ตอนที่ 5 — ความหมายที่ซ่อนเร้น
เสียงเคาะประตูที่ดังอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้หลวงตาอ่ำที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ภายในกุฏิต้องลืมตาขึ้น ท่านมองไปที่ประตูด้วยความประหลาดใจ
“คิม? มีอะไรรึ” หลวงตาอ่ำถามเมื่อเปิดประตูออกไป และพบกับคิมที่กำลังหอบเหนื่อย ใบหน้าซีดเผือด
“หลวงตาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!” คิมพูดเสียงขาดห้วง เขาพยายามรวบรวมสติ “มีคนบุกเข้ามาในวัดครับ! เขาจะมาแย่งของบางอย่างไป!”
หลวงตาอ่ำมองใบหน้าของคิม เห็นแววตาตื่นตระหนกอย่างแท้จริง ท่านจึงรีบดึงคิมเข้ามาในกุฏิ “ใจเย็นๆ คิม เล่าให้ฟังช้าๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น”
คิมสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ “คือ… ตอนที่หลวงตาไม่อยู่ ผมเข้าไปในห้องเก็บของศาลาการเปรียญครับ แล้วผม… ผมเจอแผ่นจารึกโบราณพวกนี้ครับ” คิมเปิดถุงผ้าให้หลวงตาอ่ำดูแผ่นจารึกทองเหลืองที่เขาเก็บมา
หลวงตาอ่ำมองแผ่นจารึกด้วยความสนใจ “นี่มัน… ตัวอักษรพวกนี้ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน” ท่านพยักหน้า “แล้วอย่างไรต่อเล่า”
“ผมกำลังดูมันอยู่ครับ จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งใส่ชุดดำเข้ามาครับ เขาบอกว่าแผ่นจารึกพวกนี้ไม่ใช่ของวัด และจะเอาไปให้ได้ครับ เขาพยายามจะทำร้ายผม ผมเลยหนีออกมาครับ” คิมเล่าอย่างรวดเร็ว
หลวงตาอ่ำมองคิมด้วยความกังวล “ชายชุดดำ… เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ใช่คนของใครที่มาหาเรื่องวัด”
“ผมไม่แน่ใจครับหลวงตา แต่ท่าทางเขาไม่เป็นมิตรเลยครับ เขาดูอันตรายมาก เขาพยายามจะแย่งแผ่นจารึกไปจากผมครับ” คิมยืนยัน
หลวงตาอ่ำครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เป็นไปได้ว่าสิ่งที่เจ้าค้นพบนั้น มีค่ามากกว่าที่คิด” ท่านมองไปที่แผ่นจารึกอีกครั้ง “เจ้าแน่ใจนะว่าเขาไม่เห็นเจ้าตอนที่เจ้าอยู่ที่ห้องเก็บของ”
“ตอนแรกผมคิดว่าเขาไม่เห็นครับ แต่พอผมหนีออกมา เขาก็ตามมาครับ เขาปีนตามผมออกมาจากช่องลมด้วย!” คิมเล่า
“ช่องลม? อยู่ที่ห้องเก็บของศาลาการเปรียญหรือ?” หลวงตาอ่ำถาม “ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“มันอยู่สูงครับหลวงตา ผมต้องปีนกองของเก่าขึ้นไปถึงจะออกไปได้ครับ” คิมอธิบาย
หลวงตาอ่ำถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าวัดของเรามีความลับที่ซ่อนอยู่มากกว่าที่ข้าคิด” ท่านหันไปมองคิม “เจ้าทำได้ดีมากที่เก็บแผ่นจารึกพวกนี้ไว้ได้ เจ้าไม่กลัวเลยหรือ”
“ผมกลัวครับหลวงตา แต่… ผมคิดว่ามันต้องมีความหมายบางอย่างครับ” คิมตอบอย่างจริงจัง “ผมอยากรู้ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมคนแปลกหน้าคนนั้นถึงอยากได้มันนัก”
หลวงตาอ่ำยิ้มบางๆ “ความอยากรู้อยากเห็นของเจ้า เป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งมันก็พาไปสู่ภยันตรายได้” ท่านมองไปที่ถุงผ้า “แผ่นจารึกพวกนี้ ข้าเองก็อยากจะศึกษาดูเหมือนกัน แต่ตอนนี้เราต้องระวังตัวให้มาก”
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีครับหลวงตา” คิมถาม
“เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ” หลวงตาอ่ำกล่าว “ส่วนเรื่องของชายชุดดำ ถ้าเขาไม่กลับมาอีก ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเรา แต่ถ้าเขากลับมา… เราก็ต้องเตรียมพร้อม”
คิมพยักหน้า เขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับหลวงตาอ่ำ แต่ความกังวลเกี่ยวกับแผ่นจารึกและความหมายของมันก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“หลวงตาครับ แล้วเรื่องตัวอักษรบนแผ่นจารึกนี่… มันเป็นภาษาอะไรครับ” คิมถาม
หลวงตาอ่ำส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด มันดูคล้ายกับภาษาโบราณที่ใช้กันในแถบนี้ แต่ก็มีลักษณะบางอย่างที่แตกต่างออกไป ข้าจะต้องลองไปค้นคว้าเพิ่มเติมที่ห้องสมุดของเมืองหลวงเก่าดู”
“เมืองหลวงเก่า?” คิมทวนคำ
“ใช่ เมืองหลวงเก่าของเรา ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์” หลวงตาอ่ำอธิบาย “ที่นั่นมีห้องสมุดที่เก็บรักษาตำราโบราณไว้มากมาย อาจจะมีเบาะแสที่เราต้องการ”
“ผมไปด้วยได้ไหมครับ!” คิมเสนอตัวทันที
หลวงตาอ่ำมองคิมอย่างครุ่นคิด “เจ้าแน่ใจนะว่าพร้อมที่จะเผชิญกับความอันตราย? เจ้าเพิ่งจะเจอเรื่องน่ากลัวมา”
“ผมไม่กลัวครับหลวงตา!” คิมยืนยัน “ผมอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับแผ่นจารึกพวกนี้ และผมเชื่อว่าหลวงตาก็อยากรู้เหมือนกัน”
หลวงตาอ่ำถอนหายใจ “ก็ได้ แต่เจ้าต้องทำตามคำสั่งของข้าทุกอย่าง ตกลงไหม”
“ตกลงครับ!” คิมตอบรับทันที
“ดี” หลวงตาอ่ำกล่าว “งั้นเราจะออกเดินทางไปเมืองหลวงเก่าพรุ่งนี้เช้า แต่ก่อนอื่น เจ้าไปช่วยข้าเตรียมเสบียง และพักผ่อนให้เต็มที่เสีย เจ้าจะได้มีแรงในการเดินทาง”
คิมพยักหน้ารับ เขาเดินออกจากกุฏิของหลวงตาอ่ำด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความตื่นเต้น ความหวัง และความกังวล เขามองไปยังทิศทางที่เขาหนีออกมาจากห้องเก็บของด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
“ฉันจะต้องหาความจริงให้เจอ” เขาพึมพำกับตัวเอง
3,460 ตัวอักษร