ตอนที่ 5 — รหัสจากอดีตกาล
ร.ต.อ. พิสุทธิ์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมในห้องทำงานที่สถานีตำรวจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เข็มกลัดนิลกาฬ ประดับอัญมณีสีแดงสด ยังคงเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลาย สมุดบันทึกของท่านหญิงวรนุชและสัญลักษณ์โบราณที่พบในภาพวาด คือเบาะแสสำคัญที่นำพาเขามาถึงจุดนี้
"คุณขุนณรงค์ครับ เราได้สัญลักษณ์โบราณมาจากภาพวาดในคฤหาสน์ของท่านหญิงวรนุช" ร.ต.อ. พิสุทธิ์เริ่มบทสนทนา "ผมอยากให้คุณช่วยตรวจสอบว่าสัญลักษณ์นี้มีความหมายอย่างไรในทางประวัติศาสตร์ หรือเกี่ยวข้องกับตำนานของตระกูลใดเป็นพิเศษหรือไม่"
"ครับท่านนักสืบ ผมจะรีบดำเนินการให้ทันที" ขุนณรงค์รับคำ เขามีความเชื่อมโยงกับวงการนักสะสมและนักประวัติศาสตร์หลายคน จึงไม่น่าจะยากเกินไป
"อีกเรื่องหนึ่ง" ร.ต.อ. พิสุทธิ์กล่าวต่อ "คุณพอจะทราบไหมครับว่า ท่านหญิงวรนุชมีความสัมพันธ์กับใครบ้างในช่วงที่ท่านยังคงมีชีวิตอยู่ นอกจากท่านชายทรงยศ"
ขุนณรงค์นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "เท่าที่ผมทราบ ท่านหญิงเป็นคนค่อนข้างสันโดษครับ หลังจากที่ท่านแยกทางกับสามีเก่า ท่านก็เก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ของท่านเป็นส่วนใหญ่ ท่านไม่ค่อยติดต่อกับใคร นอกจากนักสะสมวัตถุโบราณบางท่านที่สนใจในผลงานศิลปะของท่าน"
"นักสะสมเหล่านั้น... มีใครบ้างครับ?"
"มีอยู่คนหนึ่งที่ผมพอจะจำได้ครับ คุณอัศนี เขาเป็นนักสะสมงานศิลปะที่มีชื่อเสียงพอสมควรครับ และเคยให้ความสนใจในวัตถุโบราณที่ตกทอดจากตระกูลเก่าๆ อยู่เสมอ" ขุนณรงค์ตอบ
"คุณอัศนี..." ร.ต.อ. พิสุทธิ์ทวนคำ "เขาเคยมีความเกี่ยวข้องกับท่านหญิงวรนุชมาก่อนหรือไม่?"
"ไม่แน่ใจครับท่านนักสืบ แต่ผมเคยได้ยินว่าคุณอัศนีเคยพยายามขอซื้อภาพวาดบางส่วนจากท่านหญิงวรนุชหลายครั้ง แต่ท่านหญิงก็ไม่เคยยอมขายเลย"
"น่าสนใจ" ร.ต.อ. พิสุทธิ์กล่าว "เราอาจจะต้องลองพูดคุยกับคุณอัศนีดู"
ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งข่าวว่ามีบุคคลที่ขอพบ ร.ต.อ. พิสุทธิ์ เขาคือนายอัศนี นักสะสมวัตถุโบราณที่ขุนณรงค์กล่าวถึง
"สวัสดีครับ ท่านนักสืบ" นายอัศนีทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตร เขาเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ใบหน้าดูฉลาดเฉลียว "ผมได้ยินข่าวเรื่องการหายไปของเข็มกลัดของท่านชายทรงยศมาครับ ผมเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย"
