ตอนที่ 13 — แสงสว่างในความมืดมิด
ภัทรพงศ์และสุมาลี ยืนนิ่งอยู่ในความมืดสนิทของห้องสมุดหลัก สายตาของทั้งสองค่อยๆ ปรับให้เข้ากับแสงสลัวที่ลอดผ่านม่านเข้ามาเล็กน้อย หัวใจของพวกเขาสั่นระรัวด้วยความหวังและความกังวลปะปนกันไป เมื่อครู่ที่ผ่านมา พวกเขาได้ปิดม่านทุกบานและดับไฟทุกดวง เพื่อสร้างสภาวะที่เหมาะสมที่สุดตามที่ภัทรพงศ์คาดเดาจากบันทึกของอิสสระ
"ตอนนี้... ลองดูสิครับ" ภัทรพงศ์กระซิบเสียงแหบพร่า เขาก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่ทำจากกระจกสีหม่นหมองอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาเท่านั้นที่ดังเป็นระยะ
สุมาลีเดินตามมาติดๆ ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังหน้าต่างบานนั้นอย่างไม่กระพริบ "ฉัน... ฉันมองเห็นอะไรบางอย่างค่ะคุณภัทร" เธอเอ่ยเสียงสั่น "มันมีแสงเรืองรองออกมาจากตรงกลางกระจกเลยค่ะ"
ภัทรพงศ์เพ่งมองตาม เธอมองเห็นเช่นเดียวกัน แสงสีทองอ่อนๆ ที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับเข้มข้นขึ้น มันไม่ได้สว่างจ้า แต่เป็นแสงที่เปล่งประกายออกมาจากภายในกระจก เหมือนมีดวงตะวันดวงเล็กๆ ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ใช่ครับ... มันกำลังตอบสนอง" ภัทรพงศ์พึมพำ เขานึกถึงคำอธิบายในบันทึกของอิสสระ "ศิลาแห่งแสง... ต้องได้รับการกระตุ้นจากความมืดสนิท เพื่อปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา"
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสพื้นผิวกระจกอีกครั้ง คราวนี้เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนเล็กน้อยที่แผ่ออกมาจากกระจก มันไม่ใช่ความร้อนที่อันตราย แต่เป็นความอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมีชีวิต
"เราต้องทำอะไรมากกว่านี้ไหมคะ?" สุมาลีถาม "แค่ยืนมองมัน... มันจะออกมาเองได้เหรอคะ?"
ภัทรพงศ์ครุ่นคิด เขาหยิบหนังสือ "ตำนานแห่งอัสนีบาตร" ขึ้นมาอีกครั้ง เปิดไปยังหน้าที่มีสัญลักษณ์ที่เขาเพิ่งนำไปทาบบนกระจก สัญลักษณ์นั้นเป็นรูปวงกลมที่มีเส้นสายที่ซับซ้อนอยู่ภายใน
"ในบันทึกของอิสสระ... เขาพูดถึง 'การสวดภาวนาแห่งการปลดปล่อย' เพื่อเสริมพลังให้กับศิลาแห่งแสง" ภัทรพงศ์กล่าว "แต่ผมไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถสวดภาวนาเป็นภาษาโบราณได้หรือไม่"
"ลองดูก็ได้ค่ะ" สุมาลีเสนอ "อย่างน้อยก็เป็นการพยายาม"
ภัทรพงศ์พยักหน้า เขาอ่านอักขระโบราณในบันทึกของอิสสระอย่างช้าๆ พยายามออกเสียงให้ถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความตั้งใจ
"โอ้... สุมาลี" ภัทรพงศ์เริ่มสวด "ข้าแต่... ผู้พิทักษ์แห่งแสง... โปรดรับฟังเสียงเรียกของเรา... จงปลดปล่อยพลังแห่งการเยียวยา... จงขับไล่เงามืด... จงมอบหนทางแห่งการไถ่บาป..."
