ตอนที่ 13 — พลังบรรพกาลปะทะเงาร้าย
ด้วยเสียงร้องเรียกอันทรงพลังของรินดา ลายสักยันต์โบราณบนแผ่นหลังของเธอพลันสว่างวาบขึ้นราวกับดวงอาทิตย์น้อยๆ ที่กำลังถือกำเนิดขึ้นใหม่ แสงสีทองอร่ามแผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แสงเย็นเยียบเหมือนกับแสงของรอยแยกมิติ แต่เป็นแสงแห่งความอบอุ่น ความเข้มแข็ง และพลังแห่งชีวิตที่ปะทุขึ้นมาจากภายใน รินดารู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน หลั่งไหลเข้ามาในร่างของเธอราวกับกระแสน้ำอุ่นที่ชโลมล้างทุกอณู
"อ๊าาา!" รินดาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดระคนปีติ พลังที่หลั่งไหลเข้ามานั้นมากเกินกว่าที่ร่างกายของเธอจะรองรับได้ในคราวเดียว มันเหมือนกับการเปิดก๊อกน้ำที่ถูกปิดตายมานานแสนนานจนน้ำพุทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่แทนที่จะท่วมท้นจนจมน้ำ รินดากลับรู้สึกว่าพลังนั้นกำลังชำระล้างความอ่อนล้าและความหวาดกลัวออกไปจากตัวเธอจนหมดสิ้น
"คุณหนู… ทำได้แล้ว!" อาจารย์มังกรตะโกนเสียงดัง ฟังดูตื่นเต้นระคนโล่งใจ "นั่นแหละ… พลังแห่งบรรพกาล! จง… 'โอบรับ' มันไว้!"
รินดาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอพบว่าร่างของเธอถูกห่อหุ้มด้วยออร่าสีทองอ่อนๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับ ราวกับชุดเกราะที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เธอเงยหน้ามองขึ้นไปยังรอยแยกมิติที่ยังคงบิดเบี้ยวอยู่บนท้องฟ้า และมองไปยังเงาดำทะมึนมหึมาที่กำลังยืดตัวลงมาอย่างช้าๆ
"เจ้า… มาร้าย" รินดากล่าวเสียงหนักแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยอ่อนหวานและสั่นเครือ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยอำนาจและความเด็ดเดี่ยว "เจ้าคิดจะทำลายโลกนี้… ด้วยความมืดมนของเจ้าอย่างนั้นรึ"
เงาดำมหึมานั้นหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงคำรามกึกก้องที่ดังสะท้อนไปทั่วหุบเขา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและดูแคลน ราวกับว่ามันกำลังหัวเราะเยาะเย้ยในความพยายามอันไร้สาระของรินดา
"เจ้า… เป็นเพียงเศษธุลี… ที่จะถูกกลืนกิน" เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นมาจากเงา "เจตจำนงของเจ้า… ช่างเปราะบาง… และไร้ความหมาย"
"ไร้ความหมายอย่างนั้นหรือ" รินดาแสยะยิ้ม "เจตจำนงของข้า… อาจจะเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเจ้า… แต่เจตจำนงแห่งการปกป้อง… เจตจำนงแห่งชีวิต… มันจะไม่มีวันยอมแพ้!"
ว่าแล้ว รินดาก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้น ประสานกันไว้เบื้องหน้า ลายสักยันต์โบราณบนฝ่ามือของเธอส่องแสงเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม พลังงานสีทองที่เปี่ยมล้นไหลผ่านฝ่ามือของเธอไป ปะทะเข้ากับกระแสพลังงานสีเขียวอมม่วงที่พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติ
"ยันต์แปลงผัน… และยันต์แห่งบรรพกาล" รินดาพึมพำ "หลอมรวมกัน… เป็น 'กำแพงแห่งแสง'… ที่จะปกป้อง… ดินแดนแห่งนี้!"
แสงสีทองและสีเขียวอมม่วงสาดส่องเข้าหากัน เกิดเป็นประกายไฟที่รุนแรงและน่าพรั่นพรึง พลังงานทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนพื้นดินใต้เท้าของรินดาเริ่มปริแตก
"คุณหนู… ต้อง 'แข็งแกร่ง' กว่านี้!" อาจารย์มังกรตะโกนเตือน "อย่าปล่อยให้… 'ความเจ็บปวด'… จากการปะทะ… ทำให้คุณหนู… 'อ่อนแอ' ลง!"
รินดาเม้มปากแน่น เธอรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบดขยี้ร่างของเธอให้แหลกสลาย พลังงานจากรอยแยกมิตินั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธแค้น มันกำลังพยายามจะกลืนกินพลังแห่งชีวิตของเธอเข้าไป
"ข้า… ไม่ยอมแพ้!" รินดากล่าวเสียงสั่นเครือ "ข้าจะปกป้อง… ทุกสิ่ง… ที่ข้ารัก!"
เธอหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เพื่อหลบเลี่ยง แต่เพื่อรวบรวมสมาธิให้แน่วแน่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงกับบรรพบุรุษของเธออีกครั้ง พวกเขากำลังส่งพลังงานมาให้เธอ พวกเขากำลังเป็นกำลังใจให้เธอ
"ขอบคุณ… ท่านผู้มีพระคุณ" รินดานึกในใจ "ได้โปรด… ประทานพลัง… ให้ข้า… อีกครั้ง… หนึ่ง!"
