ตอนที่ 13 — ปริศนาแท่นหินโบราณ
“แล้วก็… ‘การปลดปล่อย’!” ชานนท์พึมพำซ้ำคำสุดท้ายที่ถอดรหัสได้จากสัญลักษณ์บนแท่นหินโบราณ สายฝนยังคงเทกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางเสียงปืนและเสียงต่อสู้ที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ ป่าทึบที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม ดวงตาแห่งอมรที่ส่องประกายแดงฉานอยู่ในมือของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำ ดูเหมือนจะยิ่งทวีความร้อนแรงตามอารมณ์ของสถานการณ์
“นี่มันอะไรกันแน่?” ชานนท์เอ่ยถามตัวเองขณะพุ่งตัวหลบคมดาบที่ฟาดฟันเข้ามา “หรือว่า ‘การปลดปล่อย’ ที่ว่านี้… จะหมายถึงการปลดปล่อยพลังอันชั่วร้ายของดวงตาแห่งอมร?” ความคิดนี้ทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเยียบลงไปอีก เขาเคยคิดว่าภัทรพยายามตามหาสมบัติโบราณเพื่อปกป้องมันจากการตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี แต่ตอนนี้… บางทีภัทรอาจจะกำลังพยายามปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
“เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดมากใช่ไหม!” หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำตะโกนกลับมาขณะที่เขากำลังออกคำสั่งให้ลูกน้องรุมล้อมชานนท์ “เจ้าไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย! สิ่งที่เรากำลังจะทำ… คือการคืนสมดุลให้กับโลกที่กำลังจะล่มสลาย!”
“สมดุลที่ว่า… คือการที่พวกคุณจะได้มีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่างงั้นเหรอ?” ชานนท์ตอบโต้ เขาพยายามมองหาช่องว่างระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด “โลกกำลังจะล่มสลายเพราะการกระทำของพวกคุณต่างหาก! ความโลภ… ความกระหายอำนาจ… นั่นคือสิ่งที่กำลังจะฉุดโลกนี้ลงสู่ความมืด!”
“เจ้ามันก็แค่คนนอกที่ไม่มีวันเข้าใจ!” หัวหน้ากลุ่มกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด “พวกเราคือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของผู้พิทักษ์! เราจะใช้พลังแห่งดวงตาแห่งอมรเพื่อชำระล้างโลกใบนี้ให้บริสุทธิ์อีกครั้ง!”
“ชำระล้าง? หรือทำลายล้าง?” ชานนท์สวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ผมเห็นสิ่งที่พวกคุณกำลังทำ… มันไม่ใช่การชำระล้าง… แต่มันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์!”
ขณะที่สนทนากัน ชานนท์ก็ใช้จังหวะที่หัวหน้ากลุ่มเสียสมาธิ พุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมกับออกหมัดสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกลูกน้องอีกสองคนเข้ามาขวางไว้ได้ทัน ชานนท์รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่หนักหน่วงเข้าที่ชายโครง เขาผงะถอยหลังไปสองสามก้าว พยายามสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด
“อย่าคิดว่าเจ้าจะรอดไปได้!” หัวหน้ากลุ่มตะโกน
“ผมไม่คิดจะรอด… แต่ผมจะหยุดพวกคุณให้ได้!” ชานนท์ยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาสาดประกายแห่งความมุ่งมั่น เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และสังเกตเห็นว่าแท่นหินโบราณนั้นมีลักษณะพิเศษบางอย่าง เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด เขาเห็นร่องรอยของการสลักสัญลักษณ์บางอย่างที่อยู่ใต้ผิวน้ำที่ขังอยู่บริเวณฐานของแท่นหิน
“นี่มัน… เหมือนกับแผนที่…” ชานนท์คิด เขาเคยเห็นสัญลักษณ์ลักษณะนี้มาก่อนในบันทึกของภัทร มันเป็นสัญลักษณ์ที่บอกทิศทางและตำแหน่ง
“คุณกำลังพยายามปลุกพลังของแท่นหินโบราณนี่ใช่ไหม?” ชานนท์ถาม หัวหน้ากลุ่มหัวเราะเยาะ
“เจ้าโง่! แท่นหินนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเท่านั้น! พลังที่แท้จริง… อยู่ในดวงตาแห่งอมรนี่!”
“ไม่จริง!” ชานนท์ตะโกนกลับ “คุณกำลังเข้าใจผิด! สัญลักษณ์บนแท่นหินนี่… มันคือ ‘ประตู’! มันคือ ‘การปลดปล่อย’! แต่ไม่ใช่การปลดปล่อยพลังร้าย… แต่มันคือการปลดปล่อย… ‘ผู้พิทักษ์’!”
ทันใดนั้นเอง เสียงสวดมนต์ของกลุ่มคนชุดดำก็เงียบลง พวกเขามองหน้ากันด้วยความงุนงง
“เจ้าพูดเหลวไหลอะไร?” หัวหน้ากลุ่มกล่าวเสียงลอดไรฟัน “ไม่มีผู้พิทักษ์ใดๆ ทั้งสิ้น! มีเพียงพลังอันยิ่งใหญ่ที่รอคอยการปลดปล่อย!”
“คุณกำลังถูกหลอก!” ชานนท์ตะโกน “ภัทร… เขาไม่ได้ต้องการพลัง… เขาต้องการปลดปล่อย ‘ผู้พิทักษ์’ ออกมา… เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากพวกคุณ!”
ชานนท์ใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสับสน พุ่งตัวเข้าไปยังแท่นหินโบราณ เขารู้ดีว่าถ้าหากเขาทำอะไรบางอย่างกับสัญลักษณ์บนแท่นหินนี่ได้… อาจจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น
“หยุดมันนะ!” หัวหน้ากลุ่มร้องสั่งเสียงดัง แต่ก็สายเกินไป
ชานนท์ใช้ปลายเท้าจิกเข้าไปในร่องสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้น้ำ เขาพยายามหมุนสัญลักษณ์นั้นตามทิศทางที่เขาพอจะจำได้จากแผนที่และบันทึกของภัทร
ทันใดนั้นเอง… แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามดังมาจากใต้พิภพ ฝนที่ตกลงมาดูเหมือนจะหยุดไปชั่วขณะ
“เกิดอะไรขึ้น!” หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำอุทานด้วยความตกใจ
“การปลดปล่อย…” ชานนท์กล่าวพลางหอบหายใจ “มันกำลังจะเกิดขึ้น…!”
กลุ่มคนชุดดำพยายามยิงเข้าใส่ชานนท์ แต่กระสุนก็ดูเหมือนจะถูกพลังงานบางอย่างเบี่ยงเบนออกไป
“เป็นไปไม่ได้!” หัวหน้ากลุ่มร้องเสียงหลง “พลังนี้… มันไม่ใช่ของพวกเรา!”
แสงสีขาวสว่างวาบออกมาจากแท่นหินโบราณ สาดส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกคนต้องหยีตาลง
3,614 ตัวอักษร