ภาพวาดต้องสาปในแกลเลอรี่

ตอนที่ 4 / 35

ตอนที่ 4 — ความเย็นเยียบในมุมมืด

ขณะที่สมชายกำลังมองหลอดไฟที่ริบหรี่ เมธาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมนั้น มันไม่ใช่แค่ความเย็นธรรมดา แต่เป็นความเย็นที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจ้องมองเขาอยู่จากความมืดนั้น เงาที่เขาเห็นในภาพวาดก่อนหน้านี้ดูราวกับจะรวมตัวกันอยู่ที่มุมห้องนี้ กลายเป็นรูปร่างที่จับต้องไม่ได้แต่สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ "คุณสมชายครับ ตรงนั้น..." เมธาชี้ไปที่มุมนั้นอีกครั้ง เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย สมชายหันกลับมามองตามที่เมธาชี้ "อะไรเหรอครับคุณเมธา" "ผมรู้สึก... มีบางอย่างอยู่ที่นั่นครับ มันเย็นมาก" เมธาอธิบาย พลางก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย สมชายเดินเข้าไปใกล้ "ผมไม่เห็นอะไรนะครับ อาจจะเป็นลมพัดเข้ามาทางช่องระบายอากาศหรือเปล่าครับ" เขาพูดพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องเก็บภาพอีกครั้ง "อากาศที่นี่มันค่อนข้างเก่าและอับชื้นนะครับ บางทีมันอาจจะทำให้รู้สึกแปลกๆ ได้" "ไม่ครับ ไม่ใช่แบบนั้น" เมธาพยายามอธิบาย "มันเหมือนมี... มีบางอย่างกำลังมองผมอยู่" ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เขากวาดสายตามองไปตามกองภาพวาดที่ซ้อนทับกันอยู่ เงาร่างที่เคยเห็นรางๆ ในภาพวาดก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนไหวในหางตาของเขา ราวกับจะหลบเลี่ยงการมองเห็นโดยตรง "ผมว่า... ที่นี่มีมากกว่าแค่ฝุ่นและอากาศเก่าๆ นะครับ" สมชายยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองเมธาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "คุณเมธา... คุณแน่ใจนะครับว่าคุณไม่ได้คิดไปเอง" "ผมแน่ใจครับ" เมธาตอบเสียงหนักแน่น "ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ผมเห็น... ผมเห็นเงาหลายๆ อันกำลังซ่อนตัวอยู่รอบๆ ตัวเรา" เขากล่าว พลางหลับตาลงชั่วครู่หนึ่ง พยายามรวบรวมสมาธิ ภาพที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขานั้นพร่ามัวแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ขนลุก ภาพของใบหน้าหลายๆ ใบที่บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน ซ่อนตัวอยู่ในความมืดของมุมห้องนั้น "พวกเขากลัว... และโกรธ" "ผม..." สมชายอึกอัก "ผมไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อนครับ เจ้าสัววิรัชไม่เคยเล่าอะไรเกี่ยวกับเรื่อง... วิญญาณ หรือเรื่องแปลกๆ เลย" "บางทีท่านอาจจะไม่รู้ หรืออาจจะเลือกที่จะไม่รับรู้" เมธากล่าว "ผมว่าภาพวาดเหล่านี้... ไม่ใช่แค่ผลงานศิลปะธรรมดา มันมีความทรงจำ ความรู้สึก และบางที... อาจจะมีความแค้นของคนที่ถูกวาดติดมาด้วย" เขาเดินเข้าไปใกล้กองภาพวาดอีกครั้ง คราวนี้เขาจงใจหยิบภาพที่อยู่ใกล้กับมุมมืดนั้นมากที่สุด เป็นภาพวาดสีน้ำมันที่ดูเก่าแก่และมีรอยร้าวหลายแห่ง รูปสตรีใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้างราวกับตกใจสุดขีด มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปาก ราวกับกำลังพยายามจะกรีดร้อง "คนนี้..." เมธากล่าวเสียงเบา "เธอกำลังเห็นอะไรบางอย่างที่น่ากลัว" ขณะที่เขาพูด เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากภาพนั้น มันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ราวกับมีน้ำแข็งถูกกรีดลงบนผิวหนัง "ผมว่าเรากลับไปข้างนอกกันดีกว่านะครับคุณเมธา" สมชายพูดขึ้น เขาดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด "ที่นี่มัน... มีกลิ่นอับจริงๆ ครับ" "รอก่อนครับ" เมธากล่าว เขาไม่ได้หยิบภาพนั้นลง แต่กลับใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่มุมล่างของกรอบภาพ เป็นลายเซ็นที่จางมากจนแทบมองไม่เห็น "จิตรกร... ม.ร.ว. ดนัย... ผมเคยได้ยินชื่อนี้" "ท่านเป็นจิตรกรชั้นสูงในยุคก่อนสงครามครับ" สมชายเสริม "แต่ภาพวาดของท่านส่วนใหญ่ก็หายากมากแล้วครับ" "ผมว่า... ภาพวาดเหล่านี้กำลังพยายามบอกอะไรเราบางอย่าง" เมธากล่าว เขามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง เงาที่เห็นรางๆ นั้นดูเหมือนจะถอยร่นเข้าไปในความมืดเมื่อเขาเพ่งมอง แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น "คุณเมธาครับ คุณมีพลังพิเศษบางอย่างใช่ไหมครับ" สมชายถามตรงๆ เมธาหันมามองสมชาย ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้สมชายรู้สึกไม่สบายใจ "ใช่ครับ ผมมองเห็น... สิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น" "แล้ว... สิ่งที่คุณเห็นในห้องนี้... มันคืออะไรครับ" สมชายถามต่อ เสียงสั่นเล็กน้อย "วิญญาณที่ยังไปไม่ถึงที่เกิด" เมธาตอบ "และพวกเขากำลังทุกข์ทรมาน" เขากล่าว พลางกวาดสายตาไปที่ภาพวาดสตรีผู้น่าสงสารอีกครั้ง "ผมรู้สึกว่าภาพวาดใบนี้... มีความสำคัญมาก" "ผมว่าเราควรจะกลับไปข้างนอกก่อนนะครับ" สมชายคะยั้นคะยอ "เรื่องนี้... ผมจะไปกราบเรียนท่านเจ้าสัวให้ทราบอีกที" เมธาพยักหน้า แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่มุมมืดของห้องเก็บภาพ เขาเชื่อว่าที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายปริศนาทั้งหมด

3,494 ตัวอักษร