ตอนที่ 12 — พายุพิโรธยามรัตติกาล
พายุทรายที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงในยามค่ำคืน กลายเป็นฉากหลังอันสมบูรณ์แบบสำหรับการโจมตีที่คาลิลได้วางแผนไว้ แสงจันทร์ที่ถูกบดบังด้วยเม็ดทรายที่ปลิวว่อน ทำให้ทัศนวิสัยแทบจะเป็นศูนย์ กลุ่มนักรบของคาลิล ซึ่งนำโดยตัวเขาเอง เคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบราวกับเงา
"จำแผนการให้ดี" คาลิลกระซิบกับฟาริสที่เดินตามหลังเขามาติดๆ "พวกเราจะเข้าโจมตีค่ายหลักของรามาสจากทางด้านตะวันตก ที่เป็นจุดอ่อนที่สุด"
"แต่ทหารของเขา... มีจำนวนมากกว่าเราหลายเท่า" ฟาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
"จำนวนไม่ใช่ทุกสิ่ง" คาลิลตอบ ดวงตาของเขาส่องประกายสีฟ้าเรืองรองในความมืด "พลังที่ข้าได้รับมา จะเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรา"
เขาหยุดเดิน หันไปมองเหล่านักรบที่มารวมตัวกันกว่าร้อยชีวิต "ข้าขอให้พวกเจ้าทุกคนจงอธิษฐานต่อเทพเจ้าแห่งทะเลทราย จงอธิษฐานให้เรามีชัยในคืนนี้!"
"เราจะสู้เคียงข้างท่าน!" เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างหนักแน่น
คาลิลพยักหน้า เขาไม่ลังเลที่จะก้าวไปข้างหน้า ดาบแห่งชะตากรรมในมือเปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คลื่นพลังงานอันมหาศาลแผ่ออกมา ทำให้เม็ดทรายรอบๆ ตัวเขาหมุนวนราวกับมีพายุขนาดย่อมอยู่ภายใน
"รามาส! ออกมาเผชิญหน้าข้า!" คาลิลตะโกนก้อง เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วผืนทะเลทราย ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ดังมาจากเบื้องบน
ภายในค่ายใหญ่ของรามาส ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้น เสียงตะโกนสั่งการดังระงม ทหารหลายนายวิ่งไปมาราวกับคนบ้า
"อะไรกัน! ใครมันกล้ามาบุกค่ายของเราในยามวิกาลแบบนี้!" รามาสตะโกนถามเสียงดัง เขาเดินออกมาจากเต็นท์ใหญ่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ท่านคาลิลขอรับ!" ทหารคนหนึ่งรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เขาอยู่ที่ปากทางเข้าค่ายทางตะวันตก! และ... เขาดูเหมือนจะมีพลังที่น่ากลัว!"
"พลังหรือ?" รามาสหัวเราะเยาะ "ข้าจะแสดงให้มันเห็นว่าใครคือผู้มีอำนาจที่แท้จริงในดินแดนแห่งนี้!"
เขาคว้าดาบของตนเองขึ้นมา "ทหารทุกนาย! จงตามข้าไป! เราจะบดขยี้พวกกบฏโง่ๆ พวกนี้ให้แหลก!"
รามาสพร้อมด้วยทหารองครักษ์นับร้อยนาย มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่คาลิลปรากฏตัว
เมื่อคาลิลเห็นเงาร่างของรามาสและกองทหารของเขา เขาก็ยิ้มมุมปาก "ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเสียที"
"เจ้ามันก็แค่พวกกบฏข้างถนน" รามาสกล่าวดูถูก "เจ้าคิดว่าพลังจอมปลอมนั่นจะเอาชนะกองทัพอันยิ่งใหญ่ของข้าได้หรือ?"
