ตอนที่ 8 — ความทรงจำที่ถูกลบเลือน
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศยังคงเย็นเยียบ แต่ก็มีความสดชื่นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย หลังจากคืนอันน่าสะพรึงกลัว คิมและพ่อแม่ของเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด มุ่งหน้าไปยังบ้านของคุณยายสาย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก
บ้านของคุณยายสายเป็นเรือนไม้เก่าแก่ หลังคามุงจาก มีสวนผลไม้อยู่รอบบริเวณ เมื่อพวกเขาไปถึง คุณยายสายกำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน รดน้ำต้นดอกปีบที่กำลังออกดอกสีขาวสะพรั่ง
“สวัสดีค่ะคุณยาย” แม่คิมกล่าวทักทายพร้อมกับยื่นผลไม้ที่เตรียมมาให้ “พวกเรามาขอรบกวนเวลาคุณยายหน่อยนะคะ”
คุณยายสายเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าของท่านมีรอยยิ้มอ่อนโยน “มาแล้วเหรอจ๊ะ ไม่ต้องถือสาอะไรหรอก นั่งก่อนสิ”
คิมนั่งลงข้างๆ พ่อแม่ รู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคุณยายสาย
“มีเรื่องอะไรกันล่ะจ๊ะ ดูหน้าตาพวกเจ้าเคร่งเครียดกันเชียว” คุณยายสายถาม
คุณลุงบุญจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคิม ตั้งแต่คืนเทศกาลผี จนถึงเหตุการณ์ที่ผีตนนั้นตามหลอกหลอนคิมเมื่อคืนนี้
คุณยายสายรับฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าของท่านเริ่มเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฟังเรื่องราวที่คิมเล่า
“เรื่องผีตนนั้น…ที่มันพูดว่า ‘แกเห็นข้า’ และ ‘แกทำลายชีวิตข้า’…” คุณยายสายพึมพำ “มันคล้ายกับเรื่องของนางสร้อย…ลูกสาวของขุนพิทักษ์เมื่อหลายสิบปีก่อน”
“ใช่ครับคุณยาย” คุณลุงบุญกล่าว “ตาแก้วก็เล่าเรื่องนางสร้อยให้พวกเราฟังเมื่อวานนี้”
“เรื่องของนางสร้อย…มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า” คุณยายสายถอนหายใจ “เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนพยายามจะลืมเลือน และปกปิดเอาไว้”
“คุณยายพอจะทราบเรื่องราวเบื้องหลังมากกว่านี้ไหมครับ” คิมถามอย่างมีความหวัง
“สมัยก่อน…นางสร้อยเป็นหญิงสาวที่สวยงามและมีจิตใจดี” คุณยายสายเริ่มเล่า “เธอรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ ‘บุญมี’ เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ แต่ขยันขันแข็ง พ่อแม่ของนางสร้อยซึ่งเป็นคนมีหน้ามีตาในหมู่บ้าน กลับไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้”
“พวกท่านอยากให้นางสร้อยแต่งงานกับลูกชายของขุนนางคนหนึ่ง เพื่อเสริมบารมีของตระกูล” คุณยายสายกล่าวต่อ “แต่เพราะนางสร้อยยืนกรานที่จะรักกับบุญมี พ่อแม่ของนางสร้อยก็เลยพยายามกีดกันทุกวิถีทาง”
