ตอนที่ 3 — แผนที่สู่ความจริงที่ซ่อนเร้น
ชานนท์ขับรถกลับออฟฟิศของเขา ซึ่งตั้งอยู่ในตึกแถวเก่าๆ ใจกลางเมือง บนโต๊ะทำงานของเขาเต็มไปด้วยเอกสารและรูปถ่ายคดีเก่าๆ เขาวางกล่องไม้และแผนที่ที่ได้จากอินทุอรลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบแว่นขยายขึ้นมาสำรวจสัญลักษณ์บนแผนที่อย่างละเอียด
สัญลักษณ์เหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นภาษาโบราณจริงๆ บางอันคล้ายกับอักษรของอียิปต์โบราณ บางอันก็ดูคล้ายกับสัญลักษณ์ของชาวมายา มันไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับน่าค้นหา
“ภาษาของคนโบราณ… หรือจะเป็นภาษาลับ” ชานนท์พึมพำ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหา “อารักษ์” เพื่อนสนิทและผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและภาษาศาสตร์ของเขา
“ว่าไงไอ้ชานนท์ มีอะไรวะ” เสียงทุ้มห้าวของอารักษ์ดังขึ้น
“แกพอจะว่างคุยเรื่องแผนที่โบราณหน่อยได้ไหม” ชานนท์ถาม
“แผนที่โบราณ? แกไปเจออะไรมาอีกแล้วเนี่ย” อารักษ์ถามด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวเจอกันที่ร้านกาแฟเดิม ฉันมีของเด็ดมาให้ดู” ชานนท์บอก
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มานั่งเจอกันที่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เป็นเหมือนฐานทัพลับของพวกเขา
“นี่ไง” ชานนท์วางแผนที่ลงบนโต๊ะ “เจอมาจากศพเศรษฐีน่ะ”
อารักษ์หยิบแว่นขยายของตัวเองขึ้นมาสำรวจแผนที่อย่างตั้งใจ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“นี่มัน… ไม่ธรรมดาเลยนะชานนท์” อารักษ์พูด “สัญลักษณ์พวกนี้… ฉันเคยเห็นมันในตำราโบราณบางเล่มที่พูดถึงอารยธรรมที่สูญหายไป”
“สูญหายไป? อารยธรรมอะไร” ชานนท์ถาม
“ยังมีทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า โลกเราเคยมีอารยธรรมที่รุ่งเรืองมาก่อนยุคประวัติศาสตร์ที่เราศึกษากันอยู่” อารักษ์อธิบาย “บางตำรากล่าวถึง ‘ผู้สร้าง’ ที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้คนรุ่นหลังค้นพบ”
“แล้วสัญลักษณ์พวกนี้… มันมีความหมายอะไร”
“มันเหมือนเป็นชุดคำสั่ง หรือรหัสบางอย่าง” อารักษ์ชี้ไปที่สัญลักษณ์บางตัว “บางอันคล้ายกับแผนที่ ชี้ทิศทาง บางอันก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์บอกตำแหน่ง แต่ที่น่าสนใจคือ… อันนี้”
อารักษ์ชี้ไปที่สัญลักษณ์รูปดวงตาที่มีวงแหวนล้อมรอบ
“นี่มันคือสัญลักษณ์ของ ‘ผู้พิทักษ์’ ในตำนานบางกลุ่ม” อารักษ์กล่าว “เชื่อกันว่ามีกลุ่มคนโบราณที่คอยปกป้องความลับบางอย่างเอาไว้”
“ความลับเกี่ยวกับอะไร”
“ก็… ความลับเกี่ยวกับพลังอำนาจโบราณ ทรัพย์สมบัติ หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าที่เราคิด” อารักษ์ตอบ
ชานนท์รู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ “แล้วถ้าภัทรไปเจออะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ‘ผู้พิทักษ์’ พวกนี้ล่ะ”
“ก็มีความเป็นไปได้” อารักษ์พยักหน้า “หรือบางที… เขาอาจจะกำลังจะเปิดเผยความลับนั้นออกมา”
“แล้วเรื่อง ‘เงา’ ที่ลูกสาวเขาพูดถึงล่ะ” ชานนท์ถาม
