ตะเกียงทราย ณ เมืองหลวงเก่า

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — การช่วงชิงแผ่นจารึก

“นี่มันเป็นของวัด!” คิมตะโกนสวนกลับ เสียงของเขาสั่นแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายอาจแข็งแกร่งกว่ามาก แต่ในใจเขามีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ค้นพบนี้คือสมบัติล้ำค่าของวัดที่เขาเติบโตมา ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแห้งผากคล้ายเสียงเสียดสีของก้อนหิน “ของวัด? เจ้าคิดว่าวัดแห่งนี้มีอะไรที่ควรค่าแก่การปกป้องมากกว่าความสงบสุขงั้นหรือ? เจ้าเด็กน้อย เจ้ายังไม่เข้าใจอะไรเลย” “ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร แต่ถ้าคุณคิดจะมาทำร้ายวัด ผมไม่มีวันยอม!” คิมก้าวเท้าไปข้างหน้าเล็กน้อย พยายามตั้งท่าให้ดูน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว “คำพูดของเด็กวัดช่างน่าขันนัก” ชายชุดดำกล่าว พลางก้าวเท้าเข้ามาอีกครั้ง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว หมายจะคว้าถุงผ้าที่คิมถืออยู่ คิมไหวตัวทัน เขากระโดดหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด มือของชายชุดดำพลาดเป้าไปโดนเพียงอากาศ เขาใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลัก หมุนตัววิ่งหนีไปตามทางเดินที่เคยเดินมา “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงตะโกนไล่หลังมา แต่คิมไม่เหลียวมอง เขาวิ่งสุดชีวิต มุ่งหน้าไปยังศาลาที่หลวงตาอ่ำมักจะนั่งฉันภัตตาหารเช้า เขาเชื่อว่าหากเจอหลวงตา เขาก็จะมีคนคอยช่วยเหลือ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังตามมาติดๆ คิมได้ยินเสียงลมหวีดหวิวใกล้เข้ามา เขาหันไปมอง เห็นชายชุดดำอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว และเขากำลังจะถึงทางตัน “แย่แล้ว!” คิมคิดในใจ ทันใดนั้น เขาก็เห็นประตูไม้เก่าบานหนึ่งอยู่ทางขวามือ มันเป็นประตูห้องเก็บของที่เขาเคยเปิดกล่องไม้โบราณเมื่อวันก่อน โดยไม่ลังเล คิมพุ่งตรงไปที่ประตูนั้น เขารีบไขกุญแจที่แขวนอยู่และผลักประตูเข้าไป “ตูม!” เสียงประตูถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านหลัง เขาหันไปเห็นชายชุดดำพยายามจะพังประตูเข้ามา “หนอยแน่ะ!” คิมสบถ พลางรีบวิ่งเข้าไปในห้องเก็บของที่มืดสลัว เขาได้กลิ่นอับชื้นเหมือนเดิม แต่คราวนี้เขามีเวลามากกว่าเดิมในการตัดสินใจ เขาเห็นกล่องไม้โบราณใบนั้นวางอยู่ที่มุมห้อง เขาไม่รอช้า รีบคว้ากล่องนั้นขึ้นมา เขาคิดว่าอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ในกล่องนี้อีก “กึก!” เสียงประตูถูกพังเข้ามา ชายชุดดำปรากฏตัวขึ้นในกรอบประตู แสงสลัวจากภายนอกส่องให้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้น ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ และดวงตาที่ยังคงจ้องเขม็งมาที่คิม “เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นหรือ?” เสียงของเขาเย็นเยียบ “ส่งมอบสิ่งนั้นมาซะ แล้วข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า” “ไม่มีวัน!” คิมยืนกราน เขาจับถุงผ้าที่มีแผ่นจารึกไว้แน่น และประคองกล่องไม้โบราณไว้ในอีกมือหนึ่ง ชายชุดดำก้าวเข้ามาในห้องเก็บของอย่างช้าๆ “เจ้าเด็กโง่ เจ้ากำลังเล่นกับไฟ” “คุณต่างหากที่กำลังทำผิด!” คิมตะโกน “นี่มันสมบัติของวัด!” “สมบัติ?” ชายชุดดำหัวเราะ “เจ้าไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้วสิ่งนี้คืออะไร มันคือพลังอำนาจที่ถูกผนึกไว้ และกำลังจะถูกปลดปล่อย!” “พลังอำนาจอะไร?” คิมถามด้วยความสงสัย แต่ก็ยังคงระมัดระวังตัว “เจ้าไม่ควรถามมากนัก” ชายชุดดำกล่าว พลางยื่นมือมาทางคิมอีกครั้ง “ส่งมอบมา!” คิมไม่มีทางเลือก เขาตัดสินใจว่าจะต้องสู้ เขาเลือกที่จะใช้กล่องไม้โบราณเป็นอาวุธ เขาเหวี่ยงกล่องนั้นใส่ชายชุดดำเต็มแรง “เพล้ง!” กล่องไม้กระเด็นไปโดนชายชุดดำ แต่เขาก็ปัดป้องไว้ได้อย่างง่ายดาย กล่องไม้หล่นลงพื้นไม้ดังสนั่น “เจ้าคิดว่าของเล่นของเด็กจะทำอันตรายข้าได้หรือ?” ชายชุดดำกล่าวอย่างเย้ยหยัน คิมรู้ตัวว่าสู้ด้วยกำลังไม่ได้ เขาหันไปมองรอบๆ ห้องเก็บของอย่างรวดเร็ว เขาเห็นช่องลมเล็กๆ บานหนึ่งอยู่สูงขึ้นไปด้านบน “เป็นไปได้ไหม?” เขาคิด เขาเห็นชายชุดดำกำลังจะเข้ามาคว้าตัว เขาจึงรีบปีนป่ายขึ้นไปบนกองของเก่าที่วางซ้อนกันอยู่ เขาพยายามปีนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เจ้าคิดจะหนีไปทางไหน?” ชายชุดดำถามขณะที่คิมกำลังปีนป่าย “ไปในที่ที่คุณหาผมไม่เจอ!” คิมตอบกลับ คิมปีนขึ้นไปถึงช่องลม เขาใช้แรงทั้งหมดดันแผ่นไม้ที่ปิดช่องลมอยู่ออก “ผลัวะ!” แผ่นไม้หลุดออก เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามด้านนอก “มาแล้ว!” คิมดีใจ แต่เขาก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะดีใจ ชายชุดดำเห็นดังนั้น จึงรีบพุ่งเข้ามาจะคว้าตัวคิม แต่คิมก็ไวพอ เขาปีนผ่านช่องลมออกไปได้ทันเวลา “อ๊าก!” ชายชุดดำตะโกนอย่างผิดหวัง คิมตกลงบนพื้นหญ้านุ่มๆ ด้านนอก เขาได้ยินเสียงชายชุดดำกำลังพยายามปีนตามมา “ต้องรีบไปหาหลวงตา!” เขาคิด เขาไม่รอช้า รีบวิ่งไปทางกุฏิของหลวงตาอ่ำอย่างสุดกำลัง เขาหันกลับไปมอง เห็นเงาตะคุ่มของชายชุดดำโผล่ออกมาจากช่องลมนั้น แต่เขาก็ยังคงอยู่ห่างไกล คิมวิ่งต่อไปจนถึงหน้ากุฏิของหลวงตาอ่ำ เขาเคาะประตูเสียงดังลั่น “หลวงตาครับ! หลวงตาครับ! ช่วยด้วยครับ!”

3,670 ตัวอักษร