เรื่องเล่าจากสวนหลังบ้าน

ตอนที่ 11 / 35

ตอนที่ 11 — เสียงกระซิบจากลำไพร่

อากาศยามบ่ายแก่ๆ ในสวนหลังบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผลไม้ที่เริ่มสุก ป้าสมศรีเดินนำหน้า รินดาเดินตามไปติดๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขสงบ เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ติดตัวไปด้วย เผื่อว่าจะมีเรื่องราวผุดขึ้นมาในขณะที่กำลังสำรวจสวน “วันนี้เราจะไปดูตรงที่ปู่เคยทำไว้เป็นสวนสมุนไพรกัน” ป้าสมศรีบอก “หลายอย่างยังขึ้นอยู่เหมือนเดิมนะ” “หนูจำได้ค่ะป้า” รินดาตอบ “ตอนเด็กๆ หนูชอบมาวิ่งเล่นตรงนี้” พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้าและใบไม้แห้ง ต้นไม้ใหญ่สูงใหญ่ให้ร่มเงาเป็นระยะๆ แสงแดดส่องลอดลงมาเป็นลำๆ สร้างมิติที่สวยงามให้กับผืนป่าเล็กๆ แห่งนี้ “ปู่ของหลาน… แกเก่งเรื่องสมุนไพรมากนะ” ป้าสมศรีเล่า “แกจะรู้ว่าต้นไหนใช้ทำอะไร ช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง” “หนูเคยได้ยินแม่เล่าค่ะ” รินดาบอก “ว่าปู่เคยช่วยคนในหมู่บ้านหลายคน” “ใช่จ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “ปู่แกเป็นคนใจดี มีอะไรแกก็ช่วยเหลือทุกคนเสมอ” พวกเขาเดินมาถึงบริเวณที่ดูจะรกทึบกว่าที่อื่น มีต้นไม้เล็กๆ ขึ้นแซมอยู่เป็นจำนวนมาก ป้าสมศรีชี้ไปยังต้นไม้บางต้น “นี่ไง… ต้นตะไคร้… อันนี้ขิง… อันนั้นฟ้าทะลายโจร” รินดาก้มลงมอง เธอจำต้นไม้เหล่านี้ได้ดี มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของวัยเด็กของเธอ “หนูจำได้ว่า… เวลาไม่สบาย… ย่าจะเอาใบตะไคร้มาต้มให้ดื่ม” รินดาพูดพลางยิ้ม “แล้วก็… ได้กลิ่นหอมๆ ของสมุนไพรลอยไปทั่วบ้าน” “นั่นแหละจ้ะ… ความทรงจำของกลิ่น” ป้าสมศรีพยักหน้า “กลิ่นมันสามารถพาเราย้อนกลับไปในอดีตได้เสมอ” รินดาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เธอเริ่มเขียนถึงความทรงจำเกี่ยวกับสมุนไพรเหล่านี้ “สวนสมุนไพรของคุณปู่… ไม่ใช่แค่แหล่งรักษาโรค” เธอเขียน “แต่มันคือคลังแห่งความทรงจำ… คือสิ่งที่เชื่อมโยงฉันกับย่า… กับวัยเด็กที่แสนบริสุทธิ์” “กลิ่นตะไคร้… กลิ่นขิง… กลิ่นใบเตย… คือกลิ่นของความอบอุ่น… กลิ่นของบ้าน… กลิ่นของความรัก” เธอเขียนถึงภาพของย่า ที่กำลังนั่งตำสมุนไพรด้วยครกหินโบราณ มือเหี่ยวย่นแต่เต็มไปด้วยความแข็งแรง ใบหน้าเปื้อนยิ้มขณะที่กำลังสอนหลานสาวตัวน้อยถึงสรรพคุณของพืชแต่ละชนิด “ย่าบอกว่า… ‘ต้นไม้ทุกต้น… มีชีวิต… มีจิตวิญญาณ’ “ เธอเขียน “‘เราต้องให้ความเคารพ… และดูแลมันให้ดี’ “ “คำสอนของย่า… ยังคงอยู่ในใจหนูเสมอ” “และตอนนี้… หนูกำลังจะส่งต่อคำสอนเหล่านั้น… ผ่านตัวอักษร” ป้าสมศรียืนมองหลานสาวด้วยความเอ็นดู เธอเห็นรินดาที่กำลังจดจ่ออยู่กับสมุดบันทึกของเธอ “แล้ว… ปู่กับย่า… เขารักกันมากแค่ไหนคะป้า” รินดาถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน “หนูเขียนถึงความรักของท่านในฐานะคู่ชีวิต… แต่หนูอยากรู้ว่า… มันลึกซึ้งแค่ไหน” ป้าสมศรียิ้มอย่างอ่อนโยน “อืม… ปู่กับย่าของหลาน… เขาเหมือนน้ำกับข้าวเหนียว… ขาดกันไม่ได้เลยจ้ะ” “ตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว… จนกระทั่งแก่เฒ่า… ไม่เคยมีวันที่เขาจะแยกจากกันนานๆ” “เวลาปู่ไปไหน… ย่าก็จะรออยู่ที่บ้าน… เตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ให้” “แล้วเวลาที่ย่าไม่สบาย… ปู่ก็จะเฝ้าไข้ไม่ห่าง… ไม่ยอมหลับยอมนอน” “มีครั้งหนึ่ง… ย่าป่วยหนักมาก… หมอบอกว่า… ไม่น่าจะรอด” ป้าสมศรีเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “แต่ปู่… แกไม่ยอมแพ้… แกไปหาหมอพื้นบ้าน… ไปหาปู่หมอที่อยู่ไกลออกไป… ขอให้ช่วยรักษา” “แกเฝ้าดูแลย่า… ป้อนข้าวป้อนน้ำ… แล้วก็… พูดให้กำลังใจย่าตลอดเวลา” “แกบอกย่าว่า… ‘เธอต้องหายนะ… เรายังมีเรื่องอีกเยอะแยะ… ที่เราต้องทำด้วยกัน’ “ “แล้ว… ย่าก็หายจริงๆ จ้ะ… หายมาอยู่กับปู่… ได้อีกหลายปี” รินดาฟังเรื่องราวด้วยความตื้นตันใจ เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน มันแสดงให้เห็นถึงความรักที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงของปู่ย่า “ความรักของท่าน… มันเป็นแรงบันดาลใจให้หนูจริงๆ ค่ะป้า” รินดาบอก “มันทำให้หนูเชื่อว่า… ความรักที่แท้จริง… มันสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้” “ใช่แล้วจ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “แล้วความรัก… มันก็อยู่ในธรรมชาติรอบตัวเรานี่แหละ” “ลองดูสิ… ต้นไม้ก็ยังคงยืนต้นอยู่… แม้จะผ่านกาลเวลามานาน” “ดอกไม้ก็ยังคงผลิดอกออกใบ… แม้จะเจอแดดเจอฝน” “ทุกอย่าง… มันล้วนมีความรัก… อยู่ในตัวของมันเอง” รินดาพยักหน้า เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเขียนเกี่ยวกับความรักของปู่ย่า “ความรักของคุณปู่คุณย่า… คือบทกวีที่สวยงามที่สุด” เธอเขียน “มันคือเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้… ไม่ใช่แค่ในใจของลูกหลาน… แต่ในทุกอณูของสวนแห่งนี้” “มันคือความผูกพันที่ไม่มีวันจางหาย… คือพลังที่หล่อเลี้ยงชีวิต… คือความหวัง… ที่ทำให้เราก้าวต่อไป” “ปู่… ผู้เป็นเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทร… คอยปกป้องคุ้มครอง” “ย่า… ผู้เป็นดั่งแสงเทียน… คอยให้ความอบอุ่น… และนำทาง” “พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่แท้จริง… ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข… ความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด” รินดาหยุดเขียน เธอรู้สึกเหมือนกำลังได้รับพลังงานบางอย่างจากสวนสมุนไพรแห่งนี้ มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน แต่ทรงพลัง “ป้าคะ” รินดาหันไปถามป้าสมศรี “เคยมีใคร… มาขอคำปรึกษาเรื่องการเขียนกับปู่บ้างไหมคะ” ป้าสมศรียิ้ม “ก็มีบ้างนะ… เวลาที่ปู่มีเรื่องราวดีๆ หรือข้อคิดดีๆ… แกก็จะเล่าให้คนฟัง” “ปู่แกจะบอกว่า… ‘การเขียน… มันคือการปลดปล่อย’ “ “‘เวลาที่เราเขียน… เราจะได้เรียงร้อยความคิด… ได้ทำความเข้าใจตัวเอง’ “ “‘แล้ว… ก็จะได้แบ่งปันสิ่งดีๆ… ให้กับคนอื่นๆ’ “ รินดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เธอรู้สึกว่าคำพูดของปู่มันช่างตรงกับสิ่งที่เธอกำลังรู้สึก “หนูจะทำตามคำสอนของปู่นะคะป้า” รินดาบอก “หนูจะเขียน… เพื่อให้ตัวเองเข้าใจ… แล้วก็… เพื่อแบ่งปัน” “ดีแล้วจ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “เส้นทางของนักเขียน… มันไม่ใช่เรื่องง่าย… แต่ถ้ารัก… แล้วก็ทำมันอย่างจริงจัง… มันก็จะเป็นหนทางที่สวยงาม” รินดาเก็บสมุดบันทึกเข้ากระเป๋า เธอรู้สึกว่าวันนี้เธอได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง มันไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจในการเขียน แต่มันคือการค้นพบความหมายของชีวิต ที่เชื่อมโยงกับความรัก ความทรงจำ และธรรมชาติ “ขอบคุณค่ะป้า” รินดาบอก “สำหรับเรื่องราวดีๆ” “ไม่เป็นไรจ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “ไป… เราไปเก็บผลไม้กันดีกว่า… วันนี้มีมะม่วงสุกกำลังดีเลย” รินดาพยักหน้า เธอรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เป็นอีกวันที่เต็มไปด้วยความหมายในสวนหลังบ้านแห่งนี้

4,850 ตัวอักษร