แสงจันทร์ของคืนเหน็บหนาว

ตอนที่ 14 / 35

ตอนที่ 14 — ความจริงที่ถูกเปิดเผย

แสงจันทร์ยังคงสาดส่องลงมาอย่างนุ่มนวล แต่ในใจของรินดา กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตื่นเต้น ความสงสัย และความหวั่นเกรง คำพูดของพ่อเมื่อช่วงเย็นยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ "วันที่จะทำให้ลูกได้พบกับความจริงบางอย่าง" รินดาไม่รู้ว่าความจริงนั้นคืออะไร แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันจะต้องมีความสำคัญอย่างแน่นอน เช้าวันรุ่งขึ้น รินดาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นกว่าทุกวัน เธอรีบไปอาบน้ำแต่งตัว และลงมายังห้องครัวที่บัดนี้มีเพียงพ่อกับแม่เท่านั้น "อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อแม่" รินดาเอ่ยทักทาย "อรุณสวัสดิ์จ้ะลูก" แม่ตอบ พลางยื่นแก้วน้ำผลไม้มาให้ "วันนี้เป็นวันสำคัญของเรานะ" "หนูพร้อมแล้วค่ะ" รินดาตอบ หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ พ่อก็หันมาพูดกับรินดา "วันนี้เราจะไปที่ว่าการอำเภอกันนะลูก" "ไปทำไมเหรอคะพ่อ" รินดาถาม "ไปเซ็นเอกสารบางอย่าง" พ่อตอบ "เกี่ยวกับเรื่องมรดกของยาย" รินดาขมวดคิ้วเล็กน้อย "มรดกของคุณยายเหรอคะ" "ใช่แล้ว" แม่เสริม "เป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย" ตลอดทางไปว่าการอำเภอ รินดานั่งมองวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไป เธอพยายามคิดถึงเรื่องมรดกของคุณยาย แต่ก็ไม่ค่อยมีรายละเอียดอะไรที่ชัดเจนนัก เธอจำได้เพียงว่าคุณยายเป็นคนใจดี และรักเธอมาก เมื่อไปถึงว่าการอำเภอ พวกเขาถูกพาไปยังห้องทำงานส่วนตัวแห่งหนึ่ง ทนายความของครอบครัวนั่งรออยู่แล้ว พร้อมกับกองเอกสารจำนวนหนึ่ง "สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ และคุณรินดา" ทนายความกล่าว "ผมได้เตรียมเอกสารทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วครับ" "เชิญเลยครับ" พ่อตอบ ทนายความเริ่มอธิบายรายละเอียดของเอกสารต่างๆ ให้ฟัง มีทั้งเอกสารเกี่ยวกับพินัยกรรม โฉนดที่ดิน และบัญชีทรัพย์สินต่างๆ รินดามองเอกสารเหล่านั้นด้วยความสนใจ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณยายของเธอมีทรัพย์สมบัติมากขนาดนี้ "ในพินัยกรรมของคุณยาย ได้ระบุไว้ว่า ทรัพย์สินส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งให้กับคุณรินดา" ทนายความกล่าว "เป็นที่ดินผืนหนึ่งและเงินจำนวนหนึ่ง" รินดาตาโตด้วยความประหลาดใจ "หนูเหรอคะ" "ใช่ครับ" ทนายความพยักหน้า "เป็นความประสงค์ของคุณยายที่อยากจะมอบให้กับคุณรินดาโดยตรง" "ทำไมคุณยายถึง...ถึงมอบทรัพย์สินให้หนูเยอะขนาดนี้คะ" รินดาถาม ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "คุณยายรักคุณรินดามากนะครับ" ทนายความตอบ "ถึงแม้จะจากกันไปนาน แต่คุณยายก็ยังคงคิดถึงคุณเสมอ" พ่อกับแม่มองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภูมิใจ "คุณยายของคุณอยากให้คุณมีชีวิตที่ดีนะครับ" แม่กล่าว "อยากให้คุณไม่ต้องลำบาก" "หนู...หนูไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ" รินดาเอ่ย พลางมองไปยังเอกสารตรงหน้า "ขอบคุณค่ะคุณยาย" หลังจากเซ็นเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินทางกลับบ้าน ระหว่างทาง รินดาก็ยังคงนิ่งเงียบ เธอครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น "พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วใช่ไหมคะ" รินดาถาม "ใช่แล้วลูก" พ่อตอบ "เรารู้ว่าคุณยายของคุณได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่เราไม่เคยคิดว่าคุณยายจะมอบทรัพย์สินให้คุณมากขนาดนี้" "คุณยายของคุณเป็นห่วงคุณมากนะ" แม่กล่าวเสริม "เขาอยากให้คุณมีหลักประกันในชีวิต" รินดารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนรักและห่วงใยเธอมากขนาดนี้ เมื่อกลับถึงบ้าน รินดาก็ตรงไปที่ห้องทำงานของพ่อ เธอหยิบกรอบรูปถ่ายครอบครัวขึ้นมามอง