“‘เงา’ ในบริบทของตำนานโบราณ มักจะหมายถึงกลุ่มคนที่พยายามจะช่วงชิง หรือครอบครองความลับเหล่านั้น” อารักษ์อธิบาย “ถ้าภัทรค้นพบอะไรบางอย่าง ‘เงา’ พวกนี้ก็คงจะตามล่าเขา”
“ผมว่าเราต้องกลับไปที่ศาลาร้างนั่นอีกครั้ง” ชานนท์ตัดสินใจ “บางทีอาจจะมีอะไรที่เรามองข้ามไป”
ทั้งสองเดินทางกลับไปยังศาลาร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศยังคงเงียบสงัดและวังเวงกว่าเดิม แสงแดดยามเย็นส่องกระทบกับพื้นไม้ที่เคยเปื้อนเลือด ทำให้เห็นคราบจางๆ ที่หลงเหลืออยู่
“ดูนี่สิ” อารักษ์ชี้ไปที่รอยบากบนพื้นไม้ใกล้กับที่ที่ศพเคยนอนอยู่ “นี่มันไม่ใช่รอยบากธรรมดา มันมีรูปแบบ”
ชานนท์ก้มลงดู รอยบากเหล่านั้นมีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับสัญลักษณ์บางอย่างบนแผนที่
“มันคือสัญลักษณ์ ‘ประตู’ ในภาษาโบราณชุดนี้” อารักษ์บอก “น่าจะเป็นเครื่องหมายที่ใช้บ่งบอกถึงทางเข้า หรือจุดสำคัญบางอย่าง”
“แล้วมันชี้ไปทางไหน” ชานนท์ถาม
อารักษ์พิจารณาทิศทางของรอยบาก “น่าจะชี้ไปทาง… แม่น้ำ”
ทั้งสองเดินไปยังริมแม่น้ำ มองออกไปนอกฝั่ง ไม่เห็นอะไรผิดปกติไปจากเดิม แต่เมื่อมองลงไปในน้ำใกล้ๆ กับตลิ่ง ก็เห็นบางสิ่งบางอย่างโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเล็กน้อย
“นั่นมัน… จมูกเรือ” อารักษ์พูด
ชานนท์มองตาม เขาเห็นส่วนหนึ่งของเรือโบราณลำเล็กๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำ
“หรือว่า… คุณภัทรจะนัดเจอใครที่นี่” ชานนท์คาดเดา
“ไม่แน่” อารักษ์พูด “บางที ‘เงา’ อาจจะมาพบเขาที่นี่ เพื่อเจรจาต่อรอง หรืออาจจะ… กำจัดเขา”
ชานนท์ก้มลงไปเก็บเศษไม้ที่เขาเก็บมาจากที่เกิดเหตุอีกครั้ง เขาสังเกตเห็นรอยบากเล็กๆ บนเศษไม้นั้น มันตรงกับสัญลักษณ์ ‘ประตู’ บนพื้นไม้พอดี
“นี่ไง” ชานนท์ชี้ให้ดู “เขาคงจะทิ้งร่องรอยไว้ให้เรา”
“มันเหมือนเป็น… การบอกใบ้” อารักษ์กล่าว
“ถ้าอย่างนั้น… เราต้องหาทางตรวจสอบเรือลำนั้น” ชานนท์กล่าว
ทั้งสองเริ่มออกค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรือโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำ แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆ เพิ่มเติม
“ดูเหมือนว่าคดีนี้จะซับซ้อนกว่าที่คิด” ชานนท์กล่าว “มันเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวในอดีตอันไกลโพ้น”
“และ ‘เงา’ ก็ยังคงอยู่” อารักษ์เสริม
ชานนท์กลับมาที่ออฟฟิศของเขาอีกครั้ง เขาหยิบรูปถ่ายของภัทรมามอง ใบหน้าของเศรษฐีผู้นี้ดูมีความสุข แต่แฝงไว้ด้วยความกังวลบางอย่าง
“คุณภัทร… คุณกำลังพยายามบอกอะไรเราอยู่”
เขาจ้องมองไปยังแผนที่โบราณบนโต๊ะ สัญลักษณ์ต่างๆ ดูเหมือนจะกำลังกระซิบเรื่องราวที่ถูกลืมเลือน บอกใบ้ถึงความลับดำมืดที่รอคอยการค้นพบ
“เงาสะท้อนเลือดกลางศาลาร้าง” ชานนท์พึมพำ “นี่คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่แท้จริง”
เขาตัดสินใจว่าจะต้องหาทางกู้เรือลำนั้นขึ้นมาให้ได้ เพื่อไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ในสายน้ำแห่งนี้ และเพื่อตามหา ‘เงา’ ที่พรากชีวิตของเศรษฐีผู้นี้ไป
4,230 ตัวอักษร