บุหงาแห่งบุญมา ณ วังหน้า

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — การอบรมสั่งสอนเบื้องต้น

"พ่อของเจ้า... พระยาพิพิธ เป็นผู้ที่ข้าพเจ้าเคารพเลื่อมใสในวิชาความรู้และความซื่อสัตย์" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัสพลางกวาดพระเนตรมองบุญมาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ข้าได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้ามามาก ว่าเป็นสตรีที่ได้รับการศึกษาอย่างดี มีความคิดเฉลียวฉลาด และมีความรู้กว้างขวาง" บุญมารู้สึกได้ถึงความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากพระองค์ แต่เธอก็ยังคงรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย "ข้าพระพุทธเจ้าเป็นเพียงลูกสาวของพระยาพิพิธ ที่ท่านพ่อเห็นว่าพอจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง จึงได้มีโอกาสรับใช้เบื้องสูงเพคะ" "ไม่ต้องถ่อมตนจนเกินไป แม่หญิงบุญมา" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัส "พ่อของเจ้ามิได้ส่งเสริมเพียงสติปัญญา แต่ยังอบรมมารยาทและกิริยามารยาทอันงดงามให้แก่เจ้าด้วย ข้าสังเกตเห็นแล้ว" บุญมาค้อมศีรษะรับ "ขอบพระทัยเพคะ สมเด็จฯ" "หน้าที่ของเจ้าในฐานะพระพี่เลี้ยงนั้นสำคัญยิ่งนัก" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัสต่อ "เจ้าจะต้องสอนสั่งทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ข้า ตั้งแต่การอ่านการเขียน การคำนวณ ไปจนถึงการปกครอง การบริหารแผ่นดิน และที่สำคัญที่สุด คือการเป็นกษัตริย์ที่ดีงาม เป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์" "ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมรับพระดำรัส และจะทุ่มเทกำลังกายกำลังใจเพื่อการนี้อย่างเต็มกำลังเพคะ" บุญมาตอบรับด้วยความตั้งใจจริง "ดี" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงพยักพระพักตร์ "เอาล่ะ เริ่มต้นด้วยการเรียนการเขียนวันนี้เลยแล้วกัน" บุญมาถวายบังคมลาเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ก่อนจะถูกพาไปยังตำหนักส่วนพระองค์ของกรมพระราชวังบวรฯ ที่ซึ่งมีห้องบรรทม และห้องสำหรับทรงศึกษาจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี ภายในห้องนั้นมีโต๊ะเขียนหนังสือทำจากไม้สักอย่างดี ตั้งอยู่กลางห้อง มีหมึก ดินสอ และกระดาษอย่างดีวางเรียงรายอยู่ "เชิญนั่งก่อน แม่หญิงบุญมา" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงผายพระหัตถ์เชิญบุญมานั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทรงพระอักษร "วันนี้เราจะเริ่มด้วยการฝึกเขียนอักษรไทยกันก่อน" บุญมาถวายบังคมและนั่งลงอย่างสำรวม "เพคะ สมเด็จฯ" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา ทรงจรดดินสอลงบนกระดาษ และค่อยๆ บรรจงเขียนอักษรตัวแรกออกมา "นี่คืออักษร ก. ไก่" พระองค์ตรัสพลางชี้ไปที่ตัวอักษรนั้น "เจ้าจงดูให้ดี แล้วลองลอกเลียนแบบดู" บุญมาตั้งใจมองการเขียนของพระองค์อย่างแน่วแน่ เธอมองเห็นถึงความคล่องแคล่วและงดงามของลายพระหัตถ์ ท่ามกลางความสง่างามนั้น เธอก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะเรียนรู้ของพระองค์เช่นกัน "ข้าพระพุทธเจ้าเห็นแล้วเพคะ สมเด็จฯ" บุญมากล่าว "ลองเขียนดูสิ" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงตรัส บุญมาหยิบดินสอขึ้นมา เธอเคยฝึกเขียนอักษรมาบ้างแล้วจากที่บ้าน แต่การเขียนต่อหน้ากรมพระราชวังบวรฯ ย่อมแตกต่างไป เธอพยายามตั้งสมาธิอย่างเต็มที่ จรดดินสอลงบนกระดาษ และเริ่มบรรจงเขียนตามแบบที่เห็น ลายมือของเธอนั้นอาจจะยังไม่ถึงขั้นประณีตเท่าพระหัตถ์ของกรมพระราชวังบวรฯ แต่ก็มีความชัดเจนและถูกต้องตามรูปแบบ "เป็นอย่างไรบ้าง" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงตรัสถามเมื่อเห็นบุญมาเขียนเสร็จ "ข้าพระพุทธเจ้าพยายามแล้วเพคะ สมเด็จฯ" บุญมาตอบอย่างสุภาพ "ก็ใช้ได้" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงแย้มสรวล "เจ้าเป็นคนหัวไว เรียนรู้ได้เร็ว" "ขอบคุณเพคะ" "ต่อไปนี้ เจ้ามีหน้าที่สอนทุกอย่างให้แก่ข้า" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัส "เจ้าจะสอนข้าทุกอย่างที่เจ้าเรียนรู้มา เจ้าจะสอนข้าให้อ่านออกเขียนได้ ให้คำนวณเป็น ให้เข้าใจในหลักการปกครอง และให้รู้จักการดำรงตนเยี่ยงกษัตริย์" "ข้าพระพุทธเจ้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ" บุญมากล่าวด้วยความมุ่งมั่น "และข้าก็จะตั้งใจเรียน" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงตรัส "เราจะทำงานร่วมกัน