“จนกระทั่งวันหนึ่ง…” คุณยายสายหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมสติ “บุญมี…ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ริมลำธาร สภาพศพ…น่าเวทนาอย่างยิ่ง”
“แล้วใครเป็นคนทำครับ” แม่คิมถาม
“ไม่มีใครกล้าชี้หน้าใครตรงๆ” คุณยายสายตอบ “แต่ข่าวลือ…ข่าวลือมันซุบซิบกันไปทั่วว่า…พ่อแม่ของนางสร้อยอยู่เบื้องหลัง”
“แล้วนางสร้อย…เธอทราบเรื่องนี้หรือเปล่าครับ” คิมถาม
“นางสร้อยเสียใจมาก…เธอเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของบุญมี และเธอรู้ว่าใครคือคนที่พรากคนรักไปจากเธอ” คุณยายสายกล่าว “แต่ด้วยอำนาจและอิทธิพลของพ่อแม่…ไม่มีใครกล้าทำอะไร”
“จากนั้น…นางสร้อยก็เปลี่ยนไป” คุณยายสายเล่าต่อ “เธอซึมเศร้า หมองหม่น เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่พูดไม่จากับใคร ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน และความแค้น”
“แล้ว…ผีตนนั้น…ที่คิมเห็น…มันคือ…นางสร้อยจริงๆ ใช่ไหมครับ” คิมถามอีกครั้ง
“จากที่แกเล่า…และจากลักษณะที่มันแสดงออกมา…ฉันค่อนข้างมั่นใจ” คุณยายสายตอบ “นางสร้อยตายไปอย่างโดดเดี่ยว…ตายไปพร้อมกับความไม่ยุติธรรมที่เธอได้รับ”
“แต่…ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับคุณยาย” คิมเอ่ย “ผมไม่เคยทำอะไรเลย…แล้วทำไมมันถึงมาตามหลอกหลอนผม”
คุณยายสายมองคิมด้วยแววตาที่อ่อนโยน “บางที…สิ่งที่แกเห็น…อาจจะไม่ใช่ความผิดของแกโดยตรงก็ได้”
“หมายความว่ายังไงครับ” คุณลุงบุญถาม
“เรื่องราวในอดีต…มันมีเงื่อนงำที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิด” คุณยายสายอธิบาย “พ่อแม่ของนางสร้อย…เป็นคนที่มีอิทธิพลมากในสมัยนั้น พวกเขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“มีเรื่องเล่ากันว่า…ก่อนที่บุญมีจะเสียชีวิต…เขาได้ไปขอร้องให้ใครคนหนึ่ง…ช่วยเก็บรักษาสมบัติบางอย่างเอาไว้” คุณยายสายกล่าว “สมบัติที่เขาตั้งใจจะมอบให้นางสร้อยในอนาคต…เพื่อเป็นหลักประกันชีวิต”
“สมบัติอะไรครับ” แม่คิมถาม
“ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเป็นอะไร” คุณยายสายส่ายหน้า “แต่เชื่อกันว่าเป็นสิ่งของที่มีค่ามาก…อาจจะเป็นเครื่องประดับ หรือเอกสารสำคัญบางอย่าง”
“แล้ว…ใครคือคนๆ นั้นครับ” คิมถาม
“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันอยากจะถามแก” คุณยายสายหันมามองคิม “แกบอกว่า…ก่อนที่จะเห็นเงาที่ต้นมะม่วง…แกได้ยินเสียงคนทะเลาะกันใช่ไหม”
“ใช่ครับคุณยาย” คิมตอบ “ผมได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากทางนั้น”
“แกจำได้ไหม…ว่าเสียงนั้น…มันเป็นของผู้ชายหรือผู้หญิง” คุณยายสายถาม
คิมครุ่นคิด “ผม…ผมจำไม่ได้แน่ชัดครับคุณยาย มันฟังดูเหมือนเสียงคนหลายๆ คน กำลังคุยกันเบาๆ”
“แล้วตอนที่แกเข้าไปดู…แกเห็นอะไรบ้าง” คุณยายสายถามต่อ