"สวัสดีครับคุณอัศนี ขอบคุณที่แวะมา" ร.ต.อ. พิสุทธิ์ตอบรับ "ผมได้ทราบว่าคุณมีความสนใจในวัตถุโบราณ และเคยมีความสัมพันธ์กับท่านหญิงวรนุช ใช่หรือไม่ครับ"
"ใช่ครับ" นายอัศนีตอบ "ผมชื่นชมผลงานศิลปะของท่านหญิงวรนุชมาตลอด ผมเคยพยายามขอซื้อภาพวาดบางชิ้นของท่าน แต่ท่านก็ไม่เคยยอมขาย"
"คุณพอจะทราบเกี่ยวกับเข็มกลัดโบราณที่ท่านหญิงวรนุชครอบครองอยู่หรือไม่ครับ" ร.ต.อ. พิสุทธิ์ถามตรงประเด็น
นายอัศนีพยักหน้า "ทราบครับ ผมเคยเห็นมันแวบๆ ในงานประมูลเก่าๆ ที่ท่านหญิงเคยเข้าร่วมด้วย เป็นเข็มกลัดที่งดงามมาก แต่ผมก็ไม่เคยทราบประวัติความเป็นมาของมันอย่างละเอียด"
"คุณทราบไหมครับว่าสัญลักษณ์โบราณที่อยู่บนภาพวาดของท่านหญิงวรนุชมีความหมายอย่างไร?" ร.ต.อ. พิสุทธิ์ถาม
นายอัศนีทำสีหน้าสงสัยเล็กน้อย "สัญลักษณ์โบราณ... ผมไม่เคยสังเกตเห็นนะครับ ท่านหญิงวรนุชเป็นคนละเอียดมาก บางทีเธออาจจะซ่อนความหมายบางอย่างไว้ในงานศิลปะของเธอ"
"จากบันทึกของท่านหญิงวรนุช ทำให้เราทราบว่าเข็มกลัดนี้มีความเกี่ยวข้องกับ 'พลังงานที่มองไม่เห็น' และสามารถ 'เปิดประตูสู่สิ่งที่ไม่คาดฝันได้'" ร.ต.อ. พิสุทธิ์กล่าว "คุณมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ"
นายอัศนีหัวเราะเบาๆ "เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับท่านนักสืบ แต่ในมุมมองของนักสะสมอย่างผม ผมมองว่ามูลค่าที่แท้จริงของวัตถุโบราณมักจะมาจากประวัติศาสตร์และความเป็นมาของมันมากกว่าเรื่องเหนือธรรมชาติ"
"แล้วถ้ามีคนเชื่อในพลังของวัตถุโบราณเหล่านั้นล่ะครับ?" ร.ต.อ. พิสุทธิ์ถามเจาะจง
"ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็อาจจะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้บางคนอยากได้มันไปครอบครองครับ" นายอัศนีตอบ "ความเชื่อในเรื่องพลังลึกลับสามารถทำให้คนทำอะไรได้มากมาย"
"คุณเคยเห็นเข็มกลัดนี้ในมือของใครอื่น นอกจากท่านหญิงวรนุช และท่านชายทรงยศบ้างไหมครับ?"
"ไม่เคยครับ" นายอัศนีตอบ "ผมเห็นครั้งสุดท้ายก็ตอนที่ท่านชายทรงยศประมูลมันมาได้"
หลังจากที่นายอัศนีจากไป ขุนณรงค์ก็กลับมารายงานผลการตรวจสอบสัญลักษณ์โบราณ
"ท่านนักสืบครับ ผมได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับสัญลักษณ์ที่พบในภาพวาดแล้วครับ" ขุนณรงค์กล่าว "มันเป็นสัญลักษณ์โบราณที่เกี่ยวข้องกับ 'เผ่าพันธุ์แห่งดวงจันทร์' ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่เชื่อกันว่ามีพลังในการควบคุมธรรมชาติและสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติได้"
"เผ่าพันธุ์แห่งดวงจันทร์..." ร.ต.อ. พิสุทธิ์ทวนคำ "แล้วสัญลักษณ์นี้มีความหมายเฉพาะเจาะจงอย่างไร?"