เพื่อให้ข้าพร้อมที่จะขึ้นครองราชย์ในอนาคต" วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนระหว่างบุญมากับกรมพระราชวังบวรฯ ดำเนินไปอย่างเข้มข้น บุญมาได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เธอมีอย่างเต็มที่ เธอนำตำราต่างๆ ที่เธอเคยอ่านมาใช้เป็นแนวทางในการสอน ทั้งตำราประวัติศาสตร์ ตำราการเมืองการปกครอง และวรรณคดีอันล้ำค่า กรมพระราชวังบวรฯ ทรงเป็นผู้ที่ใฝ่รู้และมีพระปรีชาญาณเฉลียวฉลาด ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่น พระองค์ทรงตั้งพระทัยฟังในสิ่งที่บุญมาสอน และทรงซักถามในสิ่งที่พระองค์ไม่เข้าใจ "แม่หญิงบุญมา" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัสถามในวันหนึ่งขณะที่กำลังศึกษาเรื่องการบริหารจัดการคลังของแผ่นดิน "หากเรามีรายได้จากภาษีอากรไม่เพียงพอต่อรายจ่าย แล้วเราควรจะทำอย่างไร" บุญมาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "หากเป็นดังที่ทรงตรัสเพคะ สมเด็จฯ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีให้ดีขึ้น หากยังไม่เพียงพอ ก็ควรพิจารณาการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในส่วนราชการต่างๆ ลง หรือหากจำเป็นจริงๆ อาจจะต้องพิจารณาการหารายได้ในช่องทางอื่นเพิ่มเติม แต่ต้องเป็นช่องทางที่สุจริตและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎร" "แล้วถ้าจำเป็นต้องเพิ่มภาษีเล่า" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงถามต่อ "เราควรจะเพิ่มภาษีในส่วนใด" "การเพิ่มภาษีควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเพคะ" บุญมาตอบ "และหากต้องเพิ่ม ควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะกระทบต่อการดำรงชีวิตของราษฎรมากน้อยเพียงใด ควรพิจารณาภาษีที่เกี่ยวกับสินค้าฟุ่มเฟือย หรือภาษีที่เกี่ยวกับกิจการที่สร้างผลกำไรสูงเป็นอันดับแรก เพื่อลดผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่" กรมพระราชวังบวรฯ ทรงพยักพระพักตร์อย่างพึงพอใจ "เจ้ามีความคิดที่รอบคอบ แม่หญิงบุญมา" "ข้าพระพุทธเจ้าเพียงแค่ถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเพคะ" บุญมาถวายบังคม "แต่การเรียนรู้จากตำรา กับการประยุกต์ใช้จริงนั้น ย่อมมีความแตกต่างกัน" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัส "เจ้าคิดว่าข้าจะสามารถนำความรู้ที่เจ้าสอนไปใช้ในการบริหารบ้านเมืองได้อย่างแท้จริงหรือไม่" "ข้าพระพุทธเจ้าเชื่อมั่นเพคะ" บุญมาตอบอย่างหนักแน่น "ด้วยพระปรีชาญาณของสมเด็จฯ และความตั้งพระทัยที่จะเรียนรู้ ข้าพระพุทธเจ้าเชื่อว่าพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน" การสนทนาเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งระหว่างทั้งสองพระองค์ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระพี่เลี้ยงกับองค์กรมพระราชวังบวรฯ ค่อยๆ แน่นแฟ้นขึ้น บุญมาเริ่มรู้สึกว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงผู้สอนอีกต่อไป แต่เธอกำลังมีส่วนร่วมในการหล่อหลอมอนาคตของแผ่นดิน แต่ในขณะเดียวกัน แรงเสียดทานจากคนรอบข้างก็เริ่มก่อตัวขึ้นเช่นกัน ขันทีและนางกำนัลบางคนในวังหลวง เริ่มมองบุญมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความสงสัยระคนชื่นชมในตอนแรก กลายเป็นความระแวงและความไม่พอใจ "ดูคุณหนูบุญมาสิ" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในหมู่ขันทีคนหนึ่งขณะที่บุญมากำลังเดินผ่าน "วันๆ เอาแต่เข้าเฝ้ากรมพระราชวังบวรฯ ไม่เว้นแต่ละวัน ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง" "นั่นสิ" อีกคนเสริม "คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้มีสิทธิ์ใกล้ชิดองค์กรมพระราชวังบวรฯ ถึงเพียงนี้" "อย่าพูดจาเช่นนั้นเลย" ขันทีอาวุโสคนหนึ่งเตือน "คุณหนูบุญมาเป็นถึงบุตรสาวพระยาพิพิธ และได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพูดจาอย่างไรก็ให้มีขอบเขตบ้าง" "แต่ท่านก็เห็นๆ อยู่" ขันทีหนุ่มคนหนึ่งกล่าวเสียงอ่อย "เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่คุณหนูบุญมา อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว" เสียงกระซิบกระซาบเหล่านั้น ถึงแม้จะไม่ได้ดังมาก แต่ก็ลอดหูบุญมาไปได้บ้าง เธอยังคงเลือกที่จะไม่ใส่ใจ แต่ในใจลึกๆ ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ถึงแม้เธอจะรู้ว่าสิ่งที่เธอทำคือการทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่สังคมรอบข้างก็ยังมองเธอด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป

5,863 ตัวอักษร