ตอนที่ 10 — พันธมิตรประหลาดกับพลังหิน
ชายบนกิ่งไม้สูงตะโกนลั่นอีกครั้ง เสียงของเขาทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยพลังที่ทำให้กิ่งไม้สั่นไหวเล็กน้อย “อย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้น!” ว่าแล้วเขาก็โยนก้อนหินที่ถืออยู่ในมือลงมา มันไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา ทว่ามีประกายเรืองรองสีเขียวอ่อนๆ เปล่งออกมา แสงนั้นสว่างวาบก่อนจะพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำทั้งสองคนด้วยความเร็วสูง
“อะไรกันเนี่ย!” ชายชุดดำคนหนึ่งร้องอุทานอย่างตกใจ เขาพยายามยกแขนขึ้นบัง แต่ก้อนหินเรืองแสงนั้นดูเหมือนจะมีความสามารถพิเศษ มันหมุนวนหลบหลีกการปัดป้องของเขาได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะพุ่งชนเข้าที่กลางหน้าอกของเขาอย่างจัง
“อั่ก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ชายชุดดำคนนั้นกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดและประหลาดใจ
“แก! แกกล้าทำอะไร!” ชายชุดดำอีกคนตะโกนใส่ชายบนกิ่งไม้ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ฉันก็แค่ช่วยให้เกมมันสนุกขึ้นน่ะสิ” ชายบนกิ่งไม้ตอบพลางยักไหล่ “แล้วไงล่ะ? แกไม่ชอบเหรอ?”
แบมยังคงยืนนิ่ง ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขาไม่เข้าใจว่าชายลึกลับคนนี้เป็นใคร มาจากไหน และทำไมถึงมาช่วยเขา แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงโอกาสที่เปิดขึ้นตรงหน้า
“อย่าเสียเวลาอยู่เลย!” ชายบนกิ่งไม้ตะโกนอีกครั้ง “รีบหนีไปซะก่อนที่พวกมันจะตั้งตัวได้!”
ได้ยินดังนั้น แบมก็ไม่รอช้า เขาหันหลังกลับและออกวิ่งทันที เขาไม่รู้ว่าทางที่เขาวิ่งไปจะนำไปสู่อะไร แต่เขาก็รู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่เขาจะมี เขาวิ่งลึกเข้าไปในป่ารกทึบ กิ่งไม้และใบไม้ขีดข่วนตามแขนขา แต่เขาก็ไม่สนใจ
“เดี๋ยวก่อน!” เสียงชายชุดดำคนหนึ่งดังไล่หลังมา “แกหนีไม่พ้นหรอก!”
แบมได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังไล่ตามมา เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัว เขาหันไปมองข้างหลัง เห็นเงาตะคุ่มสองเงาที่กำลังไล่ตามมาติดๆ
“ถ้าฉันไม่หนี ฉันก็ต้องถูกจับตัวไปแน่ๆ” เขาคิด “ต้องวิ่งต่อไป… ต้องหาที่ซ่อน!”
ในขณะเดียวกัน บนกิ่งไม้ ชายปริศนาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของชายชุดดำที่ยังคงยืนอยู่ โดยเฉพาะคนที่เป็นเพื่อนร่วมงานของคนที่ถูกก้อนหินเรืองแสงชน “เฮ้! พวกแกนี่มันอ่อนหัดจริงๆ เลยนะ ว่าไหม?” เขาหัวเราะเยาะ “แค่ก้อนหินธรรมดาๆ ก็ทำเอาไปไม่เป็นแล้ว”
“แก! อย่ามาปากดีนะ!” ชายชุดดำอีกคนตะโกนกลับ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “ไอ้ก้อนหินนี่มันไม่ธรรมดาแน่!”
“โอ้โห! รู้ตัวแล้วเหรอ?” ชายปริศนาแกล้งทำเสียงตกใจ “แล้วไง? มันก็ยังเป็นแค่ก้อนหินอยู่ดีนั่นแหละ”
ชายชุดดำคนนั้นชักปืนพกออกมาจากเอว “แกอย่าคิดว่าจะลอยนวล!”
“ปืนเหรอ?” ชายปริศนาหัวเราะเสียงดัง “น่ากลัวจัง” เขากระโดดลงจากกิ่งไม้มายังพื้นดินอย่างคล่องแคล่ว ร่างของเขาดูบึกบึนแข็งแรงผิดกับที่แบมเห็นจากด้านบน “มาสิ! ลองเข้ามาดู!”
การปะทะกันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำพยายามยิงปืนใส่ชายปริศนา แต่เขาก็หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการโจมตีเกิดขึ้น ชายปริศนาไม่ได้ใช้พลังพิเศษใดๆ ที่แบมเคยเห็น แต่เขาก็สามารถต่อสู้กับชายชุดดำได้อย่างสูสี
“พลังของแกมาจากไหน?” ชายชุดดำถามขณะที่พยายามยิงสกัด “แกไม่ใช่เนมเนสิส!”
“ฉันจะบอกแกทำไม?” ชายปริศนาตอบขณะที่ใช้เท้าเตะตัดขาชายชุดดำอย่างแรง “แค่รู้ว่าแกกำลังจะเจอเรื่องซวย ก็พอแล้ว!”
