เรื่องเล่าจากสวนหลังบ้าน

ตอนที่ 10 / 35

ตอนที่ 10 — รอยยิ้มที่ซ่อนในสวนผลไม้

รินดาจดปากกาลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ นิ้วเรียวยาวลากผ่านตัวอักษรที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นบนหน้ากระดาษขาว ราวกับกำลังถักทอเส้นใยแห่งความทรงจำให้กลายเป็นผืนผ้าที่สมบูรณ์ เธอรู้สึกได้ถึงความสุขที่เอ่อล้นในใจ มันไม่ใช่ความสุขที่ดังสนั่น แต่มันคือความสุขที่สงบ เย็น และอบอุ่น เหมือนแสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องลงมาในยามเช้า การได้เขียนเกี่ยวกับครอบครัว เกี่ยวกับสวนหลังบ้านแห่งนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้เชื่อมต่อกับรากเหง้าของตัวเองอีกครั้ง ได้ค้นพบความหมายของการมีชีวิตอยู่ที่ไม่ใช่แค่การแข่งขัน หรือการไขว่คว้าความสำเร็จภายนอก “ป้าสมศรีคะ” รินดาเงยหน้าขึ้นไปมองป้าของเธอที่กำลังเก็บกวาดอุปกรณ์ทำสวนอยู่ในโรงเรือนเล็กๆ ข้างบ้าน “หนูมีเรื่องจะเล่าให้ป้าฟังค่ะ” ป้าสมศรีหันมามองด้วยรอยยิ้ม “ว่าไงจ้ะ หลานย่า” “หนู… หนูเขียนเรื่องราวของปู่กับย่าค่ะ” รินดาพูดพลางชูสมุดบันทึกขึ้น “เขียนถึงความรักของท่าน แล้วก็เขียนถึงสวนแห่งนี้ด้วย” “โอ้โห… ดีใจจังเลย” ป้าสมศรีเดินเข้ามาใกล้ “ปู่กับย่าของหลานคงจะดีใจมากแน่ๆ เลย” “หนูเขียนถึงป้าด้วยนะคะ” รินดาเสริม “ว่าป้าเป็นเหมือนหัวใจของสวนแห่งนี้ เป็นคนเก็บรักษาทุกอย่างไว้” ป้าสมศรีหัวเราะเบาๆ “โอ๊ย… ป้าก็แค่ทำหน้าที่ของป้าเองจ้ะ” “ไม่หรอกค่ะ” รินดาตอบอย่างจริงจัง “ป้าทำมากกว่านั้น ป้าคือความทรงจำ ป้าคือเรื่องราวที่ยังมีชีวิตอยู่” “แล้ว… แล้วเรื่องราวเป็นยังไงบ้างล่ะ” ป้าสมศรีถามด้วยความสนใจ “มัน… มันเต็มไปด้วยความรักค่ะป้า” รินดาตอบ “ความรักที่ปู่กับย่ามีให้กัน ความรักที่มีต่อลูกหลาน แล้วก็ความรักที่มีต่อธรรมชาติแห่งนี้” “ปู่กับย่าของหลาน… เขารักกันมากจริงๆ นะ” ป้าสมศรีทวนคำ “ตั้งแต่สมัยสาวๆ จนกระทั่ง… จนกระทั่งวันสุดท้าย” รินดาเงยหน้ามองป้าของเธอ เห็นแววตาของป้าสมศรีที่ฉายประกายของความทรงจำอันแสนหวาน แต่ก็มีความเศร้าเจือปนอยู่เล็กน้อย เธอจึงเอื้อมมือไปวางบนแขนของป้าเบาๆ “หนูเข้าใจค่ะป้า” รินดาพูด “ความรักของท่านมันจะคงอยู่ตลอดไป” “ใช่แล้วจ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “มันจะคงอยู่ในทุกอณูของสวนแห่งนี้ ในต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอก ลำธารทุกสาย” “หนูจะเขียนเรื่องราวเหล่านั้นให้คนอื่นได้อ่านค่ะป้า” รินดาบอก “ให้เขาได้รู้ว่า… ที่นี่… มีความรักอยู่มากมายแค่ไหน” “ดีแล้วจ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “แล้ว… ที่สำคัญที่สุด… หลานย่า… อย่าลืมเขียนถึงตัวเองนะ” “หนูเหรอคะ” รินดาถามอย่างประหลาดใจ “ใช่จ้ะ” ป้าสมศรียิ้ม “เรื่องราวของหลาน… การเดินทางของหลาน… การค้นพบตัวเองของหลาน… มันก็เป็นส่วนหนึ่งของสวนแห่งนี้เหมือนกัน” รินดาพยักหน้าช้าๆ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องราวของเธอเอง จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสวนแห่งนี้ได้ เธอคิดเสมอว่าเธอเป็นเพียงผู้มาเยือน เป็นผู้ที่ถูกดึงดูดให้กลับมา แต่ป้าสมศรีกลับมองเห็นว่าการกลับมาของเธอ การเปลี่ยนแปลงของเธอ มันคือเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ “หนูจะเขียนค่ะป้า” รินดาตอบ “หนูจะเขียนทุกอย่าง… ที่นี่… ด้วยความรัก” หลังจากพูดคุยกับป้าสมศรีเสร็จ รินดาก็ةเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้เริ่มเขียนเกี่ยวกับปู่ย่า หรือสวน แต่เธอเริ่มเขียนถึงตัวเอง เธอเขียนถึงความรู้สึกที่เคยว่างเปล่า ความรู้สึกที่เหมือนถูกสูบพลังชีวิตออกไปทั้งหมด เธอเขียนถึงความกลัว ความไม่มั่นใจในตัวเองที่เคยมี เธอเขียนถึงวันที่เธอตัดสินใจกลับมายังบ้านสวนแห่งนี้ ด้วยความหวังเล็กๆ ที่ริบหรี่ “ในวันที่โลกภายนอกดูเหมือนจะหมุนเร็วเกินไป” เธอเขียน “ในวันที่ความกดดันถาโถมเข้ามาจนแทบจะหายใจไม่ออก ฉันได้พบกับความสงบ ณ ที่แห่งนี้” “สวนหลังบ้านของคุณปู่คุณย่า… ไม่ใช่แค่ผืนดินและต้นไม้” เธอเขียนต่อไป “มันคือสถานที่บำบัดจิตใจ มันคืออ้อมกอดอันอบอุ่น ที่โอบอุ้มฉันไว้ในวันที่อ่อนแอที่สุด” “ต้นตะเคียนยักษ์… ได้มอบพลังให้ฉัน” เธอเขียน “เสียงกระซิบจากลำธาร… ได้ปลอบประโลมหัวใจฉัน” “และป้าสมศรี… ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนนางฟ้าผู้ดูแลสวน… ได้สอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของความรัก และความผูกพัน” เธอเขียนบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง จากความรู้สึกสิ้นหวัง สู่ความหวังที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จากความรู้สึกโดดเดี่ยว สู่ความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับทุกสรรพสิ่งรอบตัว “ฉันเคยคิดว่าแรงบันดาลใจคือสิ่งที่ต้องไขว่คว้าจากภายนอก” เธอเขียน “แต่ที่นี่… ฉันได้เรียนรู้ว่า แรงบันดาลใจที่แท้จริง… มันอยู่ในตัวเรา… อยู่ในความทรงจำ… อยู่ในความรัก… ที่เรามีให้กับผู้อื่น… และให้กับตัวเอง” รินดายิ้มให้กับตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่มันคือการเยียวยาตัวเองไปพร้อมๆ กัน เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังเติบโตขึ้นทีละน้อย