ทันใดนั้นเอง ร่างของรินดาก็พลันเรืองแสงสีทองสว่างยิ่งกว่าเดิม เปลวแสงสีทองพวยพุ่งออกจากร่างของเธอราวกับเปลวเพลิงแห่งชีวิต มันปะทะเข้ากับพลังงานสีเขียวอมม่วงอย่างรุนแรง เกิดเป็นคลื่นพลังงานที่แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง
"อ๊าาา!" เสียงร้องของรินดาแผดก้องไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางแสงสีทองที่สว่างเจิดจ้า รอยแยกมิติเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้ง แสงสีเขียวอมม่วงเริ่มหรี่ลงทีละน้อย ราวกับว่ามันกำลังถูกพลังแห่งชีวิตของรินดา "บีบคั้น" ให้ถอยร่น
เงาดำมหึมานั้นคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่แท้จริง มันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงเข้าหารินดา
"ระวัง!" อาจารย์มังกรตะโกนลั่น
รินดาลืมตาขึ้น เธอเห็นเงาดำมหึมาพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วสูงราวกับลูกธนู เธอกำลังจะถูกกลืนกิน
"ไม่!" รินดาร้องออกมา เธอรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด ผลักฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปเบื้องหน้า กำแพงแห่งแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง หนาแน่นและแข็งแกร่งกว่าเดิม
"ตูมมม!"
เงาดำมหึมาปะทะเข้ากับกำแพงแห่งแสงอย่างรุนแรง เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังงานมหาศาลซัดกระหน่ำไปทั่วทุกทิศทาง รินดาตัวสั่นสะท้าน แต่กำแพงแห่งแสงก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่
"มัน… ไม่ยอมง่ายๆ เลย" รินดากล่าวหอบหายใจ "พลังงานของมัน… ช่างมหาศาล… และเต็มไปด้วยความแค้น"
"นั่นคือ… 'แก่นแท้'… ของมัน" อาจารย์มังกรตอบ "มันคือ… 'ความว่างเปล่า'… ที่ถูกเติมเต็ม… ด้วย 'ความเจ็บปวด'… จากทุกสรรพสิ่ง… ที่เคยถูกทำลาย"
"ความว่างเปล่า… ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด?" รินดาทวนคำ "หมายความว่าอย่างไรคะท่านอาจารย์"
"มันคือ… 'ผลพวง'… ของการทำลายล้าง… ที่ไร้จุดหมาย" อาจารย์มังกรกล่าว "ทุกครั้งที่สิ่งมีชีวิต… หรืออารยธรรม… ถูกทำลาย… พลังงานแห่งความเจ็บปวด… และความสูญเสีย… จะถูก 'หล่อหลอม'… เข้าด้วยกัน… กลายเป็น 'ตัวตน'… ที่เป็น 'ปฏิปักษ์'… ต่อการดำรงอยู่"
รินดานิ่งคิด พลางจ้องมองไปยังเงาดำที่กำลังพยายามจะพังทะลุกำแพงของเธอ "ถ้าอย่างนั้น… ยิ่งเราต่อต้านมัน… มันก็ยิ่งมีพลัง… จากความเจ็บปวดของเรา… ที่ตอบสนองกลับมาอย่างนั้นหรือคะ"
"ใช่… เป็นวัฏจักร… ที่น่าสะพรึงกลัว" อาจารย์มังกรตอบ "นั่นคือเหตุผล… ที่เราต้อง 'เปลี่ยน' พลังงาน… ไม่ใช่แค่ 'ปะทะ' มัน"
"แต่… กำแพงนี้… มันจะต้านทานได้นานแค่ไหนคะ" รินดาถามอย่างกังวล
"ไม่นาน… เกินไป" อาจารย์มังกรกล่าว "หากคุณหนู… ไม่สามารถ… 'แปลงผัน'… พลังงานมหาศาล… ที่มาจากรอยแยก… ให้เป็น 'ความสงบ'… ได้… กำแพงนี้… จะถูกทำลาย… ในที่สุด"
รินดาหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าพลังของเธอมีขีดจำกัด แม้จะได้รับการสนับสนุนจากบรรพบุรุษแล้วก็ตาม พลังงานจากรอยแยกมิตินั้นยังคงไหลทะลักออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน และเงาดำมหึมานั้นก็ยังคงพยายามจะบดขยี้กำแพงของเธอ
"ข้า… ข้าจะลองอีกครั้ง" รินดากล่าว "ข้าจะพยายาม 'แปลงผัน'… พลังงานนั้น… ให้เป็น 'ความเข้าใจ'… และ 'การให้อภัย'…"
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามส่งกระแสจิตของตนเองเข้าไปในพลังงานสีเขียวอมม่วงที่กำลังปะทะกับกำแพงแห่งแสง ราวกับว่าเธอพยายามจะ "โอบกอด" พลังงานแห่งความทุกข์ทรมานนั้นไว้ในอ้อมแขน
"ข้า… เข้าใจ… ความเจ็บปวดของเจ้า" รินดากล่าวเสียงแผ่วเบา "ข้า… ขออภัย… ในสิ่งที่เจ้าต้องเผชิญ… ได้โปรด… ปลดปล่อย… ความทุกข์… นั้นเสียที… และจง… 'หลับใหล'… ไป…"
5,538 ตัวอักษร