“ผมเห็น…ผมเห็นเงาดำๆ…กำลังทำร้ายใครบางคนอยู่ครับ” คิมเล่า “แล้วผมก็ตกใจมาก รีบวิ่งหนีออกมา”
“เงาดำๆ…ที่กำลังทำร้ายใครบางคน…” คุณยายสายพึมพำ “นั่นอาจจะเป็น…ช่วงเวลาที่บุญมีกำลังถูกทำร้าย…และ…อาจจะมีใครบางคน…ที่อยู่ในเหตุการณ์…และเห็นเรื่องทั้งหมด”
“แล้ว…ใครคือคนๆ นั้นครับ” คุณลุงบุญถาม
“พ่อแม่ของนางสร้อย…พยายามปกปิดความจริงทุกอย่าง” คุณยายสายกล่าว “พวกเขาอาจจะ…ทำร้ายใครบางคนที่รู้ความลับ…เพื่อไม่ให้เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผย”
“แล้ว…ที่มันพูดว่า ‘แกเห็นข้า’…มันหมายถึง…ผีตนนั้น…มันเห็นผม…ตอนที่ผมไปแอบดู?” คิมถาม
“เป็นไปได้” คุณยายสายตอบ “หรือ…มันอาจจะเห็นแก…กำลังจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ…สิ่งที่มันกำลังปกป้อง…หรือสิ่งที่มันกำลังตามหา”
“ถ้าอย่างนั้น…คนที่เราต้องหา…คือคนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น…และถูกพ่อแม่ของนางสร้อย…ปิดปากไว้” แม่คิมสรุป
“แต่…เราจะหาคนๆ นั้นได้อย่างไรครับ” คุณลุงบุญถาม “เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว”
“อาจจะมี…ร่องรอยบางอย่าง…ที่หลงเหลืออยู่” คุณยายสายกล่าว “บางที…อาจจะมีพินัยกรรม…หรือเอกสารบางอย่าง…ที่บุญมีทิ้งไว้…ให้กับใครคนนั้น…เผื่อกรณีที่เขาไม่สามารถส่งมอบให้นางสร้อยได้ด้วยตัวเอง”
“แล้ว…สมบัติที่ว่า…มันคืออะไรครับ” คิมถาม
“ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด” คุณยายสายตอบ “แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่มีค่า…พ่อแม่ของนางสร้อย…ก็ย่อมอยากได้มันมาครอบครอง…เพื่อไม่ให้ตกไปถึงมือใคร”
“ถ้าอย่างนั้น…เราอาจจะต้องลองหา…ในที่ที่บุญมีเคยไป…หรือสถานที่ที่เขาอาจจะเก็บของสำคัญไว้” คุณลุงบุญเสนอ
“แต่…ที่ที่เขาเคยไป…ส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเป็นเขา…หาของยาก” แม่คิมกังวล
“บางที…คำตอบอาจจะซ่อนอยู่ใน…ความทรงจำของใครบางคน” คุณยายสายกล่าว “ใครบางคนที่…เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด…และถูกทำให้…ลืมเลือนมันไป”
คิมเงยหน้ามองคุณยายสายอย่างสงสัย “ถูกทำให้ลืมเลือน…หมายความว่ายังไงครับ”
“บางครั้ง…เมื่อเรื่องราวมันอันตรายเกินไป…หรือความจริงมันน่ากลัวเกินไป…คนเราก็อาจจะ…กดความทรงจำนั้นไว้…จนกระทั่งมันเลือนหายไป…เหมือนกับว่า…มันไม่เคยเกิดขึ้น” คุณยายสายอธิบาย
“แล้ว…เราจะปลุกความทรงจำนั้นขึ้นมาได้อย่างไรครับ” คิมถาม
“นั่นคือ…ความท้าทายของเรา” คุณยายสายยิ้มบางๆ “เราต้องค่อยๆ ค้นหา…ทีละน้อย…ทีละนิด…จนกว่าจะเจอ…ชิ้นส่วนของความจริงที่หายไป”
คิมมองไปที่ต้นดอกปีบที่กำลังออกดอกสีขาวสะพรั่ง เขารู้สึกว่า…การเดินทางครั้งนี้…กำลังจะพาเขาไปสู่ปริศนาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้
5,687 ตัวอักษร