วิญญาณนักรบในร่างเด็กน้อย

ตอนที่ 28 / 45

ตอนที่ 28 — ความจริงที่ถูกเปิดเผย

"ในเอกสารเขียนว่าอย่างไรบ้าง?" เซอร์เรนถาม เขาพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ต้องชะงักเมื่ออาจารย์เมอริลช่วยประคองเอาไว้ "ข้า... ข้ายังไม่แข็งแรงพอ" "ไม่ต้องห่วงท่านเซอร์เรน" อาจารย์เมอริลกล่าว "พักผ่อนเถอะ ข้าจะอ่านให้ฟังเอง" เอริคพยักหน้าเห็นด้วย เขาค่อยๆ คลี่เอกสารแผ่นหนึ่งออกอย่างระมัดระวังที่สุด ตราสัญลักษณ์รูปนกอินทรีสีทองโอบล้อมด้วยดาบแห่งความยุติธรรมปรากฏเด่นชัดอยู่บนหัวกระดาษ ทุกสายตาจับจ้องไปยังแผ่นกระดาษโบราณนั้นด้วยความคาดหวัง "เอกสารนี้ลงวันที่... สองร้อยปีก่อน" อาจารย์เมอริลเริ่มต้นอ่านเสียงค่อย "มันเป็นบันทึกของท่านลอร์ดอัลแบร์ต แวนดอเรีย ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพหลวงในยุคนั้น" เขาหยุดเล็กน้อย ราวกับจะให้ทุกคนได้ซึมซับบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ที่กำลังจะถูกเปิดเผย "บันทึกฉบับนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่การล่มสลายของตระกูลแวนดอเรีย... มันไม่ใช่การทรยศอย่างที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้" ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง อาจารย์เมอริลกวาดสายตาไปยังเอริคที่นั่งนิ่งราวกับรูปสลัก ก่อนจะกลับมาที่เอกสารในมือ "ท่านลอร์ดอัลแบร์ตเขียนไว้ว่า... เขาถูกหักหลังโดยคนสนิทของตนเอง ผู้ที่เขาไว้ใจที่สุด" "ใครคือคนคนนั้น?" เอริคถามเสียงสั่นเครือ ความโกรทแค้นและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในใจ เขารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่ "เอกสารฉบับนี้ไม่ได้ระบุชื่อ แต่กล่าวถึงแหวนตราประจำตระกูลที่สวมอยู่บนนิ้วชี้ข้างซ้ายของผู้ทรยศ" อาจารย์เมอริลอ่านต่อไป "เป็นแหวนที่มีอัญมณีสีม่วงเข้มสลักเป็นรูป 'งูพันกะโหลก'" "งูพันกะโหลก..." เซอร์เรนพึมพำ "ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของตราสัญลักษณ์นี้... มันคือตราของตระกูล 'โซลานัส' ตระกูลขุนนางที่เคยมีอำนาจอยู่ทางตอนเหนือ" "ตระกูลโซลานัส?" เอริคทวนคำ เขาไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลนี้มาก่อนเลย แต่ภาพของแหวนวงนั้นก็ชัดเจนในความทรงจำ ราวกับว่าเขาน่าจะเคยเห็นมันมาก่อน "เป็นตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมักถูกกล่าวขานว่ามีความเกี่ยวข้องกับศาสตร์มืด" อาจารย์เมอริลอธิบาย "พวกเขาเป็นศัตรูทางการเมืองของตระกูลแวนดอเรียมาหลายชั่วอายุคน" "แล้ว... ทำไมท่านลอร์ดอัลแบร์ตถึงไม่เปิดเผยเรื่องนี้?" เอริคถาม คำถามนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเขามาตลอด "ท่านถูกใส่ร้ายและถูกจำกัดอิสรภาพก่อนที่จะเสียชีวิต" อาจารย์เมอริลอ่านต่อ "ก่อนที่ความยุติธรรมจะถูกบิดเบือน ท่านได้ซ่อนหลักฐานชิ้นนี้ไว้ โดยหวังว่าสักวันหนึ่ง จะมีผู้ที่ค้นพบความจริงและกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลแวนดอเรียกลับคืนมา" "ท่านลอร์ดอัลแบร์ตยังได้กล่าวถึง 'มรดกแห่งแสง' ซึ่งเป็นสมบัติลับของตระกูลที่ถูกซ่อนไว้" อาจารย์เมอริลกล่าว "ท่านเชื่อว่าสมบัติชิ้นนี้จะสามารถนำความสมดุลกลับคืนมาสู่แผ่นดินได้ หากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่คู่ควร" "มรดกแห่งแสง..." เอริคพึมพำอีกครั้ง ชื่อนี้คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่หลับใหลของเขา "นี่คือทั้งหมดที่ท่านลอร์ดอัลแบร์ตเขียนไว้ในบันทึกนี้หรือ?" "ยังไม่หมด" อาจารย์เมอริลบอก "ยังมีเอกสารอีกฉบับหนึ่ง มันเป็นจดหมายส่วนตัวที่เขียนถึงบุตรชายของท่าน" เขาหยิบเอกสารอีกแผ่นหนึ่งออกมา ซึ่งมีตราสัญลักษณ์เดียวกัน แต่ลายมือดูอ่อนโยนกว่า "จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้นในช่วงเวลาที่ท่านลอร์ดอัลแบร์ตใกล้จะสิ้นใจ ท่านได้กล่าวถึงความเจ็บปวดที่ต้องเห็นตระกูลของตนเองถูกประณาม และกล่าวถึงความเชื่อมั่นในตัวบุตรชายที่จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพวกเขาได้" "ท่านลอร์ดอัลแบร์ตเขียนว่า... 