ตอนที่ 20 — การประลอง ณ วิหารแห่งแสง
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" อัคคีตะโกน พลางก้าวออกมาขวางหน้าจักรพรรดิอัสนี "ท่านจะทำอย่างนี้ไม่ได้!"
"หึ! เจ้าหนูบังอาจนัก!" จักรพรรดิอัสนีเย้ยหยัน "เจ้าคิดว่าเจ้าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ? ข้าคือผู้ที่กุมอำนาจแห่งความมืด!"
"พลังแห่งความมืดอาจจะแข็งแกร่ง" เงากล่าว พลางหยิบกุญแจแสงขึ้นมา "แต่มันก็ไม่สามารถเอาชนะแสงสว่างและความดีงามได้!"
"คำพูดสวยหรู!" จักรพรรดิอัสนีหัวเราะ "ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริง!"
ว่าแล้ว เขาก็ปล่อยพลังงานสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่อัคคีอย่างรวดเร็ว อัคคีตั้งดาบขึ้นรับ การปะทะกันของพลังงานทำให้เกิดคลื่นกระแทกแผ่กระจายออกไปทั่วห้องโถง
"ภูผา! ประกาย! รีบไปเอาสมบัติมา!" อัคคีตะโกนขณะที่เขาต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีในการต้านทานพลังของจักรพรรดิอัสนี "เงา! ช่วยข้าด้วย!"
ภูผาและประกายรีบวิ่งไปที่แท่นศิลา พวกเขามองไปที่มงกุฎที่เปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ "เราจะเอามันไปได้อย่างไร?" ประกายถาม
"ข้าไม่รู้!" ภูผาตอบ "แต่เราต้องลอง!"
เงาพยักหน้าให้ภูผาและประกาย ก่อนจะหันไปช่วยอัคคี ร่างเงาของเขากลืนหายไปในเงามืดของวิหาร เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งด้านหลังจักรพรรดิอัสนี และใช้กุญแจแสงฟาดฟันเข้าใส่
"เจ้าอีกแล้วรึ!" จักรพรรดิอัสนีหันขวับ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธ "ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!"
เขาปล่อยกรงเล็บเหล็กสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่เงาอย่างรวดเร็ว เงาหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด กรงเล็บเหล็กเฉียดผ่านร่างของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ในขณะเดียวกัน อัคคีก็ใช้โอกาสนี้ ตวัดดาบของเขาเข้าใส่จักรพรรดิอัสนีเต็มแรง "รับไปซะ!"
"โง่เขลา!" จักรพรรดิอัสนีตะคอก เขายกแขนขึ้นบังด้วยกรงเล็บเหล็ก เสียงดาบกระทบกรงเล็บดังสนั่นหวั่นไหว เกิดเป็นประกายไฟแลบแปลบปลาบ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางความงดงามของวิหารแห่งแสง ท่ามกลางแสงสว่างที่ควรจะนำมาซึ่งความสงบ แต่กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว
"พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่!" จักรพรรดิอัสนีตะคอก เขาผลักอัคคีและเงาออกไปอย่างแรง จนทั้งคู่กระเด็นไปติดผนังวิหาร
"เราใกล้แล้ว!" ภูผาตะโกน เขาและประกายกำลังพยายามยกมงกุฎออกจากแท่นศิลา แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับจะติดอยู่กับที่ "มันไม่ยอมขยับเลย!"
"ต้องใช้พลังของกุญแจแสง!" เงาตะโกนบอก "ภูผา! ประกาย! ปล่อยมือของพวกเจ้า แล้วให้เงาเป็นคนทำ!"
ภูผาและประกายผงะไปเล็กน้อย แต่พวกเขาก็เข้าใจ พวกเขารีบถอนมือออกจากมงกุฎ เงาเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลา เขาค่อยๆ ยื่นกุญแจแสงออกไปสัมผัสกับมงกุฎ
ทันทีที่กุญแจแสงสัมผัสกับมงกุฎ พลังงานมหาศาลก็ปะทุขึ้น! แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากกุญแจแสง และแสงสีขาวบริสุทธิ์จากมงกุฎ ผสมผสานกันกลายเป็นแสงเจิดจ้าที่สว่างไสวไปทั่วทั้งห้องโถง
"ไม่นะ!" จักรพรรดิอัสนีร้องด้วยความตกใจ เขาพยายามจะเข้ามาขัดขวาง แต่กลับถูกคลื่นพลังงานผลักกลับไป
มงกุฎแห่งจักรพรรดิค่อยๆ ลอยขึ้นจากแท่นศิลา เปล่งประกายเจิดจ้ากว่าที่เคยเป็นมา มันลอยวนอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนไปหาเงา
"รับไปซะ!" เงากล่าว เขาเอื้อมมือออกไปรับมงกุฎที่ลอยเข้ามาหา
ทันทีที่เงาจับมงกุฎไว้ในมือ แสงสีฟ้าจากกุญแจแสง และแสงสีขาวจากมงกุฎ ก็พลันรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นลำแสงสีทองอร่ามที่พุ่งตรงเข้าใส่จักรพรรดิอัสนี
"กรี๊ดดดดดดดดด!" จักรพรรดิอัสนีร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาเริ่มสลายตัวไป กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำทะมึนที่ถูกสายลมพัดปลิวไป
"ท่านทำสำเร็จแล้ว!" อัคคีตะโกนอย่างดีใจ เขารีบพยุงตัวขึ้นมาหาเงา
"ข้า... ข้าทำได้อย่างไร?" เงาถามด้วยความงุนงง เขามองดูมงกุฎในมือด้วยความอัศจรรย์ใจ
"กุญแจแสงของเจ้า... มันเป็นกุญแจที่แท้จริง" อัคคีอธิบาย "มันสามารถปลดปล่อยพลังที่ซ่อนเร้นของมงกุฎแห่งจักรพรรดิได้"
"แล้ว... แล้วสมบัติของจักรพรรดิคืออะไรกันแน่?" ประกายถาม
"สมบัติที่แท้จริง... คือสมดุลแห่งพลัง" อัคคีตอบ "สมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด สุริยะและอัสนี"
"แล้วทำไมจักรพรรดิสุริยะถึงต้องผนึกจักรพรรดิอัสนีไว้?" ภูผาถาม
"บางที... การผนึกอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด" เงาครุ่นคิด "บางที... การยอมรับและสร้างสมดุลต่างหาก คือสิ่งที่จะนำพาความสงบสุขที่แท้จริงมาให้"
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง ท้องฟ้าภายในวิหารที่เคยสดใสก็พลันมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว แสงสว่างที่เคยส่องสว่างพลันเลือนหายไป แทนที่ด้วยเงาทะมึนที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้น?" ประกายถามด้วยความตกใจ
"ข้าว่า... เรื่องยังไม่จบแค่นี้" อัคคีกล่าว ดวงตาของเขามองไปยังทางเข้าวิหารที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเงามืด "บางที... การกำจัดจักรพรรดิอัสนี อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ก็เป็นได้"
จากเงามืดนั้น ร่างเงาขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่รูปร่างของจักรพรรดิอัสนี แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวยิ่งกว่า ดวงตาสีแดงฉานหลายดวงจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างกระหายเลือด
3,845 ตัวอักษร