"พลังนี้ไม่ใช่ของปลอม" คาลิลตอบ "และมันจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น"
คาลิลยกดาบแห่งชะตากรรมขึ้น ร่างของเขาเริ่มเรืองแสงสีฟ้าเข้มขึ้นเรื่อยๆ พลังงานที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนทหารของรามาสหลายนายเริ่มถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
"ถอยไป!" รามาสตะโกน "อย่าให้มันทำให้พวกเจ้ากลัว!"
แต่ก็สายเกินไป คาลิลปล่อยพลังที่สะสมไว้ออกมาทั้งหมด ร่างของเขากลายเป็นเหมือนพายุสีฟ้าที่หมุนวนเข้าใส่กองทหารของรามาส
"ซามีร์! เลลา! ฟาริส! ถึงเวลาแล้ว!" คาลิลตะโกน
เสียงตอบรับดังมาจากด้านข้าง ซามีร์และกลุ่มนักรบจำนวนหนึ่งเริ่มระดมยิงธนูและหอกเข้าใส่กองทัพของรามาสจากทิศทางอื่นๆ ขณะที่เลลาและนักรบอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังลอบเข้าไปในค่าย เพื่อจุดไฟเผาเสบียงและเต็นท์ต่างๆ
คาลิลเองก็ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่รามาสด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ดาบแห่งชะตากรรมฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว รามาสพยายามป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ แต่พลังของคาลิลนั้นเหนือกว่าที่เขาเคยเจอมา
"เป็นไปไม่ได้!" รามาสอุทาน เมื่อดาบของคาลิลปัดดาบของเขาจนกระเด็น
"เจ้าไม่เข้าใจถึงพลังที่แท้จริง" คาลิลกล่าว "พลังแห่งการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ!"
คาลิลปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังสีฟ้าเข้าใส่รามาสอย่างรุนแรง ร่างของรามาสกระเด็นไปไกล ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
"ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการปฏิวัติครั้งนี้ได้!" คาลิลประกาศก้อง "รามาสถูกโค่นล้มแล้ว! จงยอมจำนน!"
ทหารที่เหลือของรามาสเมื่อเห็นนายทัพของตนพ่ายแพ้ และเมื่อเห็นกองไฟที่เริ่มลุกไหม้ไปทั่วค่าย ก็หมดกำลังใจที่จะต่อสู้ พวกเขาเริ่มทิ้งอาวุธและยอมจำนน
"เรายอมแพ้!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากหลายทิศทาง
คาลิลยืนมองทิวทัศน์เบื้องหน้าอย่างสงบ พายุทรายเริ่มสงบลง ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย เขาได้เห็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
"นี่เป็นเพียงก้าวแรก" คาลิลพึมพำ "การต่อสู้เพื่อปลดแอกนครหลวงยังคงรอเราอยู่"
ซามีร์, ฟาริส, และเลลา เดินเข้ามาหาเขา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
"เราทำสำเร็จแล้ว ท่านคาลิล!" ฟาริสกล่าวอย่างตื่นเต้น
"ชัยชนะครั้งนี้เป็นของพวกเราทุกคน" คาลิลกล่าว "แต่เราต้องไม่ประมาท"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" เลลาถาม
"รามาสอาจจะพ่ายแพ้ไปแล้ว" คาลิลตอบ "แต่เรายังไม่รู้ว่าใครคือเบื้องหลังอำนาจที่แท้จริงในนครหลวง"
"เราจะค่อยๆ หาคำตอบไป" ซามีร์กล่าว "ตอนนี้ ปล่อยให้เราได้ฉลองชัยชนะครั้งนี้เสียก่อน"
คาลิลพยักหน้า เขาหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสีทองอ่อนๆ สาดส่อง เขาหยิบดาบแห่งชะตากรรมขึ้นมามอง มันยังคงเรืองรองด้วยแสงสีฟ้า เป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังและความรับผิดชอบที่เขากำลังแบกรับ
"การเดินทางของเราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" คาลิลกล่าว
4,025 ตัวอักษร