'ลูกรัก หากเจ้าได้อ่านจดหมายฉบับนี้ จงรู้ไว้ว่าบิดาของเจ้าไม่ได้เป็นผู้ทรยศ แต่ถูกใส่ร้ายจากเงาที่มองไม่เห็น จงใช้สติปัญญาและความกล้าหาญของเจ้าค้นหาความจริง และอย่าหลงกลกับคำลวงใดๆ'" "คำพูดเหล่านี้... มันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความหวังของท่านลอร์ดอัลแบร์ต" เซอร์เรนกล่าว "แม้ในวาระสุดท้าย ท่านก็ยังคงเชื่อมั่นในอนาคต" "และท่านยังได้ฝากข้อความถึงบุตรชายให้ตามหาสิ่งของสำคัญชิ้นหนึ่ง... มันถูกเรียกว่า 'หัวใจแห่งแสงจันทร์'" อาจารย์เมอริลอ่านต่อ "ท่านบอกว่าสิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่จะสามารถปลุกพลังที่แท้จริงของมรดกแห่งแสงได้" "หัวใจแห่งแสงจันทร์..." เอริครู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะผุดขึ้นมาในความทรงจำ เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่กระจัดกระจาย "ท่านลอร์ดอัลแบร์ตเชื่อว่าแหวนตราประจำตระกูลโซลานัสที่สวมโดยผู้ทรยศนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการตามหาสิ่งนี้" อาจารย์เมอริลกล่าว "ท่านได้ทิ้งเบาะแสสุดท้ายไว้ในจดหมายฉบับนี้... 'เมื่อแสงจันทร์เต็มดวง สาดส่องยังหอคอยที่ถูกลืมเลือน ณ ที่นั่น เจ้าจะพบทางออก'" "หอคอยที่ถูกลืมเลือน..." เอริครู้สึกว่าความทรงจำกำลังก่อตัวขึ้น เขาจำได้เลือนรางถึงหอคอยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่นอกเมือง บนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ "มีหอคอยแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง" เซอร์เรนกล่าว "มันถูกเรียกว่า 'หอคอยแห่งราตรี' ผู้คนเชื่อว่ามันเป็นสถานที่ต้องคำสาป ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้" "หอคอยแห่งราตรี..." เอริคพึมพำ ชื่อนี้กระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในตัวเขา "อาจจะเป็นที่นั่นก็ได้" "แต่การจะไปที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย" อาจารย์เมอริลกล่าว "ตระกูลโซลานัสยังคงมีอำนาจอยู่ และพวกเขาคงไม่ยอมให้ใครไปค้นพบความจริงได้ง่ายๆ" "ข้าเข้าใจครับ" เอริคตอบ ดวงตาของเขามีประกายแห่งความมุ่งมั่น "ข้าจะต้องหา 'หัวใจแห่งแสงจันทร์' ให้เจอ และกอบกู้เกียรติของตระกูลแวนดอเรียให้ได้" "เจ้าจะไปคนเดียวได้อย่างไร?" เซอร์เรนถามอย่างเป็นห่วง "เจ้ายังเด็กนัก" "ผมไม่ต้องการให้ใครต้องมาเสี่ยงอันตรายเพื่อผมอีกแล้ว" เอริคกล่าว "ผมจะไปเอง" "ไม่!" เซอร์เรนปฏิเสธเสียงแข็ง "ข้าไม่ยอมให้เจ้าไปคนเดียวแน่ ข้าเป็นหนี้ตระกูลแวนดอเรียเสมอ" "แต่ท่านยังบาดเจ็บอยู่" เอริคแย้ง "ข้าจะฟื้นตัวให้เร็วที่สุด" เซอร์เรนยืนยัน "และเมื่อข้าพร้อม ข้าจะไปกับเจ้า" อาจารย์เมอริลมองทั้งสองด้วยความเข้าใจ "ข้าจะช่วยเจ้าเท่าที่ข้าจะทำได้" เขากล่าว "ข้าจะช่วยเจ้าหาข้อมูลเกี่ยวกับหอคอยแห่งราตรี และเตรียมยาเตรียมเสบียงที่จำเป็นให้" "ขอบคุณครับอาจารย์" เอริคกล่าว พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง "พวกเราจะทำสำเร็จอย่างแน่นอน" ในขณะที่เอริคกำลังวางแผนขั้นต่อไป ชายชุดดำที่ถูกส่งมาโดยคาลัสในตอนแรก ซึ่งถูกเอริคจัดการจนสลบไป ก็เริ่มได้สติขึ้นมา เขามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ท่านคาลัส..." เขาพึมพำ "ข้าต้องรายงานท่าน" เขาแอบคลานออกมาจากมุมมืดของตลาดมืดอย่างเงียบเชียบ หวังว่าเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดไปรายงานนายของตนได้ แม้ว่าเขาจะล้มเหลวในการทำภารกิจครั้งนี้ แต่เขาก็ยังมีความหวังที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตนเองด้วยการนำข่าวสำคัญไปให้ "เด็กนั่น... มันไม่ใช่เด็กธรรมดา" เขาคิดในใจ "มันแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ และสามารถเอาชนะท่านคาลัสได้" เขาไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาที่จะไปรายงานข่าว จะนำพาอันตรายที่คาดไม่ถึงมาสู่อะไรบางอย่างหรือไม่ เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น หวังเพียงแค่จะได้พบหน้าท่านคาลัสโดยเร็วที่สุด

5,623 ตัวอักษร