เมืองร้างใต้ผืนดินสาปส่ง

ตอนที่ 12 / 35

ตอนที่ 12 — การตัดสินใจของวิญญาณ

ร่างโปร่งแสงสีขาวนวลตาจำนวนนับไม่ถ้วน ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวมานพ ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของพวกเขา ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง ราวกับได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริงเสียที "นี่คือที่ไหน" ภารดรเอ่ยถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่แน่ใจ "นี่คือ 'อัมราปุระ'" เสียงนั้นตอบกลับมา "คือเมืองที่สอง…เมืองแห่งดวงวิญญาณ…ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอคอยผู้หลงทาง…ผู้ที่ถูกสาปส่ง" "ผู้ที่ถูกสาปส่ง…หมายความว่ายังไง" พลอยใสถาม "หมายถึงพวกเจ้า" เสียงนั้นกล่าว "และหมายถึงพวกเรา…ผู้ที่เคยมีชีวิต…แต่บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงวิญญาณพเนจร" ธวัชที่ยังคงอ่อนแรงอยู่ พยุงตัวเองขึ้นมาได้เล็กน้อย "แล้ว…แล้วทำไมพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่" "เพราะพวกเจ้าได้ปลุกพลังงานโบราณขึ้นมา" เสียงนั้นอธิบาย "พลังงานแห่งความโกรธแค้น…ความอาฆาต…และความทุกข์ทรมาน…ที่ถูกผนึกไว้ใต้ผืนดิน…มันได้ปลดปล่อยพวกเจ้า…และดึงพวกเจ้ามาสู่ที่นี่" "แล้ว…แล้วเราจะกลับไปได้ไหม" พลอยใสถามอย่างมีความหวัง "การกลับไป…เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงสำหรับผู้ที่มาถึงอัมราปุระ" เสียงนั้นกล่าว "ที่นี่คือจุดหมายปลายทาง…คือที่พักพิงสุดท้าย" มานพที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าวิญญาณ เริ่มรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้ามาในร่างกาย "พลังของพวกมัน…มันกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของข้า" "ถูกต้อง" เสียงนั้นยืนยัน "พลังแห่งความสงบสุข…จะชำระล้างทุกสิ่ง…รวมถึงความเจ็บปวด…ความทุกข์ทรมาน…และความเป็นตัวตนของพวกเจ้า…จนไม่เหลือสิ่งใด" "ไม่!" ภารดรตะโกน "พวกเราไม่ต้องการความสงบสุขแบบนี้! พวกเราต้องการกลับไป!" "ความต้องการของพวกเจ้า…เป็นสิ่งที่ไม่สำคัญอีกต่อไป" เสียงนั้นกล่าว "พวกเจ้าได้เข้ามาในอาณาเขตแห่งนี้แล้ว…และพวกเจ้าได้ถูกเลือกแล้ว" เหล่าวิญญาณเริ่มลอยเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายโปร่งแสงของพวกมันค่อยๆ สว่างไสวขึ้น ราวกับจะมอบพลังแห่งความสงบสุขให้กับพวกเขา "ฉัน…ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะหลับ" มานพกล่าว เสียงของเขาเริ่มแผ่วเบา "พวกเรา…พวกเรามาถึงบ้านแล้ว" ธวัชพูด ดวงตาของเขาเริ่มเลื่อนลอย "ไม่! อย่าไปยอมแพ้!" ภารดรพยายามเขย่าตัวมานพ "สู้สิ! มานพ! สู้!" แต่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป มานพและธวัชค่อยๆ ทรุดตัวลง ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น ราวกับว่าพวกเขากำลังมีความสุขอย่างแท้จริง "พวกมัน…พวกมันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่" พลอยใสกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แล้วเราล่ะ" ภารดรหันไปมองพลอยใส "เราจะทำยังไง" "ฉัน…ฉันไม่รู้" พลอยใสตอบ น้ำตาไหลอาบแก้ม "ฉันไม่อยากเป็นแบบพี่มานพ…พี่ธวัช" เสียงแห่งอัมราปุระดังขึ้นอีกครั้ง "พวกเจ้า…กำลังจะได้รับความสงบสุขเช่นกัน…ความสงบสุขที่แท้จริง…การหลุดพ้นจากการเป็นตัวตน…การกลายเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่า" ภารดรรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับพลังงานที่มองไม่เห็นนี้ได้ เขาไม่สามารถเอาชนะเหล่าวิญญาณที่เต็มไปด้วยความสงบสุขได้ "มีทางเดียว" ภารดรกล่าว "คือต้องหนี…หนีให้เร็วที่สุด" "แต่จะหนีไปไหน" พลอยใสถาม "ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกกลืนกินไปหมดแล้ว" "ฉันไม่รู้" ภารดรยอมรับ "แต่เราต้องลอง" เขาคว้ามือของพลอยใสไว้แน่น "เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง…เชื่อมั่นว่าเรายังมีชีวิตอยู่" ภารดรหันไปมองเหล่าวิญญาณที่กำลังค่อยๆ ลอยเข้ามาใกล้ "ข้าขอปฏิเสธ! ข้าไม่ต้องการความสงบสุขแบบนี้! ข้าจะสู้! สู้จนกว่าจะถึงที่สุด!" เขาออกแรงดึงพลอยใสให้วิ่งไปอีกทางหนึ่ง ท่ามกลางแสงสีขาวนวลตาที่สว่างไสว "เราจะไปทางไหน" พลอยไสถามขณะที่วิ่งไป "ทางตรงข้ามกับที่พวกมันอยู่!" ภารดรตะโกน "เราต้องหาทางกลับไปยังโลกแห่งความจริง!" พวกเขาพุ่งตัวไปตามโถงอันกว้างใหญ่ วิ่งหนีจากเหล่าดวงวิญญาณที่กำลังลอยเข้ามาหาด้วยความสงบนิ่ง ภารดรรู้ดีว่านี่อาจเป็นการต่อสู้ที่ไร้ความหวัง แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้ เขาจะไม่ยอมให้พลอยใสกลายเป็นเหมือนมานพและธวัชไปอีกคน "พวกเจ้า…หนีไม่พ้นหรอก" เสียงแห่งอัมราปุระดังตามมา "ความว่างเปล่า…คือที่สุดของทุกสิ่ง" แต่ภารดรไม่สนใจ เขายังคงวิ่งต่อไป มือของเขาบีบมือพลอยใสแน่น ราวกับจะส่งต่อพลังแห่งชีวิตให้กับเธอ "เราต้องรอด" ภารดรพึมพำ "เราต้องรอดให้ได้"

3,294 ตัวอักษร