ตอนที่ 1 — เงาชายในศาลาร้าง
สายฝนพรำโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะชะล้างคราบสกปรกของเมืองหลวงแห่งนี้ให้จางหายไป แต่สำหรับ พ.ต.ท. ชานนท์ เดชาพงศ์ แล้ว น้ำฝนก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยกลบเกลื่อนกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงติดตรึงในจมูกได้ บ่ายวันนั้น เขามายืนอยู่หน้าศาลาร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลิ่นอับชื้นของไม้ผุ กลิ่นดินชื้น และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมปนเปกันจนน่าสะอิดสะเอียน แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ สาดลอดผ่านซอกหลังคาที่ผุพังลงมากระทบกับร่างที่นอนนิ่งอยู่กลางศาลา
ร่างนั้นคือ นายภัทร พงศ์ธาดา เศรษฐีเจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เขาเสียชีวิตในสภาพที่น่าอนาถ เลือดสีแดงฉานไหลนองอาบพื้นไม้เก่าแก่ของศาลา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองขึ้นไปบนเพดานที่ผุพังราวกับยังไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น มือข้างหนึ่งยังคงกำแน่นอยู่ที่อกเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่บัดนี้เปื้อนไปด้วยเลือดจนไม่อาจมองเห็นสีเดิมได้
“เป็นไงบ้างสารวัตร” ชานนท์เอ่ยถาม สารวัตรสมชาย เจ้าของพื้นที่ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าเคร่งขรึมภายใต้หมวกสีกากี
“ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยครับท่าน” สารวัตรสมชายถอนหายใจ “ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ รปภ. บอกว่าได้ยินเสียงเหมือนของตกเมื่อคืนนี้ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งเช้ามาพบศพ”
ชานนท์เดินเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้วิญญาณ สวมถุงมือยางสีขาว หยิบแว่นขยายออกมาสำรวจ รอยแผลที่อกดูเหมือนจะเกิดจากของมีคม แต่ก็ไม่ลึกมากนัก ไม่น่าจะถึงแก่ชีวิตได้หากไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
“มีอะไรผิดปกติบ้างไหม” ชานนท์ถาม พลางก้มลงสำรวจบริเวณรอบๆ ศพ
“มีครับท่าน” สารวัตรสมชายชี้ไปที่มุมหนึ่งของศาลา “เจอซองเอกสารวางอยู่ตรงนั้น”
ชานนท์เดินไปหยิบซองเอกสารมาดู เป็นซองสีขาวธรรมดา ไม่มีตราประทับใดๆ ด้านในมีกระดาษที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ประโยคสั้นๆ “ความโลภนำมาซึ่งหายนะ”
“แค่นี้เองเหรอ” ชานนท์พึมพำกับตัวเอง “แค่นี้มันบอกอะไรได้บ้าง”
“ผมคิดว่าอาจจะเป็นจดหมายลาตายครับท่าน” สารวัตรสมชายเสนอ “แต่ลายมือก็ไม่เหมือนกับลายมือที่เคยเห็นในเอกสารอื่นๆ ของคุณภัทรเลย”
“จดหมายลาตายที่เขียนด้วยลายมือของใครก็ไม่รู้ แถมยังทิ้งไว้กลางศาลาร้างแบบนี้เนี่ยนะ” ชานนท์ส่ายหน้า “ไม่สมเหตุสมผลเลยสารวัตร”
เขาหันกลับมามองร่างของภัทรอีกครั้ง ใบหน้าของเศรษฐีผู้นี้ซีดเผือด ดวงตาเบิกโพลงอย่างน่ากลัว ชานนท์สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ข้อมือของภัทร เป็นรอยแดงจางๆ ที่บ่งบอกว่าเคยมีบางสิ่งถูกพันธนาการไว้
“ที่ข้อมือคุณภัทรนี่มีรอยอะไรบางอย่าง” ชานนท์ชี้ให้สารวัตรสมชายดู
สารวัตรสมชายก้มลงไปดู “จริงด้วยครับท่าน ไม่เคยสังเกตเลย”
“แสดงว่าเขาอาจจะถูกมัดไว้ก่อน” ชานนท์วิเคราะห์ “แล้วไอ้จดหมายนี่… มันไม่ใช่จดหมายลาตาย แต่มันคือคำขู่ หรือคำประกาศอะไรบางอย่างมากกว่า”
ชานนท์ถอนหายใจยาว เขาไม่ชอบคดีประเภทนี้เลย โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับคนรวยๆ คนมีอิทธิพล มันมักจะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน เต็มไปด้วยเงื่อนงำที่ยากจะคลี่คลาย และที่สำคัญ มักจะโยงไปถึงอดีตอันขมขื่นของเขาเองเสมอ
“คุณภัทรมีศัตรูเยอะไหมสารวัตร”
