ตอนที่ 6 — ปรากฏกายมังกรเพลิง
อัสนีและจันทร์ผาเดินตามอัคคีราชาเข้าไปในถ้ำลึก บรรยากาศภายในอบอ้าวและร้อนระอุยิ่งกว่าภายนอกเสียอีก แสงสว่างจากเปลวเพลิงสีทองที่ลอยอยู่ตามผนังถ้ำ ทำให้มองเห็นหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา ก่อตัวขึ้นอย่างสวยงามราวกับประติมากรรมธรรมชาติ
เสียงคำรามที่ทรงพลังยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะสั่นสะเทือนไปถึงดวงดาว มันไม่ใช่เสียงคำรามที่แสดงถึงความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความสง่างาม
“เราใกล้จะถึงแล้ว” อัคคีราชาเอ่ย “จงรักษาจิตใจให้สงบ และเปิดรับพลังที่จะมาถึง”
เมื่อเดินพ้นมุมถ้ำสุดท้าย ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทั้งสองถึงกับหยุดชะงัก พวกเขามาถึงโถงถ้ำขนาดมหึมา เพดานถ้ำสูงเสียดฟ้า จนแทบจะมองไม่เห็น ยอดของมันถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีแดงฉานที่ลอยกรุ่นออกมาจากพื้น
และเบื้องหน้าพวกเขา คือสิ่งมีชีวิตในตำนานที่พวกเขารอคอย
“มังกรเพลิง…” อัสนีพึมพำด้วยความตะลึง
มันคือมังกรที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ร่างกายปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีทองอร่าม เปล่งประกายราวกับทองคำบริสุทธิ์ ปีกทั้งสองข้างกางออกราวกับจะโอบกอดทั่วทั้งโถงถ้ำ ดวงตาสีอำพันของมันฉายแววแห่งปัญญาและความเก่าแก่ มันกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ปล่อยเปลวเพลิงสีทองอ่อนๆ ออกมาจากลำคออย่างต่อเนื่อง
“เจ้าคือ ‘อัสนี’ และ ‘จันทร์ผา’ สินะ” เสียงก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาด ดังมาจากร่างของมังกรเพลิง “ข้าคือ ‘อัคคีราช’ ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาแห่งนี้”
อัสนีและจันทร์ผาก้มศีรษะลงด้วยความเคารพ นี่คือเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าสิ่งใดที่พวกเขาเคยพบเจอ
“ท่านอัคคีราช” อัสนีกล่าว “ข้าคืออัสนี ผู้ได้รับพลังแห่งสายฟ้า”
“และข้าคือจันทร์ผา สหายของอัสนี” จันทร์ผาเสริม
อัคคีราชพยักหน้าช้าๆ “ข้าได้เฝ้ามองพวกเจ้ามานานแล้ว ตั้งแต่เจ้ายังเยาว์วัย อัสนี พลังสายฟ้าที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้า กำลังจะถูกปลุกขึ้นมาเพื่อต่อกรกับ ‘เงาทมิฬ’ ที่กำลังจะกลับมา”
“เงาทมิฬ…คือ ‘อสูรราตรี’ สินะครับ” อัสนีถาม
“ใช่” อัคคีราชตอบ “แต่ ‘เงาทมิฬ’ ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น มันคือพลังแห่งความมืดที่กำลังจะกลืนกินโลกใบนี้ เจ้าจะต้องผนึกกำลังกับข้า เพื่อขับไล่มันไป”
“ผนึกกำลัง?” จันทร์ผาถาม “แต่ท่านอัคคีราช ท่านคือมังกรเพลิง ท่านควรจะแข็งแกร่งพอที่จะจัดการมันได้ด้วยตัวท่านเอง”
อัคคีราชส่ายหัวช้าๆ “พลังของข้าแข็งแกร่งก็จริง แต่ข้าไม่สามารถเผชิญหน้ากับ ‘เงาทมิฬ’ ได้เพียงลำพัง พลังแห่งความมืดนั้นลึกล้ำและแผ่ขยายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า มันต้องการพลังแห่งแสงสว่างและสายฟ้าที่จะมาต่อกร”
“พลังแห่งสายฟ้า…” อัสนีทวนคำ “หมายความว่า พลังของข้าจะต้องผสานกับพลังของท่านหรือครับ”
