ตอนที่ 9 — ความจริงที่ซ่อนเร้นในวัด
คิมยืนหยัดอยู่ตรงหน้าหลวงตาอ่ำ มือข้างหนึ่งถือไม้ที่หามาได้ ส่วนอีกข้างหนึ่งยังคงจับถุงผ้าที่บรรจุแผ่นจารึกโบราณไว้แน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ปะปนกับความหวาดกลัว
“ผมไม่ยอมให้พวกคุณทำร้ายหลวงตา!” คิมตะโกน เสียงดังฟังชัด
หลวงตาอ่ำมองคิมด้วยความซาบซึ้งใจ “คิม... เจ้าไม่ต้องทำเช่นนี้”
“ผมต้องทำครับ!” คิมตอบ “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งของของเราไป”
กลุ่มชายชุดดำเริ่มเดินเข้ามาประชิด พวกเขามีจำนวนมากกว่า และดูเหมือนจะมีทักษะการต่อสู้
“อย่าไปยุ่งกับเด็กเลย” ชายชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม กล่าว “ส่งแผ่นจารึกมา แล้วพวกเราจะปล่อยพวกแกไป”
“พวกเราบอกแล้วว่าสิ่งนี้เป็นของวัด!” หลวงตาอ่ำยืนยัน “พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้อง!”
“พูดจาไม่รู้เรื่อง!” ชายชุดดำคนหนึ่งบันดาลโทสะ พุ่งเข้ามาจะคว้าถุงผ้าจากหลังคิม
แต่คิมไวกว่า เขาหมุนตัวหลบ แล้วใช้ไม้ในมือฟาดไปที่แขนของชายชุดดำคนนั้น
“อ๊าก!” ชายชุดดำคนนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
การกระทำของคิม ทำให้กลุ่มชายชุดดำยิ่งโมโห พวกเขาเริ่มเข้าล้อมคิม และหลวงตาอ่ำ
“เจ้าเด็กเวร!” หัวหน้ากลุ่มตะคอก “แกจะเสียใจที่ทำแบบนี้!”
หลวงตาอ่ำรู้ดีว่า การต่อสู้ตรงๆ เป็นไปไม่ได้ พวกเขาจะเสียเปรียบอย่างมาก
“คิม! ทางนี้!” หลวงตาอ่ำตะโกน แล้ววิ่งนำเข้าไปในอุโมงค์ลึกกว่าเดิม
คิมรีบวิ่งตามหลวงตาไป โดยไม่ลืมที่จะหันไปมองด้านหลังเป็นระยะๆ
“อย่าให้มันหนีไป!” หัวหน้ากลุ่มตะโกนสั่ง แล้วนำลูกน้องของตนไล่ตามไป
เสียงฝีเท้าดังระงมสะท้อนไปทั่วอุโมงค์ คิมรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มเข้ามา แต่เขาก็ยังคงวิ่งต่อไป
“หลวงตาครับ… เราจะไปทางไหนครับ” คิมถามพลางหอบหายใจ
“ทางนี้!” หลวงตาอ่ำชี้นิ้วไปยังทางแยกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ “เป็นทางลับที่ข้าเคยเห็นตอนเด็กๆ”
พวกเขาเลี้ยวเข้าสู่ทางลับนั้น ซึ่งเป็นทางเดินแคบๆ ที่ค่อนข้างมืดกว่าเดิม
“ข้างในมีอะไรหรือครับหลวงตา” คิมถาม
“ข้าไม่แน่ใจ” หลวงตาอ่ำตอบ “แต่ข้าคิดว่า น่าจะเป็นที่หลบภัย หรือทางออกอื่น”
เมื่อเดินลึกเข้าไป พวกเขาก็พบกับห้องโถงเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ ผนังห้องโถงนั้นเต็มไปด้วยรอยสลักโบราณที่สวยงามและสมบูรณ์กว่าที่เคยพบเห็นมา
“โอ้โห…” คิมอุทานด้วยความทึ่ง
“นี่คือ… ห้องเก็บรักษาความลับ” หลวงตาอ่ำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าจากหลวงพ่อเมื่อครั้งที่ข้ายังเป็นเด็ก แต่ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่จริง”
แสงตะเกียงส่องไปยังรอยสลักบนผนัง แต่ละภาพเล่าเรื่องราวที่น่าทึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงเก่า และผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่
“หลวงตาครับ… นี่มันคืออะไรครับ” คิมถาม
“นี่คือความจริง” หลวงตาอ่ำตอบ “ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้จากผู้คนมานานแสนนาน”
ขณะที่พวกเขากำลังพิจารณารอยสลักอยู่นั้น เสียงของกลุ่มชายชุดดำก็ดังใกล้เข้ามา
“พวกเขาตามมาแล้วครับหลวงตา!” คิมร้องเตือน
“ไม่ต้องห่วง” หลวงตาอ่ำกล่าว “ที่นี่มีทางออกอีกทางหนึ่ง”
ท่านเดินไปยังผนังด้านหนึ่ง แล้วกดลงไปบนรอยสลักรูปดวงอาทิตย์อย่างเบามือ
ทันใดนั้น ผนังหินส่วนหนึ่งก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นเส้นทางที่ทอดยาวออกไปสู่แสงสว่างภายนอก
“ไปกันเถอะคิม!” หลวงตาอ่ำเร่ง
ทั้งสองคนรีบวิ่งออกจากห้องโถงลับ ผ่านเส้นทางใหม่นั้น ออกสู่ภายนอก
เมื่อออกมาสู่แสงแดดอีกครั้ง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ไม่ไกลจากกระท่อมร้างที่พักเมื่อคืน
“เราหนีออกมาได้แล้วครับหลวงตา!” คิมตะโกนด้วยความดีใจ
“ใช่แล้ว” หลวงตาอ่ำถอนหายใจอย่างโล่งอก “แต่เรายังไม่ปลอดภัย”
“แล้วกลุ่มคนชุดดำล่ะครับ” คิมถาม
“พวกเขาคงหาทางออกนี้ไม่เจอ” หลวงตาอ่ำตอบ “แต่พวกเขาก็รู้แล้วว่าเรามีแผ่นจารึก และรู้ว่าเรากำลังตามหาอะไรบางอย่าง”
คิมมองไปยังถุงผ้าที่บรรจุแผ่นจารึกไว้ “หลวงตาครับ… แผ่นจารึกพวกนี้มันคืออะไรกันแน่ครับ”
หลวงตาอ่ำมองไปที่คิมด้วยแววตาที่จริงจัง “ข้าคิดว่า… มันคือแผนที่”
“แผนที่? แผนที่อะไรครับ”
“แผนที่ที่จะนำไปสู่… ตะเกียงทราย” หลวงตาอ่ำกล่าว “สมบัติที่แท้จริงของเมืองหลวงเก่า”
3,161 ตัวอักษร