ขณะที่ภัทรพงศ์สวดภาวนา สุมาลีก็วางมือข้างหนึ่งลงบนกระจก สัมผัสถึงกระแสพลังงานที่ไหลผ่านปลายนิ้วของเธอ เธอยืนสงบนิ่ง หลับตาลง ปล่อยให้จิตใจของเธอเชื่อมต่อกับพลังงานนั้น
แสงสีทองจากกระจกเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ได้สว่างจ้าขึ้นในทันที แต่ค่อยๆ เพิ่มระดับความเข้มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ามันกำลังค่อยๆ ตื่นจากการหลับใหล
"คุณรู้สึกไหมคะ?" สุมาลีถามขึ้นขณะที่เธอยังคงหลับตา "เหมือนมีบางอย่างกำลังตอบรับเรา"
"ผมรู้สึกครับ" ภัทรพงศ์กล่าว ดวงตาของเขามองไปยังกระจกที่กำลังเปล่งประกาย "พลังงานมันกำลังเข้มข้นขึ้น"
ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งในห้องสมุด มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น ทำให้ทั้งภัทรพงศ์และสุมาลีสะดุ้งตกใจ
"อะไรน่ะคะ!" สุมาลีอุทาน เธอรีบเบิกตากว้าง มองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
"ผมไม่รู้" ภัทรพงศ์ตอบ เขาหันไปมองทางต้นเสียง "แต่มันไม่ใช่เสียงที่เราเคยได้ยินมาก่อน"
เสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับว่ามันกำลังวิ่งตรงมาหาพวกเขา บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัว
"เหมือน... มันกำลังไม่พอใจที่เรากำลังจะทำอะไรบางอย่าง" ภัทรพงศ์วิเคราะห์
"เราจะทำยังไงดีคะ?" สุมาลีถาม หน้าซีดเผือด
"เราต้องทำต่อไป" ภัทรพงศ์ตัดสินใจแน่วแน่ "เราใกล้จะสำเร็จแล้ว"
เขากลับมาสวดภาวนาอีกครั้ง เสียงของเขาแข็งแรงขึ้น เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "โอ้... ศิลาแห่งแสง... โปรดแสดงพลังของท่าน... โปรดขับไล่สิ่งชั่วร้าย... โปรดนำพาความสว่างมาสู่โลกใบนี้อีกครั้ง!"
ขณะที่ภัทรพงศ์สวดอยู่ เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันฟังดูอ่อนแรงลง ราวกับว่าพลังของมันกำลังถูกบั่นทอน
แล้วในที่สุด จู่ๆ กระจกบานนั้นก็เกิดรอยร้าวเล็กๆ รอยร้าวเหล่านั้นค่อยๆ ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุด รอยร้าวเหล่านั้นก็รวมตัวกันเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางกระจก
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาอย่างจ้าจนทั้งสองต้องยกมือขึ้นบังตา
"สำเร็จแล้ว!" ภัทรพงศ์ตะโกนด้วยความดีใจ
เมื่อแสงจางลง พวกเขาก็เห็นว่ากระจกบานนั้นได้แตกออกเป็นวงกลมตรงกลาง เผยให้เห็นสิ่งของบางอย่างที่อยู่ภายใน วางอยู่บนแท่นหินเล็กๆ มันคือผลึกสีทองขนาดเท่ากำปั้น เปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีดาวฤกษ์นับล้านดวงอยู่ภายใน
"นั่นไงคะ... ศิลาแห่งแสง!" สุมาลีกล่าวด้วยความประหลาดใจ
ภัทรพงศ์ค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปในช่องว่างที่กระจกแตกออก เขาหยิบผลึกสีทองนั้นขึ้นมาอย่างเบามือ
ทันทีที่เขาจับต้องผลึกนั้น ความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ราวกับว่าเขาได้รับพลังงานบริสุทธิ์มาเติมเต็ม
"เรารู้สึกดีขึ้นไหมคะ?" สุมาลีถาม
"ผมรู้สึกเหมือน... ทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น" ภัทรพงศ์ตอบ "ผมรู้สึกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา"
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้องสมุด มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนครั้งก่อน แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความเย้ยหยัน
"ยินดีด้วยนะ... เจ้ามนุษย์น้อย" เสียงนั้นกล่าว "ที่เจ้าสามารถปลดปล่อยข้าออกมาได้"
ภัทรพงศ์และสุมาลีหันไปมองตามเสียงอย่างตกใจ พวกเขาเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากเงามืด มันเป็นร่างที่ดูเหมือนมนุษย์ แต่มีดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีแดงฉาน และมีรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวราวกับปีศาจร้าย
"ใคร... ใครคือคุณ!" ภัทรพงศ์ถามด้วยความตื่นตระหนก
"ข้าคือผู้ที่เจ้ากำลังค้นหา" ร่างนั้นตอบ "ข้าคือ 'อัสนีบาตร'"
4,754 ตัวอักษร