“เยอะครับท่าน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มันก็เป็นแบบนี้ มีทั้งคู่แข่งที่เสียผลประโยชน์ มีทั้งคนที่เคยโดนเอาเปรียบ” สารวัตรสมชายตอบ “แต่ที่ชัดๆ เลยก็คือเรื่องโครงการพัฒนาที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้แหละครับท่าน ที่คุณภัทรได้สัมปทานไป โครงการใหญ่มาก มูลค่าหลายพันล้าน”
“ใครเสียผลประโยชน์จากโครงการนี้บ้าง” ชานนท์ถาม ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่สารวัตรสมชาย
“ก็มีบริษัทคู่แข่งบางรายครับท่าน ที่พยายามประมูลแข่งมาตลอด แต่ก็สู้คุณภัทรไม่ได้ นอกจากนี้ก็มีชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการไล่ที่เพื่อสร้างโครงการครับท่าน”
“ชาวบ้าน… คงไม่ใช่มั้ง” ชานนท์พูดเบาๆ “การฆาตกรรมแบบนี้มันต้องมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง”
เขาหันกลับไปมองศาลาร้างอีกครั้ง ความเงียบสงัดของสถานที่แห่งนี้ตัดกับเสียงน้ำไหลจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดังอยู่ไม่ไกล มันให้ความรู้สึกวังเวงและน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แสงอาทิตย์ที่เริ่มอ่อนแรงลง ทำให้เงาของต้นไม้รอบๆ ศาลายาวเหยียดออกไปดูคล้ายกับนิ้วมือปีศาจที่กำลังยื่นออกมาตะครุบ
“ผมจะขอตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งนะครับสารวัตร” ชานนท์กล่าว “รวมถึงสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด โดยเฉพาะ รปภ. ที่พบศพ”
“ได้เลยครับท่าน” สารวัตรสมชายพยักหน้า “ผมจะจัดทีมมาช่วยเต็มที่”
ชานนท์เดินสำรวจไปรอบๆ ศาลา สังเกตเห็นรอยเท้าจางๆ หลายรอยบนพื้นดินที่ชื้นแฉะ บางรอยดูเหมือนจะเป็นรองเท้าของเจ้าหน้าที่ แต่บางรอยก็ดูแปลกตาไปกว่านั้น
“รอยพวกนี้… มีใครเข้ามาในนี้บ้าง”
“เท่าที่ผมทราบ มีเพียง รปภ. กับคุณภัทรเท่านั้นครับท่าน” สารวัตรสมชายตอบ “แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะเข้ามาตอนกลางคืน”
“แล้วทำไม รปภ. ถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรที่ผิดปกติไปกว่าของตก” ชานนท์ตั้งคำถาม “ถ้ามีการต่อสู้ หรือการฆาตกรรมกันจริงๆ มันต้องมีเสียงดังมากกว่านั้นสิ”
“นั่นคือสิ่งที่ผมสงสัยเหมือนกันครับท่าน”
ชานนท์ก้มลงไปเก็บเศษไม้ที่ตกอยู่ใกล้ๆ กับร่างของภัทร มันเป็นเศษไม้ที่มีรอยบากแปลกๆ เขาหยิบมันใส่ในถุงเก็บหลักฐานอย่างระมัดระวัง
“มีอะไรที่เกี่ยวกับอดีตของคุณภัทรบ้างไหม” ชานนท์ถามทันทีที่นึกขึ้นได้
สารวัตรสมชายทำหน้างง “หมายความว่ายังไงครับท่าน”
“หมายถึง… มีปัญหาครอบครัว มีหนี้สิน มีเรื่องขัดแย้งกับใครเป็นการส่วนตัว หรืออะไรทำนองนั้น”
“เรื่องส่วนตัวของคุณภัทรนี่… ผมไม่ค่อยทราบรายละเอียดมากนักครับท่าน ท่านเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว” สารวัตรสมชายตอบ “แต่ที่แน่ๆ คือภรรยาของคุณภัทรเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนครับ ท่านมีลูกสาวคนเดียว ชื่อ น้องอินทุอร”
“ภรรยาเสียชีวิต… ด้วยสาเหตุอะไร” ชานนท์ถาม เสียงของเขามีแววสนใจขึ้นมาทันที
“อุบัติเหตุครับท่าน รถคว่ำ”
“อุบัติเหตุ… เฮ้อ” ชานนท์ถอนหายใจอีกครั้ง เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง มันเหมือนกับบางสิ่งกำลังจะย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง
“ผมว่าคดีนี้มันไม่ง่ายแน่สารวัตร” ชานนท์กล่าว “ฝากคุณช่วยดูแลที่เกิดเหตุให้ดีที่สุดด้วย ผมจะขอตัวไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณภัทรเพิ่มเติม”
ชานนท์เดินออกจากศาลาร้าง ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุด เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าครึ้มที่เหมือนจะสะท้อนความรู้สึกอึมครึมในใจของเขา ความตายปริศนาของเศรษฐีกลางศาลาร้างแห่งนี้ มันกำลังจะนำพาเขาไปสู่การเดินทางที่อันตราย และอาจจะเปิดเผยความลับดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ตลอดมา
5,102 ตัวอักษร