เงาสะท้อนเลือดกลางศาลาร้าง

ตอนที่ 16 / 40

ตอนที่ 16 — การกลับไปสู่โลกปกติ

“เป็นไปได้! เป็นไปได้อย่างแน่นอน!” อารักษ์กล่าวด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาเป็นประกายขณะที่ชานนท์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เขาใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการบรรยายเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวของการปรากฏตัวของผู้พิทักษ์และการทวงคืนดวงตาแห่งอมร “ชานนท์… เรื่องนี้มันเหนือความคาดหมายของฉันไปมาก” อารักษ์พูดพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอย “ฉันเคยศึกษาตำนานโบราณมามาก แต่ก็ไม่เคยเจอเรื่องที่สอดคล้องกับหลักฐานที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… เรื่องของผู้พิทักษ์” “ผมก็ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงเหมือนกันครับท่านอาจารย์” ชานนท์ตอบ “ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นแค่ตำนานที่ภัทรสร้*งขึ้นมาเพื่อปกป้องบางสิ่งบางอย่าง แต่การปรากฏตัวของเขา… มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงเรื่องแต่ง” “แล้วกลุ่มคนชุดดำล่ะ? ตำรวจจับกุมได้ทั้งหมดเลยหรือ?” อารักษ์ถาม “ครับสารวัตรวิชัยควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที พวกเขายอมจำนนโดยดีเมื่อเห็นว่าผู้พิทักษ์ปรากฏตัวขึ้น และดูเหมือนว่า… พลังของพวกเขาก็หายไปพร้อมกับดวงตาแห่งอมรด้วย” ชานนท์เล่า “ผมคิดว่าพวกเขาคงถูกสอบสวนอย่างหนักแน่ๆ” “ดีแล้ว… อย่างน้อยก็ปิดคดีนี้ได้สักที” อารักษ์ถอนหายใจ “แต่… เรื่องของผู้พิทักษ์… ฉันว่าเราน่าจะศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมนะ ชานนท์” “ผมก็คิดอย่างนั้นครับท่านอาจารย์” ชานนท์เห็นด้วย “ผมรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากที่เราไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ และผมเชื่อว่า… ภัทรเองก็คงอยากให้เราค้นหาความจริงต่อไป” “ใช่… ภัทรเป็นคนที่มีความรู้กว้างขวาง เขาคงเตรียมการบางอย่างไว้แล้วแน่ๆ” อารักษ์พยักหน้า “ฉันจะลองค้นคว้าเอกสารเก่าๆ ที่ภัทรเคยบริจาคให้กับมหาวิทยาลัยของเราอีกครั้ง อาจจะมีเบาะแสซ่อนอยู่ก็ได้” “ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ บอกผมได้เลยนะครับท่านอาจารย์” ชานนท์เสนอ “แน่นอน… ขอบใจมากนะชานนท์” อารักษ์ยิ้ม “การผจญภัยครั้งนี้ของนาย… คงจะทำให้โลกทัศน์ของนายเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยสินะ” ชานนท์ยิ้มตอบ เขาเดินออกจากห้องทำงานของอารักษ์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและความตื่นเต้นจากการเผชิญหน้ากับสิ่งเหนือธรรมชาติยังคงหลงเหลืออยู่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความรู้สึกที่ว่าเขาได้ค้นพบความจริงบางส่วนของอดีตของตนเอง และเขาก็ได้ทำหน้าที่ของเขาในการปกป้องบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ เขากลับมาที่สำนักงานนักสืบของตนเองอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องดูธรรมดาเหมือนเดิม โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร กองแฟ้มคดีต่างๆ และเก้าอี้ที่คุ้นเคย มันเป็นโลกที่เขาจากมา และเป็นโลกที่เขาต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงอีกครั้ง เขาเปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มจัดการกับงานที่ค้างคาอยู่ เขาหยิบแฟ้มคดีของเศรษฐีที่ตายปริศนาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพใบหน้าของภัทรปรากฏขึ้นในความทรงจำ ดวงตาของชายผู้ล่วงลับที่เต็มไปด้วยความลับและความมุ่งมั่น “ภัทร… ผมได้พบความจริงบางส่วนแล้วครับ” ชานนท์พึมพำกับตัวเอง “แต่ผมเชื่อว่า… ยังมีอีกมากมายที่รอให้ผมค้นพบ” เขาหยิบรูปถ่ายที่ได้มาจากบ้านของภัทรขึ้นมาดูอีกครั้ง รูปของภัทรกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก ใบหน้าของเธอสวยสง่า แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าหมอง “แล้วคุณล่ะ… คุณคือใคร?” ชานนท์ถามรูปถ่ายนั้น “คุณมีความเกี่ยวข้องอะไรกับภัทร และเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องทั้งหมดนี้?” คำถามนี้ยังคงเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลาย แม้ว่าคดีการตายของภัทรจะถูกปิดลงแล้วในทางนิตินัย แต่สำหรับชานนท์แล้ว การเดินทางของเขากลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เขาใช้เวลาหลายวันในการสะสางงานที่ค้างอยู่ และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในใจของเขาก็ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชานนท์รู้ดีว่าการปรากฏตัวของผู้พิทักษ์นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันต้องมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาเริ่มกลับไปค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับตำนานโบราณที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติอีกครั้ง เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในห้องสมุด และค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังไม่พบข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวที่เขาพบเจอได้โดยตรง “มันเหมือนกับว่า… เรื่องราวทั้งหมดนี้ถูกซ่อนเร้นไว้เป็นความลับมาตลอด” เขาคิด วันเวลาผ่านไป ชานนท์กลับมาเป็นนักสืบเอกชนธรรมดาอีกครั้ง เขาได้รับคดีต่างๆ มากมาย และต้องเผชิญหน้ากับผู้คนหลากหลาย แต่ในทุกๆ คดีที่เขาทำ เขาก็ยังคงมองหาเบาะแสบางอย่างที่อาจจะเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ศาลาร้างแห่งนั้น เขาตั้งใจว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป เขาจะสืบหาความจริงต่อไป จนกว่าจะเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น “ผมต้องรู้ให้ได้… ว่าทำไมภัทรถึงเลือกที่จะปกป้องสิ่งนั้น… และทำไมผมถึงถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” คืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งทบทวนเอกสารเก่าๆ ที่ได้มาจากบ้านของภัทรอีกครั้ง สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือแทรกอยู่ในหน้ากระดาษหน้าหนึ่ง มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีซีดจาง “เมื่อเงาเริ่มเลือนราง… แสงสว่างจะนำทาง… ผู้พิทักษ์จะปรากฏ… เพื่อปกป้อง… สายน้ำจะไหล… นำพาสู่… ความจริง… แห่งกาลเวลา…” ชานนท์อ่านข้อความนั้นซ้ำๆ สมองของเขาพยายามปะติดปะต่อความหมาย “เงา… แสงสว่าง… ผู้พิทักษ์… สายน้ำ… ความจริง… แห่งกาลเวลา…” เขาจำได้ว่า ‘สายน้ำ’ คือชื่อของบุคคลที่เขาส่งมอบดวงตาแห่งอมรให้ไป แต่ ‘ผู้พิทักษ์’ คือใครกันแน่? และ ‘ความจริงแห่งกาลเวลา’ หมายถึงอะไร? “นี่มัน… รหัสลับอีกอย่างหรือเปล่า?” ชานนท์พึมพำ เขาเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้เป็นอย่างดี และตั้งใจว่าจะต้องหาคำตอบให้ได้

4,362 ตัวอักษร