เงาอดีตตามหลอนในวังโบราณ

ตอนที่ 9 / 35

ตอนที่ 9 — เสียงเพรียกจากอดีต

เมื่อแท่นหินโบราณค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบันไดหินแคบๆ ทอดลงสู่ความมืด อากาศเย็นยะเยือกปะปนกับกลิ่นอับชื้นของดินและกาลเวลาพวยพุ่งขึ้นมา "นี่คงเป็นที่ที่พระสนมบุปผาซ่อนหลักฐานสำคัญไว้จริงๆ" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ฉันเดาว่า… เธอคงใช้รูปเหมือนงาช้างนี้เป็นกุญแจไขเข้าไป" อรวรรณมองลงไปในความมืดด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ภาพในฝันอันเลวร้ายของเธอเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ยังคงติดตา แต่ความอยากรู้อยากเห็นและความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริงก็มีมากกว่า "อาจารย์คะ… หนูรู้สึก… เหมือนมีใครกำลังเรียกหาเราอยู่" อรวรรณกล่าวเสียงเบา "เหมือนมีเสียงกระซิบแผ่วๆ ดังมาจากข้างล่างนี้" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์พยักหน้า "ฉันก็รู้สึกได้เหมือนกัน… บางที… ดวงวิญญาณของพระสนมบุปผา… อาจจะยังรอคอยให้เรามาค้นพบความจริง" ทั้งสองเปิดไฟฉายในมือ แล้วค่อยๆ ก้าวลงไปตามบันไดหินที่ทอดตัวลงสู่เบื้องล่าง แต่ละก้าวที่ย่างลงไป สัมผัสได้ถึงความเย็นที่เพิ่มมากขึ้น และเสียงกระซิบที่ดังแว่วมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ "มานี่สิ… ช่วยข้าด้วย…" เสียงนั้นแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและทุกข์ทรมาน "เรามาที่นี่แล้ว" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าวออกไปเสียงดัง "เราจะช่วยท่านเอง" เมื่อลงมาถึงห้องโถงเล็กๆ ใต้ดิน พวกเขาก็พบกับภาพที่น่าตกตะลึง กลางห้องมีหีบไม้โบราณใบใหญ่ตั้งอยู่ หีบนั้นดูเก่าแก่และมีร่องรอยของการถูกเปิดปิดนับครั้งไม่ถ้วน บนหีบมีเอกสารจำนวนมากวางซ้อนกันอยู่ และที่สำคัญ… มีภาพวาดสีน้ำมันขนาดเล็กที่ดูเหมือนจะเป็นรูปของพระสนมบุปผาเอง "นี่มัน… เยอะมากเลยค่ะอาจารย์" อรวรรณกล่าว พลางหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู "นี่คือ… จดหมายส่วนตัวของพระสนมบุปผา! เขียนถึงใครบางคน… เกี่ยวกับแผนการอันชั่วร้ายของท่านอัครมหาดเล็ก!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์หยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมาดู "นี่ก็เช่นกัน… เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการทุจริตและการใช้อำนาจในทางที่ผิดของท่านอัครมหาดเล็ก… และที่นี่… มีชื่อของคนที่เกี่ยวข้อง… รวมถึง 'คนใน' ที่คอยช่วยเหลือท่านอัครมหาดเล็กอยู่" ขณะที่ทั้งสองกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดังขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีคนกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด "หลอกลวง! ทั้งหมดคือการหลอกลวง!" เสียงนั้นดังมาพร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง ทันใดนั้น ไฟฉายในมือของอรวรรณก็ดับวูบลง ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวๆ จากไฟฉายของอาจารย์พงษ์สวัสดิ์ที่ส่องลอดมา "อรวรรณ! เป็นอะไรไป?" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ร้องถามด้วยความเป็นห่วง "ไฟฉายหนูเสียค่ะอาจารย์!" อรวรรณตอบเสียงสั่น "แล้ว… แล้วหนูรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง… กำลังจับแขนหนูอยู่!