ภาพถ่ายนั้นเป็นภาพของเธอ พ่อ แม่ และคุณยายถ่ายด้วยกัน รินดาจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันเกิดของคุณยาย วันนั้นเป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดวันหนึ่ง "หนูคิดถึงคุณยายจังเลยค่ะ" รินดาพึมพำ จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูขึ้น รินดาจึงวางกรอบรูปกลับลงที่เดิม "ใครมาคะ" รินดาถาม "น่าจะเป็นป้าสมศรีนะลูก" แม่ตอบ "เห็นเขาบอกว่าอยากจะคุยด้วย" รินดาถอนหายใจเบาๆ เธอยังคงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นักกับการเผชิญหน้ากับป้าสมศรี เมื่อเปิดประตูออก ป้าสมศรีก็ยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เข้ามาสิจ๊ะป้า" รินดาเชิญ "ขอบใจจ้ะ" ป้าสมศรีตอบ พลางเดินเข้ามาในบ้าน "มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะป้า" รินดาถาม "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ" ป้าสมศรีตอบ "แค่อยากจะมาคุยกับพวกแกสักหน่อย" พ่อกับแม่เดินออกมาจากห้องทำงานเมื่อได้ยินเสียง "มีอะไรเหรอสมศรี" พ่อถาม "ก็เรื่องมรดกของคุณยายไง" ป้าสมศรีกล่าว "ฉันได้ยินมาว่า รินดาจะได้ส่วนแบ่งเยอะมาก" "ใช่แล้ว" พ่อตอบ "เป็นความตั้งใจของคุณยาย" "แต่ฉันไม่เห็นด้วยนะ" ป้าสมศรีกล่าวเสียงดัง "ทำไมรินดาถึงจะได้เยอะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เขาจากบ้านเราไปตั้งนาน" "สมศรี! พูดอะไรของเธอ" แม่ตำหนิ "ฉันพูดความจริงนะ" ป้าสมศรีเถียง "ทำไมไม่แบ่งให้ฉันบ้างล่ะ ฉันเป็นลูกสาวแท้ๆ ของยายนะ" "คุณยายได้แบ่งให้คุณอย่างเหมาะสมแล้ว" พ่อตอบ "ตามที่ท่านเห็นสมควร" "ไม่ยุติธรรมเลย!" ป้าสมศรีตะโกน "ฉันจะไมยอมรับเรื่องนี้เด็ดขาด!" รินดามองป้าสมศรีด้วยความตกใจ เธอไม่เคยเห็นป้าสมศรีโกรธขนาดนี้มาก่อน "ป้าคะ" รินดาพยายามพูด "หนูเข้าใจว่าป้าอาจจะรู้สึกไม่ดี แต่..." "อย่ามาเรียกฉันว่าป้า!" ป้าสมศรีตะคอกใส่ "แกไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันว่าป้า!" คำพูดของป้าสมศรีทำให้รินดาอึ้งไป เธอไม่เข้าใจว่าทำไมป้าสมศรีถึงเกลียดเธอมากขนาดนี้ "สมศรี! พอได้แล้ว" พ่อกล่าวเสียงเข้ม "กลับไปได้แล้ว" "ฉันจะกลับก็ต่อเมื่อเรื่องนี้ได้รับการแก้ไข" ป้าสมศรีประกาศกร้าว "ไม่งั้นฉันจะฟ้องร้อง!" พูดจบ ป้าสมศรีก็หันหลังเดินออกไปจากบ้านทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความอึดอัด พ่อกับแม่เดินเข้ามาหา รินดา "ไม่ต้องไปใส่ใจเขาหรอกนะลูก" แม่ปลอบ "เขาเป็นคนอิจฉาริษยา" "แต่หนูไม่เข้าใจค่ะ" รินดาเอ่ย "ทำไมป้าสมศรีถึงเกลียดหนูขนาดนี้" "มันเป็นเรื่องในอดีตนะลูก" พ่ออธิบาย "เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพ่อกับแม่ของคุณยาย" "เรื่องอะไรเหรอคะ" รินดาถาม "คืออย่างนี้..." พ่อเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตที่ซับซ้อนและเจ็บปวด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ป้าสมศรีมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อครอบครัวของเขา และต่อตัวรินดาเอง เรื่องราวที่เกี่ยวพันกับความผิดพลาดในอดีตของพ่อ และความเข้าใจผิดที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมาอย่างยาวนาน รินดาตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความตั้งใจ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมป้าสมศรีถึงมีท่าทีเช่นนั้น และทำไมพ่อกับแม่ถึงต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาตลอด "หนู...หนูสงสารคุณยายจังเลยค่ะ" รินดาเอ่ย พลางน้ำตาคลอ "ท่านคงต้องแบกรับความเจ็บปวดมามาก" "ใช่แล้วลูก" แม่ตอบ "และเราก็หวังว่าการที่ลูกได้กลับมาอยู่กับเรา จะช่วยเยียวยาความรู้สึกของทุกคนได้" รินดาโอบกอดพ่อกับแม่ไว้แน่น เธอรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากพวกเขา แม้จะมีความขัดแย้งที่รอการแก้ไข แต่เธอก็เชื่อว่าความรักและความเข้าใจจะสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้

5,252 ตัวอักษร