไร?" ลีร่าถาม "ฉันเป็นแค่นักดนตรีธรรมดา..."
"เจ้าไม่ใช่แค่นักดนตรีธรรมดาอีกต่อไป" ผู้นำกล่าว "เจ้าได้ผ่านการเดินทางอันยาวนาน... เจ้าได้เห็นความงามของสรวงสวรรค์... และเจ้าได้สัมผัสกับความเสียสละอันยิ่งใหญ่"
เขาหยิบเอาไวโอลินอันเก่าแก่ที่วางอยู่ข้างแท่นบูชาขึ้นมา มันเป็นไวโอลินตัวเดียวกับที่เอลวินเคยใช้ แต่ดูเก่าแก่และมีรอยขีดข่วนมากกว่า
"ไวโอลินนี้... เคยเป็นของเอลวิน" ผู้นำกล่าว "แต่บัดนี้... มันคือเครื่องมือที่จะช่วยเจ้า"
เขาบรรจงวางไวโอลินลงในมือของลีร่า มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเธอ
"จงบรรเลงเพลง... เพลงที่เจ้าได้ยินจากเอลวิน... เพลงที่เจ้าได้ยินจากสรวงสวรรค์" ผู้นำกล่าว "จงบรรเลงมันด้วยหัวใจ... ด้วยความหวัง... และด้วยความทรงจำของเอลวิน"
ลีร่ามองดูไวโอลินในมือ เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แฝงตัวอยู่ภายใน มันไม่ใช่พลังงานที่รุนแรง แต่เป็นพลังงานที่อบอุ่นและปลอบประโลม
"แต่... ถ้าเสียงเพลงของฉันไม่แข็งแกร่งพอ..." ลีร่าเอ่ยถาม
"ความแข็งแกร่ง... ไม่ได้มาจากระดับเสียงเสมอไป" ผู้นำกล่าว "บางครั้ง... ความอ่อนโยน... และความจริงใจ... ก็สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้"
ลีร่าพยักหน้า เธอตัดสินใจแน่วแน่ เธอยกไวโอลินขึ้นมาวางบนบ่า และจับคันชักขึ้นมา ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังแท่นบูชา และความทรงจำเกี่ยวกับเอลวินก็ผุดขึ้นมาในหัว
เธอหลับตาลง และเริ่มบรรเลงท่วงทำนองที่คุ้นเคย เสียงไวโอลินที่เคยสดใสและทรงพลัง บัดนี้ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโศกเศร้า ความรัก และความหวัง
3,845 ตัวอักษร