การต่อสู้ดำเนินไปไม่นานนัก ชายชุดดำที่บาดเจ็บจากก้อนหินเรืองแสงก็เริ่มเสียเปรียบ เขาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ชายปริศนาไม่รอช้า เขารีบเข้าไปประชิดตัวชายชุดดำที่ยังยืนอยู่ และใช้หมัดที่หนักหน่วงต่อยเข้าที่ท้องของเขาอย่างจัง
“อั่ก!” ชายชุดดำคนนั้นทรุดตัวลงไปอีกคน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“บอกมา! พวกแกเป็นใคร? ทำไมถึงตามล่าเด็กคนนั้น?” ชายปริศนาคาดคั้น ชายชุดดำทั้งสองคนได้แต่นอนครางครวญด้วยความเจ็บปวด ไม่ตอบคำถามใดๆ
“ถ้าอย่างนั้น… ก็ไม่ต้องคุยกันให้เสียเวลา” ชายปริศนาพึมพำ เขาหันไปมองทางที่แบมวิ่งหนีไป “หวังว่าเด็กนั่นจะหนีพ้นนะ”
หลังจากนั้น เขาก็หันกลับมามองชายชุดดำทั้งสองคนที่นอนสลบอยู่บนพื้น เขาถอนหายใจเบาๆ “เอาล่ะ… ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของฉันแล้วสินะ”
แบมวิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงน้ำตกดังมาจากไม่ไกล เขาหันไปมอง เห็นน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลงสู่ลำธารเบื้องล่าง ท่ามกลางป่าทึบที่ดูเหมือนจะไม่มีใครเคยเข้ามา
“ที่นี่… น่าจะปลอดภัย” เขาพึมพำ พลางทรุดตัวลงนั่งพักข้างลำธาร หอบหายใจอย่างหนัก มือของเขาสั่นเทาจากการหวาดกลัว เขาเหลือบมองไปที่แขนของตัวเอง เห็นรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ที่เริ่มมีเลือดซึมออกมา
“พี่หมี… เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ?” ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกเป็นห่วง “หวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไร”
เขาจ้องมองไปยังผิวน้ำในลำธารที่สะท้อนเงาใบหน้าของตัวเอง ภาพใบหน้าซีดเซียว เต็มไปด้วยฝุ่น และรอยฟกช้ำ ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวัง เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะมาถึงจุดนี้ เขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ ที่กำลังจะเรียนจบ แล้วทำไมเขาถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย?
“พลังของฉัน… มันเป็นคำสาปหรือพรกันแน่?” เขาพึมพำกับตัวเอง “มันพาฉันมาเจออันตรายแบบนี้…”
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีกันในพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากเขา “ใครน่ะ?” เขาตะโกนถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
เงียบ… ไม่มีเสียงตอบรับ
“ออกมาเดี๋ยวนี้!” เขาลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง พลางมองไปรอบๆ พยายามหาแหล่งที่มาของเสียง
แล้วร่างของชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาจากพุ่มไม้ ชายคนนั้นสวมชุดสีเข้มที่ดูคล้ายกับชุดของชายชุดดำที่เขาเพิ่งหนีมา แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเดียวกับที่เขาเจอ
“อย่าเข้ามานะ!” แบมขู่ “ฉัน… ฉันมีพลัง!”
ชายคนนั้นหยุดยืนนิ่ง เขามองแบมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ฉันไม่ได้มาทำร้ายเธอ” เขาพูดเสียงเรียบ “ฉันมาเพื่อช่วยเธอ”
“ช่วย?” แบมเลิกคิ้ว “ใครส่งคุณมา? แล้วทำไมฉันต้องเชื่อใจคุณ?”
“ฉันชื่อ ‘เซน’ ” ชายคนนั้นแนะนำตัว “ส่วนคนที่ส่งฉันมา… ก็คือคนที่เธอเพิ่งเจออยู่บนต้นไม้ไง”
“คนบนต้นไม้?” แบมจำได้ถึงชายปริศนาที่ขว้างก้อนหินเรืองแสง “เขา… เขาส่งคุณมาจริงๆ เหรอ?”
“ใช่” เซนพยักหน้า “เขารู้ว่าเธอหนีมาทางนี้ เขาบอกให้ฉันมาตามหาเธอ แล้วพาเธอไปยังที่ที่ปลอดภัย”
“ที่ปลอดภัย?” แบมถามอย่างไม่แน่ใจ “แล้วที่นั่นอยู่ที่ไหน?”
“ที่นั่นคือที่เดียวที่เธอจะสามารถเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของตัวเองได้” เซนอธิบาย “ที่นั่นคือที่ที่เธอจะได้พบกับคนที่เข้าใจเธอ และจะช่วยเธอได้”
แบมมองเซนอย่างพิจารณา เขาไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจชายคนนี้ได้หรือไม่ แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับพวกเนมเนสิสอีก และเขาเองก็ไม่สามารถอยู่รอดไปได้ตามลำพัง
“ถ้าอย่างนั้น…” แบมตัดสินใจ “พาฉันไปที่นั่นเถอะ”
เซนยิ้มบางๆ “ตามมา” เขาพูด ก่อนจะหันหลังเดินนำแบมเข้าไปในป่าลึก
5,335 ตัวอักษร