“ถูกต้อง” อัคคีราชตอบ “เจ้าคือ ‘นักรบแห่งสายฟ้า’ ที่ถูกลิขิตมาเพื่อทำหน้าที่นี้ และข้าคือ ‘มังกรเพลิง’ ผู้เป็นตัวแทนแห่งพลังธรรมชาติ จงจำไว้ว่า พลังแห่งสายฟ้าของเจ้าและพลังแห่งเพลิงของข้า จะต้องหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้าง ‘อัสนีเพลิง’ อันเป็นหนึ่งเดียวที่จะสามารถขับไล่ ‘เงาทมิฬ’ ได้”
“อัสนีเพลิง…” จันทร์ผาพึมพำ “ฟังดูทรงพลังจริงๆ”
“แต่มันไม่ง่าย” อัคคีราชกล่าวต่อ “การหลอมรวมพลังของพวกเราทั้งสอง ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ พวกเจ้าจะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก และต้องเรียนรู้ที่จะไว้วางใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง”
“ข้าพร้อมที่จะเรียนรู้!” อัสนีกล่าวอย่างแน่วแน่ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงถูกเลือก พลังสายฟ้าที่เขาเพิ่งค้นพบ มันไม่ใช่แค่พลังป้องกันตัว แต่มันคืออาวุธที่จะใช้ในการกอบกู้โลก
“ข้าก็จะช่วยอัสนีเต็มที่ครับ” จันทร์ผาเสริม “แม้ว่าข้าจะไม่มีพลังพิเศษเหมือนอัสนี แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทางที่ข้ามี เพื่อสนับสนุนเขา”
อัคคีราชมองจันทร์ผาด้วยแววตาที่ชื่นชม “เจ้าคือสหายที่แท้จริง จันทร์ผา ความภักดีและความกล้าหาญของเจ้า จะเป็นพลังสำคัญที่ไม่แพ้พลังใดๆ”
“เอาล่ะ” อัคคีราชกล่าว “ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องเริ่มต้นการฝึกฝน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง”
ทันใดนั้น ลำแสงสีทองสว่างวาบพุ่งออกมาจากตัวอัคคีราช ส่องสว่างไปทั่วทั้งโถงถ้ำ อัสนีและจันทร์ผาต้องยกมือขึ้นบังตา
“จงตั้งสมาธิ อัสนี” เสียงของอัคคีราชดังขึ้น “ปล่อยให้พลังแห่งสายฟ้าในตัวเจ้า ตอบรับกับพลังแห่งอัคคีนี้”
อัสนีพยายามทำตามที่อัคคีราชบอก เขารู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลเข้ามาหาตัวมันร้อนผ่าว แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เจ็บปวด เขารู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งที่ขาดหายไปในตัวเขากำลังถูกเติมเต็ม
“ข้า…ข้ารู้สึกได้!” อัสนีอุทาน “เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างเชื่อมต่ออยู่”
“นั่นคือจุดเริ่มต้นของการหลอมรวม” อัคคีราชกล่าว “จงเปิดใจรับมัน แล้วเจ้าจะเข้าใจ”
เมื่อแสงสว่างจางลง อัสนีก็พบว่าเขายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเปลวเพลิงสีทองอ่อนๆ ที่ลอยอยู่รอบตัวเขา ไม่ใช่เปลวเพลิงที่แผดเผา แต่เป็นเปลวเพลิงที่ให้ความอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังชีวิต
“นี่คือ ‘อัสนีเพลิง’ ที่เริ่มก่อกำเนิดขึ้นในตัวเจ้า” อัคคีราชประกาศ “จงฝึกฝนมันให้ชำนาญ จงใช้มันเพื่อปกป้องโลกใบนี้”
อัสนีมองดูเปลวเพลิงที่ล้อมรอบตัวเขา เขารู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันไม่ใช่แค่พลังสายฟ้าอีกต่อไป แต่มันคือพลังที่ผสานระหว่างสายฟ้าและอัคคี มันคือพลังแห่ง ‘อัสนีเพลิง’ อย่างแท้จริง
4,100 ตัวอักษร