ตอนที่ 8 — สวนดอกไม้ต้องห้าม
อรวรรณยืนอยู่หน้าประตูวังเจริญรัตน์อีกครั้ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวัง ความกลัว และความมุ่งมั่น อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของท่านฉายแววเคร่งขรึม
"พร้อมแล้วนะอรวรรณ?" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ถาม เสียงของท่านทุ้มต่ำ
"ค่ะอาจารย์" อรวรรณตอบเสียงหนักแน่น "หนูพร้อมแล้ว"
ทั้งสองเดินเข้าไปในวัง บรรยากาศภายในยังคงเงียบสงัดและเย็นเยียบ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งไปพร้อมกับความลับที่ถูกฝังอยู่ ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาตรงไปยังทางเดินที่ทอดไปทางปีกตะวันตกของวัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนดอกไม้ต้องห้ามตามที่ระบุไว้ในบันทึก
"ตามบันทึก… สวนแห่งนี้เคยเป็นที่โปรดปรานของพระสนมบุปผา" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าวขณะเดินนำ "แต่หลังจากเหตุการณ์บางอย่าง… สวนแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างและกลายเป็นที่ต้องห้าม"
เมื่อพวกเขาไปถึงปากทางเข้าสวน หัวใจของอรวรรณก็พลันเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ภาพในฝันที่เธอเคยเห็นผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่บัดนี้แห้งเหี่ยวปะปนกับกลิ่นอับชื้นของกาลเวลา
"สวนสวยจริงๆ ค่ะอาจารย์" อรวรรณกล่าว เสียงแผ่วเบา "ถึงแม้จะถูกทิ้งร้างไปแล้ว ก็ยังสัมผัสได้ถึงความงดงามในอดีต"
"แต่ความงดงามนั้น… อาจถูกปกปิดด้วยบางสิ่งบางอย่าง" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "คำใบ้ที่ว่า 'ดอกไม้ที่บานสะพรั่งที่สุด… คือดอกไม้ที่ถูกลืมเลือนมากที่สุด'… มันน่าจะหมายถึงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามที่มองเห็นได้"
พวกเขาเดินสำรวจไปรอบๆ สวนที่เคยงดงาม บัดนี้เต็มไปด้วยวัชพืชที่ขึ้นรกชัฏ ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นแห้งตาย ก้อนหินที่เคยจัดวางอย่างสวยงามบัดนี้กระจัดกระจายไปทั่ว
"ดูนั่นสิคะอาจารย์!" อรวรรณร้องขึ้น เมื่อเธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติอยู่กลางสวน
กลางสวนมีแท่นหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นนั้นมีรูปสลักที่ดูคล้ายดอกบัวที่กำลังจะแย้มกลีบ แต่กลับถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์หนาทึบ ราวกับถูกลืมเลือนมานานแสนนาน
"นี่แหละ… 'ดอกไม้ที่ถูกลืมเลือนมากที่สุด'" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง "ฉันเดาว่า… ความลับที่แท้จริง… อาจจะซ่อนอยู่ใต้แท่นหินนี้"
ทั้งสองพยายามช่วยกันขยับเถาวัลย์ที่ปกคลุมแท่นหินออก เมื่อเถาวัลย์ถูกเปิดเผย ก็พบว่าแท่นหินนั้นมีร่องรอยของการสลักเสลาที่ละเอียดอ่อน แต่ก็มีรอยขีดข่วนและร่องรอยของการถูกทำลายอยู่บ้าง
"มันเหมือนกับถูก… พยายามจะปิดบัง" อรวรรณกล่าวพลางลูบไปตามรอยสลัก
"ใช่" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์พยักหน้า "เราต้องลองดูว่ามีกลไกอะไรซ่อนอยู่หรือไม่"
พวกเขาช่วยกันสำรวจรอบๆ แท่นหินอย่างละเอียด จนกระทั่งอาจารย์พงษ์สวัสดิ์สังเกตเห็นสัญลักษณ์เล็กๆ ที่สลักอยู่ที่ฐานของแท่นหิน สัญลักษณ์นั้นดูคุ้นตา… มันคือสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏอยู่บนรูปเหมือนงาช้าง!
