ตอนที่ 13 — พลอยใสกับทางเลือกสุดท้าย
"ไม่! อย่าไปยอมแพ้! สู้สิ! มานพ! สู้!" ภารดรร้องตะโกนสุดเสียง เขาพยายามเขย่าตัวมานพที่กำลังค่อยๆ ทรุดลงไปกับพื้น แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ร่างโปร่งแสงของวิญญาณนับร้อยนับพันรอบตัวของมานพ เริ่มเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น ราวกับจะโอบอุ้มดวงวิญญาณของเพื่อนเขาให้หลุดพ้นจากโลกแห่งความเป็นจริง มานพไม่ได้ตอบสนองใดๆ อีกต่อไป เขาเพียงแต่หลับตาลง ปล่อยให้ความเย็นเยียบอันนุ่มนวลแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย สัมผัสแห่งความสงบสุขที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน กำลังปลิดปลิดลมหายใจสุดท้ายของความเป็นตัวตน เขาดูเหมือนกำลังยิ้ม ปล่อยวางทุกข์ระทมที่เคยแบกรับมาตลอดชีวิต
"พวกมัน…พวกมันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่" พลอยใสกล่าว เสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง ธวัชเองก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน เขายืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างแต่ไร้แวว ราวกับว่าวิญญาณของเขาได้ล่องลอยออกไปจากร่างแล้ว ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่เช่นเดียวกับมานพ เป็นยิ้มแห่งความพึงพอใจที่ดูน่าขนลุก
"เราไม่เหลือเวลาแล้ว" เสียงที่เคยกล่าวกับพวกเขาเมื่อครู่ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นราบเรียบ ไร้อารมณ์ใดๆ "อัมราปุระ ได้เลือกพวกเจ้าแล้ว…สองในสี่…ได้พบกับความสงบสุขนิรันดร์…เหลือเพียงสอง…ที่จะต้องตัดสินใจ"
ภารดรหันขวับไปยังทิศทางของเสียง เขามองเห็นเพียงกลุ่มวิญญาณที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่รอบๆ เขาและพลอยใส ร่างกายของพวกมันยังคงเปล่งประกายจางๆ ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว "หมายความว่ายังไง! ถ้าเราไม่ยอมรับความสงบสุขของพวกแก เราจะกลายเป็นอะไร!"
"พวกเจ้า…จะถูกขับไล่ออกไป" เสียงนั้นตอบ "ถูกผลักไสออกจากอาณาเขตแห่งนี้…กลับสู่โลกภายนอก…พร้อมกับความทรงจำอันเลือนราง…ราวกับความฝัน…แต่…พลังงานแห่งความโกรธแค้น…จะยังคงติดตามพวกเจ้าไป"
"ความโกรธแค้น?" พลอยใสหวนถาม "พลังงานที่ว่า…คืออะไร"
"คือพลังงานแห่งความอาฆาตแค้น…ความทุกข์ทรมาน…ของผู้ที่เคยถูกผนึกไว้…ผู้ที่ถูกทอดทิ้ง…ผู้ที่รอคอยการชำระแค้น…มันคือสิ่งที่พวกเจ้าได้ปลุกขึ้นมา…และมันจะไม่มีวันสงบลง…จนกว่าจะถูกชำระล้าง…หรือจนกว่าจะกลืนกินพวกเจ้าทั้งหมด"
ภารดรมองไปยังพลอยใส ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสน "พลอย…เราจะทำยังไงดี"
"ฉัน…ฉันไม่รู้" พลอยใสตอบเสียงสั่น "ถ้าเราอยู่ที่นี่…เราก็จะกลายเป็นเหมือนพี่มานพ…กับพี่ธวัช…แต่ถ้าเรากลับไป…เราจะต้องเผชิญหน้ากับพลังงานนั้น…มันจะน่ากลัวแค่ไหน"
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน" ภารดรยอมรับ "แต่ฉันไม่สามารถเห็นเธอ…กลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ได้…ฉันไม่สามารถยอมให้เธอหลับใหลไปตลอดกาล" เขาจับมือของพลอยใสแน่น "เราจะต้องหาทางกลับไป…ด้วยกัน"
"แต่…แต่ถ้าเรากลับไป…เราจะเอาชนะพลังงานนั้นได้อย่างไร" พลอยใสถาม "เราจะกลับไปสู้กับมันได้อย่างไร"
"ฉันไม่รู้" ภารดรพูดอย่างหนักแน่น "แต่เราจะต้องหาทาง…เรามาถึงที่นี่ด้วยกัน…เราจะต้องกลับไปด้วยกัน…ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็ตาม"
เหล่าวิญญาณรอบตัวเริ่มค่อยๆ จางหายไป แสงสว่างที่เคยเจิดจ้าพลันหรี่ลง ความเย็นเยียบเริ่มลดน้อยลง แต่ความรู้สึกกดดันยังคงอยู่
"การตัดสินใจของพวกเจ้า…ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว" เสียงนั้นกล่าว "เส้นทางแห่งการขับไล่…ได้ถูกเปิดออก…พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังจุดที่พวกเจ้าจากมา…แต่จงจำไว้…อัมราปุระ…ไม่ได้ลืมพวกเจ้า…และพลังงานแห่งความโกรธแค้น…ก็เช่นกัน"
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองคนก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่การสั่นสะเทือนที่เหมือนแผ่นดินไหว แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่เหมือนกับว่ามีแรงมหาศาลกำลังผลักดันพวกเขาขึ้นมาจากเบื้องล่าง แสงสว่างสีขาวจางๆ เริ่มส่องประกายขึ้นมาจากรอยแยกที่ปรากฏขึ้นบนพื้นหิน
"นี่มันอะไรกัน!" ภารดรร้องถาม
"นี่คือการส่งพวกเจ้ากลับ" เสียงนั้นตอบ "จงไปเสีย…ก่อนที่พวกเจ้าจะเปลี่ยนใจ"
พลอยใสมองไปยังร่างของมานพและธวัชที่ยังคงยืนนิ่ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ "พี่มานพ…พี่ธวัช…ลาก่อนนะคะ"
ภารดรดึงมือพลอยใสให้ก้าวเข้าไปในรอยแยกที่กำลังขยายวงกว้างขึ้น ความรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนเข้าสู่บางสิ่งที่ทรงพลังเข้าครอบงำ เขาหลับตาลงแน่น ขณะที่เสียงกระซิบกระซาบอันแผ่วเบา แต่ยังคงมีความหมายบางอย่างดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกสิ่งจะกลายเป็นความมืดมิดอีกครั้ง
3,538 ตัวอักษร