เหมือนต้นกล้าที่กำลังได้รับแสงแดดและความชุ่มชื้นอย่างพอเหมาะ “ฉันกำลังจะเขียนเรื่องราวทั้งหมดนี้” เธอเขียน “เรื่องราวของสวนหลังบ้าน… เรื่องราวของครอบครัว… และเรื่องราวของหัวใจที่กำลังกลับมาเต้นอีกครั้ง” เธอเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดที่ส่องผ่านใบไม้ลงมาเป็นลำๆ เธอยิ้มให้กับภาพนั้น มันช่างงดงามเหลือเกิน “ขอบคุณนะ… สวนหลังบ้าน” เธอพึมพำ “ขอบคุณที่มอบชีวิตใหม่ให้กับฉัน” ในวันนั้น รินดาเขียนหนังสืออย่างต่อเนื่อง เธอรู้สึกว่าถ้อยคำไหลลื่นออกมาจากใจอย่างไม่ติดขัด เธอเขียนถึงความทรงจำที่เคยลืมเลือนไปนานแล้ว ความทรงจำที่เกี่ยวกับพี่ชาย ที่เธอเพิ่งจะเริ่มเปิดใจรับรู้และเขียนถึงอย่างจริงจัง “พี่คะ…” เธอเขียน “วันนี้น้องเขียนถึงพี่แล้วนะ” “พี่ชายที่แสนดีของฉัน… เขาคือดวงดาวที่ส่องนำทางฉันเสมอ” เธอเขียนบรรยายถึงภาพความทรงจำที่เธอมีกับพี่ชาย ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่พวกเขามักจะมาเล่นสนุกกันในสวนหลังบ้านแห่งนี้ พี่ชายตัวโตของเธอมักจะคอยปกป้องเธอเสมอ คอยสอนให้เธอรู้จักสิ่งต่างๆ รอบตัว “พี่เคยบอกว่า… ต้นไม้ทุกต้นมีเรื่องราวของตัวเอง” เธอเขียน “พี่เคยพาหนูไปสำรวจทุกซอกทุกมุมของสวนแห่งนี้” “หนูจำได้… วันที่พี่ปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วงต้นใหญ่… แล้วบอกว่า… ‘รินดา… มองลงมาสิ… โลกมันสวยงามแค่ไหน’ “ “วันนั้น… หนูยังเด็กมาก… หนูแค่กลัว… กลัวจะตก” “แต่พี่… พี่กลับยิ้ม… แล้วบอกว่า… ‘ไม่ต้องกลัวนะ… พี่อยู่ตรงนี้’ “ น้ำตาคลอเบ้าของรินดา แต่ไม่ใช่เพราะความเศร้า มันคือความรู้สึกซาบซึ้งในความทรงจำอันมีค่า “ตอนนี้… พี่ไม่อยู่แล้ว…” เธอเขียน “แต่หนู… หนูได้กลับมาอยู่ที่นี่… ที่ที่พี่เคยรัก” “หนูจะมองโลก… เหมือนที่พี่เคยบอก” “หนูจะพยายาม… มองเห็นความสวยงาม… ในทุกๆ สิ่ง” เธอเขียนต่อถึงบทสนทนาสุดท้ายที่เธอมีกับพี่ชาย ก่อนที่เขาจะจากไป เป็นบทสนทนาสั้นๆ ที่ในตอนนั้นเธอไม่เคยคิดว่ามันจะสำคัญขนาดนี้ “‘รินดา… อย่าลืมดูแลตัวเองนะ’ พี่ชายบอก” “‘แล้วก็… อย่าหยุดเขียน’ “ “‘การเขียน… คือการส่งต่อความรู้สึก… คือการทำให้เราไม่เดียวดาย’ “ “หนูจะจำคำของพี่ไว้… ตลอดไป” รินดาปิดสมุดบันทึกลง เธอรู้สึกเหนื่อย แต่เป็นความเหนื่อยที่เติมเต็ม เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่เธอไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว เธอได้ค้นพบแรงบันดาลใจที่แท้จริงแล้ว มันไม่ได้มาจากไหนไกล แต่มันมาจากภายใน จากความรัก จากความทรงจำ และจากสถานที่แห่งนี้

5,610 ตัวอักษร