"จากตำนานโบราณ สัญลักษณ์นี้เป็นเหมือน 'รหัส' ที่ใช้ในการเปิดประตูสู่มิติที่ซ่อนอยู่ หรือใช้ในการเรียกพลังงานโบราณ" ขุนณรงค์อธิบาย "บางตำนานกล่าวว่า สัญลักษณ์นี้สามารถใช้ในการถอดรหัสลับ หรือเปิดกลไกบางอย่างได้"
"กลไกบางอย่าง..." ร.ต.อ. พิสุทธิ์นึกถึงคำพูดของท่านหญิงวรนุชในบันทึก "ท่านหญิงกล่าวว่า 'ข้าได้ซ่อนมันไว้ ณ ที่ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด มันจะปลอดภัย... จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม' บางที... สัญลักษณ์นี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาสถานที่ซ่อนนั้น"
เขาหยิบรูปถ่ายของเข็มกลัดขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ทับทิมเม็ดใหญ่สีแดงสดที่อยู่ตรงกลาง ดูราวกับจะกำลังเปล่งประกายลึกลับ
"ถ้าสัญลักษณ์นี้คือรหัส... แล้วเราจะนำมันไปใช้ที่ไหน?" ร.ต.อ. พิสุทธิ์ถามตัวเอง
"ผมคิดว่าเราต้องกลับไปที่คฤหาสน์ของท่านหญิงวรนุชอีกครั้งครับ" ขุนณรงค์เสนอ "บางทีอาจจะมีที่ไหนสักแห่งในคฤหาสน์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สัญลักษณ์นี้"
ร.ต.อ. พิสุทธิ์พยักหน้าเห็นด้วย "เราต้องไปสำรวจทุกอย่างอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะของท่านหญิง"
เมื่อเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เก่าของท่านหญิงวรนุช พวกเขาเริ่มสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง พวกเขาสังเกตเห็นว่าในห้องทำงานของท่านหญิง มีภาพวาดทิวทัศน์ป่าเขาอยู่หลายภาพ แต่ละภาพมีสัญลักษณ์โบราณที่แตกต่างกันเล็กน้อย
"ผมคิดว่าสัญลักษณ์พวกนี้... มันเรียงต่อกันเป็นชุด" ร.ต.อ. พิสุทธิ์กล่าว "เหมือนเป็นรหัสที่ต้องถอดเรียงตามลำดับ"
เขาเริ่มจดสัญลักษณ์ทั้งหมดที่พบในภาพวาดแต่ละภาพ และพยายามเรียงลำดับตามที่ปรากฏในห้อง
"ถ้าเราเรียงสัญลักษณ์เหล่านี้ตามที่เห็นในห้อง... อาจจะได้เป็นคำตอบ" ขุนณรงค์กล่าว
หลังจากใช้เวลาอยู่สักพัก พวกเขาก็สามารถเรียงลำดับสัญลักษณ์ได้ครบถ้วน
"นี่มัน... สัญลักษณ์แห่งการเปิดผนึก!" ขุนณรงค์อุทานด้วยความตื่นเต้น
"ผมว่าเราใกล้จะเจอความจริงแล้ว" ร.ต.อ. พิสุทธิ์กล่าว "ตอนนี้เรามีรหัสแล้ว เราต้องหาว่ามันจะนำเราไปที่ไหน"
เขากลับไปที่บันทึกของท่านหญิงวรนุชอีกครั้ง และพลิกดูหน้าสุดท้ายที่เขียนไว้ "ข้าได้ซ่อนมันไว้ ณ ที่ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด มันจะปลอดภัย... จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม"
"ผมคิดว่า 'ที่ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด' มันก็คือที่ที่ถูกซ่อนไว้ด้วยรหัสนี้เอง" ร.ต.อ. พิสุทธิ์กล่าว "แต่เราจะหาที่นั่นเจอได้อย่างไร?"
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกล่องไม้แกะสลักโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านหญิงวรนุช กล่องใบนั้นดูธรรมดา แต่เมื่อสังเกตใกล้ๆ ร.ต.อ. พิสุทธิ์ก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์โบราณที่สลักอยู่บนฝากล่อง
"นี่ไง!" ร.ต.อ. พิสุทธิ์อุทาน "สัญลักษณ์ที่เรารวบรวมมาทั้งหมด... มันสลักอยู่ที่นี่!"
เขาค่อยๆ นำสัญลักษณ์ที่จดไว้ มาเทียบกับสัญลักษณ์บนฝากล่องไม้ และลองกดไปตามลำดับ ร่องรอยของสัญลักษณ์บนฝากล่องก็ค่อยๆ เผยออกมา
"คลิก!" เสียงดังขึ้น กลไกภายในทำงาน ฝากล่องไม้ก็เปิดออกอย่างช้าๆ
เมื่อฝากล่องเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในทำให้ทั้งสองคนต้องอึ้งไปชั่วขณะ
6,119 ตัวอักษร