"อรวรรณ! ดูนี่สิ!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ร้องเรียก "สัญลักษณ์นี้… มันเหมือนกับบนรูปเหมือนงาช้างเลย!"
อรวรรณรีบเดินเข้าไปดู "จริงด้วยค่ะอาจารย์! แล้ว… แล้วมันจะหมายความว่าอะไรคะ?"
"ฉันคิดว่า… นี่คือส่วนหนึ่งของกุญแจ" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "บางที… รูปเหมือนงาช้าง… อาจจะเป็นกุญแจ หรือส่วนหนึ่งของกลไกที่จะเปิดเผยความลับที่นี่"
พวกเขาพยายามหาวิธีที่จะขยับแท่นหิน หรือเปิดมันออก แต่มันหนักเกินกว่าที่คนสองคนจะทำได้
"เราคงต้องหาเครื่องมือมาช่วย" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว "แต่ก่อนอื่น… เราต้องลองดูว่ามีอะไรที่เชื่อมโยงกับรูปเหมือนงาช้างได้บ้าง"
อรวรรณหยิบรูปเหมือนงาช้างออกมาจากกระเป๋า พลิกดูอย่างพิจารณา "มันก็ดูเหมือนเดิมค่ะอาจารย์ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
ขณะที่พวกเขากำลังคิดหาทางอยู่นั้น ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังและชัดเจนกว่าเดิม ราวกับว่ามันมาจากทุกทิศทุกทาง
"หนีไป… อย่าเข้ามา…" เสียงแผ่วเบาแต่เย็นเยียบดังเข้ามาในหูของทั้งสอง
อรวรรณสะดุ้งโหยง "อาจารย์คะ… หนูได้ยินอีกแล้วค่ะ!"
อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ก็เช่นกัน ท่านยืนนิ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นซีดเผือด "ฉันก็ได้ยิน… เสียงนี้… มันไม่ใช่เสียงธรรมดา"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเย็นยะเยือกผิดปกติ ลมเย็นพัดหวีดหวิว ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ตัวพวกเขา
"อาจารย์คะ… หนูรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ" อรวรรณกล่าวเสียงสั่น "เหมือนมีคนกำลังมองเราอยู่"
"ใจเย็นๆ อรวรรณ" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว พยายามรวบรวมสติ "เราต้องไม่กลัว… เราต้องหาความจริงให้เจอ"
ทันใดนั้น รูปเหมือนงาช้างในมือของอรวรรณก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง แสงสีขาวนวลเปล่งประกายออกมาจากตัวรูปเหมือน
"ว้าว! มันเกิดอะไรขึ้นคะอาจารย์!" อรวรรณอุทานด้วยความตกใจ
"ฉันไม่รู้!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตอบ "แต่มันดูเหมือนว่า… รูปเหมือนนี้… กำลังจะเปิดเผยบางอย่าง!"
แสงสว่างจากรูปเหมือนงาช้างทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันส่องสว่างไปยังแท่นหินโบราณกลางสวน ทำให้เห็นร่องรอยการสลักที่ซ่อนอยู่ภายใต้เถาวัลย์ชัดเจนขึ้น
"นั่นไง! ดูที่แท่นหินนั่นสิ!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ชี้ "มีรอยสลักบางอย่างที่ซ่อนอยู่! มันเหมือนกับ… คล้ายกับรูปเหมือนงาช้าง!"
อรวรรณมองตามที่อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ชี้ เธอก็เห็นเช่นเดียวกัน รอยสลักบนแท่นหินที่ถูกซ่อนไว้ ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับรูปเหมือนงาช้างอย่างแยกไม่ออก
"มัน… มันเหมือนกับว่า… รูปเหมือนนี้… คือกุญแจที่จะไขความลับที่นี่!" อรวรรณกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ทันใดนั้น รูปเหมือนงาช้างในมือของอรวรรณก็เปล่งแสงจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีเสียง "คลิก" ดังขึ้นเบาๆ
ทั้งสองหันไปมองที่แท่นหินกลางสวน ทันใดนั้นเอง แท่นหินโบราณก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดเบื้องล่าง
"สำเร็จแล้ว!" อาจารย์พงษ์สวัสดิ์อุทาน "นี่แหละ… ที่เก็บความลับ!"
4,495 ตัวอักษร