ตอนที่ 4 — รอยข่วนบนผืนผ้าไหม
"รอยเหล่านี้คล้ายกับรอยที่เกิดจากการต่อสู้" ขุนเดชกล่าวต่อ น้ำเสียงจริงจัง "มันไม่ได้ลึกมากนัก เหมือนโดนเล็บ หรือวัตถุปลายแหลมบางอย่างขีดข่วน"
คุณชายชลรับฟังอย่างตั้งใจ เขาพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันนั้น เขาจำได้ว่าตอนที่เขากำลังเดินกลับโรงเตี๊ยม ก็มีเงาคนพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง เขาปัดป้องออกไปอย่างรวดเร็ว และรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างข่วนโดนแขนเสื้อของเขา แต่ในความมืดมิดและท่ามกลางความตกใจ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก
"ถ้าอย่างนั้น... ข้าอาจจะเคยเจอกับคนร้ายจริงๆ ก็ได้" คุณชายชลกล่าว เสียงของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อย
"เรื่องนี้ต้องสืบสวนให้ถึงที่สุด" ขุนเดชยืนยัน "ท่านสบายใจได้ ข้าจะช่วยท่านเอง"
คุณชายยงซึ่งยืนฟังอยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้น "น่ากลัวจริงๆ ที่คุณชายชลต้องมาตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ ถ้าคุณชายชลต้องการความช่วยเหลือ หรือมีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้ อย่าลังเลที่จะบอกข้านะ"
คุณชายชลมองคุณชายยงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขาไม่แน่ใจว่าคำพูดของอีกฝ่ายนั้นมาจากใจจริง หรือเป็นเพียงการสร้างภาพ แต่เขาก็เลือกที่จะตอบรับอย่างสุภาพ "ขอบคุณมากครับคุณชายยง"
หลังจากนั้น ขุนเดชก็ขอตัวออกไปเพื่อไปสืบสวนต่อ คุณชายชลยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาจับจ้องไปยังผืนผ้าไหมสีครามที่ขุนเดชชี้ให้ดู เขารู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ การตายของนายบุญไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป มันมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนและอันตรายกว่าที่เขาคิดไว้มาก
"คุณชายคะ" เมขลาเข้ามาใกล้ "คุณชายทรงดูไม่ค่อยสบายพระทัยเลยนะเจ้าคะ"
"ข้าแค่กำลังคิดบางอย่างอยู่ เมขลา" คุณชายชลตอบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "เรื่องที่เกิดขึ้นที่ท่าน้ำ มันทำให้ข้าอดคิดมากไม่ได้"
"เรื่องนี้น่ากลัวจริงๆ เจ้าค่ะ" เมขลาถอนหายใจ "หวังว่าคนร้ายจะถูกจับได้เร็วๆ นะเจ้าคะ"
"ข้าก็หวังเช่นนั้น" คุณชายชลกล่าว "แต่บางที... คนร้ายอาจจะอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดก็ได้"
ในช่วงบ่าย คุณชายชลตัดสินใจกลับไปยังโรงเตี๊ยมของตนเอง เขาต้องการตรวจสอบความเรียบร้อยของทรัพย์สิน และวางแผนการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เขาเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง กลิ่นอายของเอกสารและหมึกพิมพ์ยังคงอบอวลอยู่ เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อหยิบเอกสารบางอย่าง แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษ
มันคือจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ซองจดหมายสีซีด และตราประทับที่ไม่คุ้นตา คุณชายชลหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย เขาจำไม่ได้ว่าเคยได้รับจดหมายฉบับนี้มาก่อน หรือมีใครนำมาไว้ในห้องทำงานของเขาได้อย่างไร
ด้วยความระมัดระวัง คุณชายชลเปิดซองจดหมายออก ด้านในมีกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ถูกพับไว้อย่างดี เมื่อคลี่ออก เขาก็ต้องตกใจกับข้อความที่อยู่บนนั้น
"หากท่านยังต้องการความจริงเกี่ยวกับเรื่องของนายบุญ จงไปที่ตรอกมืดหลังโรงเตี๊ยมเมื่องมุก ในคืนนี้ เวลาเที่ยงคืน ห้ามบอกใครเด็ดขาด"
ข้อความนั้นสั้นกระชับ แต่กลับทำให้หัวใจของคุณชายชลเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตื่นเต้น ความหวัง และความหวาดหวั่น เขาไม่รู้ว่าใครคือผู้ส่งจดหมายฉบับนี้มา หรือข้อความนี้เป็นกับดักหรือไม่
"ใครกันที่ส่งจดหมายมาให้ข้า?" คุณชายชลพึมพำกับตัวเอง "แล้วทำไมต้องเป็นที่โรงเตี๊ยมเมื่องมุก?"