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์รีบส่องไฟฉายไปที่อรวรรณ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ท่านตกตะลึง มือที่มองไม่เห็นกำลังเกาะกุมแขนของอรวรรณอย่างแน่นหนา แม้จะมองไม่เห็นตัว แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดที่ชัดเจน "ปล่อยข้า… ปล่อยข้าไป…" เสียงกระซิบดังใกล้หูอรวรรณมากขึ้นเรื่อยๆ "นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์อุทาน "นี่คือ… พลังงานที่มองไม่เห็นจริงๆ!" อรวรรณพยายามสะบัดแขนหนี แต่แรงนั้นกลับยิ่งมากขึ้น ราวกับว่าสิ่งนั้นกำลังพยายามดึงเธอเข้าไปหา "อาจารย์คะ… ช่วยหนูด้วย!" อรวรรณร้องขอความช่วยเหลือ อาจารย์พงษ์สวัสดิ์รีบคว้ามือของอรวรรณไว้แน่น "อรวรรณ! สู้เขา! อย่ากลัว!" ทันใดนั้น แสงสีนวลอ่อนๆ ก็เปล่งประกายออกมาจากหีบไม้โบราณที่อยู่กลางห้อง มันสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องใต้ดิน พร้อมกับแสงสว่างที่ปรากฏขึ้น เสียงกระซิบที่เคยหลอกหลอนก็ค่อยๆ จางหายไป แรงที่เกาะกุมแขนของอรวรรณก็คลายออก เมื่อแสงสว่างจางลง ทั้งสองก็พบว่า ห้องใต้ดินกลับสู่สภาพปกติ มีเพียงหีบไม้โบราณและเอกสารกองใหญ่เท่านั้น "หายไปแล้ว…" อรวรรณกล่าวเสียงสั่น "เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น" "แต่เราสัมผัสได้" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "นั่นคือ… พลังงานที่ถูกสะสมมานาน… พลังงานแห่งความทุกข์ทรมาน… ของผู้ที่ถูกกระทำ" ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้หีบไม้โบราณอีกครั้ง บรรยากาศในห้องกลับมาสงบลง แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย "นี่คือหลักฐานสำคัญ" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "หลักฐานที่จะสามารถเปิดโปงความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับวังเจริญรัตน์ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความโหดร้ายทั้งหมดนี้" อรวรรณหยิบรูปวาดสีน้ำมันเล็กๆ ขึ้นมาดู มันคือรูปของพระสนมบุปผา ดวงตาของเธอในภาพวาดดูเศร้าหมอง แต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "พระสนมบุปผา… ท่านพยายามจะบอกอะไรเรานะคะอาจารย์?" อรวรรณถาม "ฉันคิดว่า… เธอต้องการให้เรานำความจริงนี้ออกสู่โลกภายนอก" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "เธอต้องการให้ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในอดีต ได้รับการแก้ไข" เมื่อทั้งสองนำเอกสารทั้งหมดออกมาจากห้องใต้ดิน และปิดแท่นหินโบราณกลับเข้าที่เดิมแล้ว พวกเขาก็รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่าง "เราต้องรีบนำสิ่งเหล่านี้ไปตรวจสอบและเปิดเผย" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "เรื่องราวของวังเจริญรัตน์… และความลับดำมืดของท่านอัครมหาดเล็ก… จะต้องถูกนำมาเปิดเผยสู่สาธารณะ" อรวรรณพยักหน้าเห็นด้วย เธอมองไปยังทางออกของวังโบราณ ความกลัวในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะนำความจริงมาสู่แสงสว่าง และหวังว่าการกระทำของพวกเขาในครั้งนี้ จะช่วยให้ดวงวิญญาณที่หลับใหลอยู่ในวังแห่งนี้ ได้พบกับความสงบเสียที

4,308 ตัวอักษร