ตอนที่ 1 — จุดเชื่อมต่อมิติที่สั่นสะเทือน
แสงสีฟ้าสว่างวาบราวกับสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงกลางห้องทดลองอันกว้างขวาง แต่ที่นี่ไม่ใช่ท้องฟ้าเบื้องบน หากแต่เป็นใจกลางของศูนย์วิจัยชั้นนำของประเทศ "อัลเทร่า" เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วอาคาร คล้ายกับกำลังจะบอกว่ามีบางสิ่งผิดปกติอย่างร้ายแรง ดร.ลลิลดา หรือ "ลลิล" นักฟิสิกส์ทฤษฎีผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ กำลังยืนตะลึงอยู่หน้าจอแสดงผลขนาดมหึมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามขมับ เธอกำผ้ากันเปื้อนสีขาวที่เปรอะเปื้อนคราบสารเคมีแน่น จนข้อนิ้วซีดขาว
"เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำเสียงแผ่วเบา มืออีกข้างสั่นระริกขณะประคองหน้าจอสัมผัส "พลังงานที่วัดได้มันเกินค่าสูงสุดที่เราตั้งไว้ถึงสองเท่า นี่มัน... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ดร.ชานนท์ หัวหน้าโครงการอัลเทร่า เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งสวมถุงมือยางสีดำอีกข้างกุมแท็บเล็ตข้อมูลเอาไว้
"ลลิล เกิดอะไรขึ้น ทำไมสัญญาณเตือนภัยถึงดังกระหึ่มขนาดนี้" ชานนท์ถามเสียงห้วน พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่สลับซับซ้อนและแสงไฟสีแดงกะพริบระยิบระยับ
"ท่านคะ... เครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูงของเรา... มันเกิดการกระเพื่อมของสนามควอนตัมอย่างรุนแรงค่ะ" ลลิลตอบ พยายามควบคุมเสียงให้สั่นน้อยที่สุด "ค่าพลังงานที่ปล่อยออกมา... มันไม่ตรงกับที่คำนวณไว้เลยแม้แต่น้อย เหมือนมีมิติอื่น... กำลังพยายามจะทะลวงเข้ามา"
ชานนท์เลิกคิ้วสูง เขามองไปที่จอหลักซึ่งแสดงภาพกราฟคลื่นพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าหวาดเสียว "มิติอื่น? ลลิล เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้ตาลายจากการทดลอง"
"ไม่ค่ะ ท่าน!" ลลิลยืนยันเสียงหนักแน่น "นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ การวัดค่าพลังงานจากสนามควอนตัมทั้งหมดมันบ่งชี้ตรงกัน มันเหมือนกับว่า... ช่องว่างระหว่างมิติที่เราพยายามจะสร้างขึ้นเพื่อการสื่อสารทางไกลแบบไร้ขีดจำกัด มันกำลังจะกลายเป็นจริง แต่ไม่ใช่ในแบบที่เราคาดหวัง"
ทันใดนั้นเอง เสียงครืนครั่นก็ดังสนั่นหวั่นไหวจากกลางห้องทดลอง ที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูงขนาดมหึมา บัดนี้มันกลายเป็นเหมือนปากอุโมงค์สีฟ้าหมุนวน พลังงานมหาศาลแผ่กระจายออกมาจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาคาร แสงสว่างจ้าจนต้องยกมือขึ้นบังตา
"อะไรกันนั่น!" ชานนท์อุทาน เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แม้จะอยู่ในวงการวิจัยมานานหลายสิบปี
"ท่านคะ! สนามควอนตัมกำลังฉีกขาด! มันกำลังเปิดออก!" ลลิลตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองปรากฏการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงตรงหน้า
"ปิดระบบ! สั่งปิดระบบเดี๋ยวนี้!" ชานนท์ตะโกนสั่ง แต่ก็สายเกินไป
พลังงานสีฟ้าที่หมุนวนอยู่กลางห้องขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแสงสว่างวาบที่สว่างจ้าจนแสบตา ลลิลรู้สึกเหมือนถูกแรงดูดมหาศาลกระชากร่างของเธอเข้าไปในอุโมงค์สีฟ้าเรืองรองนั้น ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนสติจะดับวูบไปคือใบหน้าตื่นตระหนกของชานนท์ที่กำลังตะโกนเรียกชื่อเธอ
เมื่อลลิลลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องทดลองที่คุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว สิ่งแวดล้อมรอบตัวเธอเต็มไปด้วยแสงสีม่วงอ่อนๆ ที่ส่องประกายมาจากโครงสร้างผลึกเรืองแสงที่ก่อตัวเป็นอาคารสูงตระหง่านอยู่เบื้องบน ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นสีฟ้าสดใสกลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ลึกล้ำราวกับมหาสมุทรไร้ที่สิ้นสุด อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
"ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย..." เธอพึมพำ พลางสำรวจรอบกาย ร่างกายของเธอยังคงสวมชุดทดลองสีขาวที่เปรอะเปื้อน แต่ที่น่าประหลาดคือ เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ เลย ราวกับว่าการกระแทกเมื่อครู่นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเธอมากนัก
เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน สังเกตเห็นว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นผิวที่เรียบลื่นคล้ายกระจก แต่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งกว่ามาก เธอเดินไปสำรวจรอบๆ บริเวณที่เธออยู่ มันดูเหมือนจะเป็นโถงทางเดินกว้างขวาง ผนังสองข้างประดับด้วยแผงวงจรเรืองแสงที่เต้นระริกตามจังหวะบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ
"นี่มัน... โลกอีกใบจริงๆ เหรอ" ลลิลเอ่ยถามตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจ เมื่อเธอเดินไปถึงขอบของโถงทางเดิน เธอก็เห็นภาพอันน่าตะลึงเบื้องหน้า
เบื้องล่างคือเมืองทั้งเมืองที่ตั้งอยู่ใต้ผืนน้ำอันมืดมิดแต่เต็มไปด้วยแสงสีสว่างไสวจากอาคารต่างๆ ที่มีรูปทรงแปลกตา อาคารเหล่านั้นดูเหมือนทำมาจากวัสดุที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันเปล่งประกายเรืองรองราวกับมีชีวิต ลอยลำอยู่เหนือก้นมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลรูปร่างประหลาดที่กำลังว่ายวนไปมาอย่างสง่างาม ยานพาหนะรูปทรงคล้ายปลาหมึกขนาดยักษ์กำลังเคลื่อนที่ไปมาตามเส้นทางที่มองไม่เห็น ราวกับมีระบบนำทางอัจฉริยะ
"ไม่น่าเชื่อ... โลกใต้บาดาลจริงๆ" ลลิลพึมพำด้วยความทึ่ง ดวงตาของเธอสำรวจทุกรายละเอียดของเมืองแห่งนี้ มันทั้งสวยงามและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
ทันใดนั้นเอง เสียงพูดก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ "เธอเป็นใคร? มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
ลลิลสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น หญิงสาวคนนั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเนียนละเอียด ดวงตาโตสีม่วงเข้มที่เปล่งประกายราวกับอัญมณี ผมยาวสีเงินสลวยถูกรวบเป็นหางม้าอย่างเรียบร้อย สวมชุดที่ทำจากวัสดุคล้ายเกล็ดปลาเงางาม สะท้อนแสงสีม่วงอ่อนไปทั่วตัว
"ฉัน... ฉันชื่อลลิล" ลลิลตอบตะกุกตะกัก "ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์... ฉันไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
หญิงสาวคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ พลางกวาดสายตามองลลิลตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสงสัย "นักวิทยาศาสตร์? จากโลกเบื้องบนน่ะสิ"
"โลกเบื้องบน? คุณหมายถึงโลกมนุษย์ของเราเหรอคะ" ลลิลถาม
"ใช่" หญิงสาวคนนั้นพยักหน้า "ข้าชื่อเซเรน่า เป็นผู้พิทักษ์แห่งนครนาคา... ข้าไม่เคยเห็นมนุษย์จากโลกเบื้องบนมาถึงที่นี่มาก่อนเลย"
"นครนาคา..." ลลิลทวนคำ "นี่คือโลกใต้บาดาลจริงๆ สินะคะ"
"ถูกต้อง" เซเรน่าตอบ "แต่นี่ไม่ใช่น้ำทะเลธรรมดาที่พวกเธอรู้จัก มันคือมิติที่เชื่อมต่อกับโลกของพวกเรา ผ่านทางช่องว่างควอนตัมที่เกิดจากการทดลองของพวกเธอ"
ลลิลอึ้งไป เธอไม่คิดว่าการทดลองของเธอจะทำให้เกิดผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ "หมายความว่า... ช่องว่างนั่น... มันเชื่อมต่อมาถึงนี่จริงๆ เหรอคะ"
"ใช่" เซเรน่ามองลลิลด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "แต่การมาถึงของเธอไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสียทีเดียว"
"หมายความว่ายังไงคะ" ลลิลถามด้วยความสงสัย
"บางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น" เซเรน่าพูดเสียงเรียบ "การเชื่อมต่อระหว่างสองมิตินี้... มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล"
5,333 ตัวอักษร