เขาจำได้ว่าโรงเตี๊ยมเมื่องมุกเป็นโรงเตี๊ยมเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลองบางหลวง เป็นสถานที่ที่มักจะมีข่าวลือแปลกๆ และผู้คนหลากหลายประเภทแวะเวียนไปมา
"ข้าควรจะไปดีหรือไม่?" คุณชายชลถามตัวเอง
ความคิดที่จะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ทำให้เขารู้สึกยากที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณของเขาก็บอกว่านี่อาจจะเป็นอันตราย
"คุณชายเจ้าคะ" เสียงเมขลาดังขึ้นจากหน้าประตู "ท่านพ่อเรียกพบขอรับ"
คุณชายชลรีบเก็บจดหมายไว้ในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะตอบรับ "ข้าไปเดี๋ยวนี้"
เขาเดินตามเมขลาไปยังห้องรับแขกที่บิดาของเขากำลังรออยู่
"พ่อเรียกข้า มีเรื่องอะไรหรือขอรับ" คุณชายชลถาม
"ข้าเพิ่งได้ข่าวมา" บิดาของคุณชายชลกล่าวเสียงเคร่งเครียด "มีคนพบศพอีกคนหนึ่งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา"
คุณชายชลเบิกตากว้าง "ใครหรือขอรับ?"
"คนส่งของที่เคยทำงานให้ไอ้บุญนั่นแหละ" บิดาตอบ "เขาถูกพบเป็นศพในห้องเช่าของตัวเอง สภาพเหมือนถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม"
ข่าวนี้ยิ่งทำให้คุณชายชลรู้สึกไม่สบายใจ การตายของคนส่งของที่เคยทำงานกับนายบุญ ยิ่งตอกย้ำว่าคดีนี้มีความเชื่อมโยงกัน และอาจจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน
"แล้วตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบหรือไม่ขอรับ" คุณชายชลถาม
"เข้ามาแล้ว" บิดาตอบ "แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลย ดูเหมือนคดีนี้จะยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ"
คุณชายชลนั่งลงข้างๆ บิดาของเขา เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่หนักหน่วง "ท่านพ่อ... ข้าคิดว่าข้าอาจจะรู้บางอย่างที่อาจจะช่วยคลี่คลายคดีนี้ได้"
บิดาของคุณชายชลหันมามองบุตรชายด้วยความประหลาดใจ "เจ้าแน่ใจหรือ?"
"ขอรับ" คุณชายชลพยักหน้า "แต่เรื่องนี้... มันอาจจะอันตราย"
เขาตัดสินใจที่จะบอกเรื่องจดหมายที่เขาได้รับให้บิดาฟัง บิดาของคุณชายชลฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เจ้าอย่าเพิ่งไปที่นั่นเลย" บิดากล่าว "มันอาจจะเป็นกับดัก"
"แต่ข้าอยากรู้ความจริงขอรับ" คุณชายชลยืนกราน "ถ้าข้าไม่ไป ข้าอาจจะเสียโอกาสที่จะได้รู้เบาะแสสำคัญ"
"ถ้าเจ้าจะไปจริงๆ" บิดาถอนหายใจ "เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้ถึงที่สุด และต้องมีคนคุ้มกัน"
"ข้าจะไปคนเดียวขอรับ" คุณชายชลกล่าว "ข้าไม่อยากให้ใครต้องมาเสี่ยงอันตรายไปกับข้า"
"ไม่ได้!" บิดาเสียงเข้ม "ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำแบบนั้นเด็ดขาด"
"ท่านพ่อครับ" คุณชายชลอ้อนวอน "ขอเพียงครั้งเดียวเถอะขอรับ"
หลังจากถกเถียงกันอยู่พักใหญ่ บิดาของคุณชายชลก็ยอมใจอ่อน แต่มีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องพาเมขลาไปด้วย
"ถ้าเจ้าจะไปจริงๆ ก็ตามใจเจ้า" บิดากล่าว "แต่เจ้าต้องพาเมขลาไปด้วย นางเป็นคนเดียวที่ข้าไว้ใจให้ดูแลเจ้าได้"
คุณชายชลพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าบิดาเป็นห่วงเขามากเกินกว่าจะปล่อยให้เขาเผชิญอันตรายตามลำพัง
เมื่อตกกลางคืน คุณชายชลและเมขลาได้เตรียมตัวออกเดินทาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีเข้ม เพื่อให้กลมกลืนไปกับความมืด คุณชายชลพกมีดสั้นเล่มเล็กติดตัวไปด้วย ส่วนเมขลาก็มีเพียงตะเกียงน้ำมันขนาดเล็กเพื่อใช้ให้แสงสว่าง
"คุณชายคะ" เมขลาเอ่ยเสียงสั่น "ข้ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ"
"ไม่ต้องกลัวนะเมขลา" คุณชายชลปลอบ "ข้าจะอยู่ข้างๆ เจ้าเสมอ"
ทั้งสองเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความมืดของรัตติกาล ความเงียบสงัดของยามค่ำคืนยิ่งทำให้ความรู้สึกหวาดระแวงเพิ่มมากขึ้น
5,240 ตัวอักษร