ตอนที่ 8 — วงจรเลือดและอดีตที่ตามหลอน
หลังจากเหตุการณ์การบุกเข้าโรงเก็บเครื่องบิน บรรยากาศในอู่ซ่อมเครื่องบินก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายกำลังกันเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ในขณะที่ราม, สารวัตรกวิน, และธีระ ถูกพาไปยังห้องทำงานเล็กๆ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม
“พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราดีเกินไป” สารวัตรกวินกล่าวขณะจิบกาแฟร้อนๆ “การที่พวกมันบุกเข้ามาในเวลาที่เรากำลังคุยกัน แสดงว่าพวกมันต้องมีคนคอยส่งข่าวอยู่ตลอด”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ” รามตอบ “แล้วการที่พวกมันหนีไปได้ง่ายๆ แสดงว่าพวกมันอาจจะเตรียมเส้นทางหลบหนีไว้แล้ว”
“ธีระ” สารวัตรกวินหันไปหาธีระที่นั่งหน้าซีดอยู่ “นายแน่ใจนะว่าไม่เคยเห็นหน้าคนพวกนั้นเลย?”
ธีระส่ายหน้าช้าๆ “ผมไม่เคยเห็นหน้าจริงๆ ครับสารวัตร พวกมันใส่หน้ากากตลอดเวลา และผมก็ไม่เคยได้ยินชื่อใครในกลุ่มนั้นเลย”
“แต่กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ที่นายบอกล่ะ?” รามถาม “นายแน่ใจนะว่ามันเป็นกลิ่นน้ำหอม?”
“ผม…ผมไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” ธีระยอมรับ “แต่มันเป็นกลิ่นที่แรงผิดปกติ และผมไม่เคยได้กลิ่นแบบนั้นจากใครในอู่นี้เลย”
“แรงผิดปกติ…เหมือนผู้หญิง?” สารวัตรกวินถาม
“อาจจะครับ” ธีระตอบ “แต่ผมไม่กล้าฟันธง”
“งั้นก็หมายความว่า คนที่พวกเรากำลังตามล่า อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย” รามพึมพำ “และอาจจะเป็นคนที่คอยประสานงานกับคนของเรา”
“เราต้องกลับไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง” สารวัตรกวินตัดสินใจ “ดูว่ามีอะไรตกหล่นไปจากการตรวจตราครั้งแรกไหม โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดระเบิด”
“ผมไปด้วยครับ” รามรีบอาสา
“ฉันก็ไปด้วย” ธีระกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ผมอยากจะช่วยให้เร็วที่สุด”
“ตามสบาย” สารวัตรกวินตอบ “แต่จำไว้ว่า เรากำลังเล่นกับอันตรายที่มองไม่เห็น”
ทั้งสามคนกลับไปยังโรงเก็บเครื่องบินอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาเดินสำรวจอย่างละเอียดกว่าเดิม รามสังเกตเห็นร่องรอยของน้ำมันที่กระเด็นไปไกลกว่าที่เขาคิดตอนแรก
“ตรงนี้…” รามชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งของโรงเก็บเครื่องบิน “คราบน้ำมันมันกระเด็นมาถึงนี่เลย แสดงว่าแรงระเบิดมันค่อนข้างมาก”
“แล้วดูนี่สิ” สารวัตรกวินชี้ไปที่พื้นใกล้ๆ กับจุดที่คนร้ายยืนอยู่ “มีรอยเหมือนอะไรบางอย่างถูกลากไป”
รามก้มลงมอง เขาเห็นรอยจางๆ บนพื้นปูน คล้ายกับรอยของล้อ หรืออะไรสักอย่างที่มีน้ำหนักมาก
“เหมือนรอยรถเข็น…” ธีระสันนิษฐาน
“แต่ทำไมถึงต้องใช้รถเข็น?” รามขมวดคิ้ว “ของที่พวกมันเอามามันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“หรือว่ามันไม่ใช่ของที่พวกมันเอามา?” สารวัตรกวินตั้งข้อสังเกต “บางที อาจจะเป็นของที่พวกมันพยายามจะขโมยออกไป?”
“แต่ก่อนหน้านั้น พวกมันบุกเข้ามาเพื่อจะทำร้ายเรานี่ครับ” ธีระแย้ง
“นั่นก็ถูก” รามพยักหน้า “แต่การที่พวกมันหนีไปโดยไม่สามารถทำอะไรเราได้ อาจจะทำให้พวกมันเปลี่ยนแผน?”
“หรือว่า…มันมีแผนซ้อนแผน?” สารวัตรกวินถาม “พวกมันอาจจะไม่ได้มาแค่เพื่อทำร้ายเรา แต่อาจจะมีเป้าหมายอื่นซ่อนอยู่”
“ผมคิดว่าเราควรมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น” รามกล่าว “ธีระ นายบอกว่า คนที่ติดต่อกับนาย เขาให้ใส่ ‘สารเคมีอันตราย’ ลงในเครื่องบินของคุณ”
“ใช่ครับ” ธีระตอบ “เขาบอกว่ามันจะทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัว”
“แล้วไอ้สารเคมีนี่มันคืออะไรกันแน่?” สารวัตรกวินถาม
“ผมไม่รู้ครับ” ธีระส่ายหน้า “ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน เขาให้ผมแค่ขวดเล็กๆ ที่มีของเหลวสีเขียวข้นอยู่ข้างใน”
“ของเหลวสีเขียวข้น…” รามทวนคำ “มันฟังดูอันตรายจริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้น การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อาจจะเกี่ยวข้องกับ ‘สารเคมี’ นี่โดยตรง” สารวัตรกวินวิเคราะห์ “บางทีพวกมันอาจจะต้องการกำจัดหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีนั้น หรือไม่ก็ต้องการจะเอาสารเคมีนั้นกลับไป”
“แต่ถ้าพวกมันต้องการสารเคมีนั้นจริงๆ ทำไมไม่เอาไปตั้งแต่ตอนที่ผมใส่ลงไป?” ธีระถามอย่างสงสัย
“นั่นสิ” รามเห็นด้วย “มันแปลก”
“บางที…มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับสารเคมีก็ได้” สารวัตรกวินกล่าว “บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องอื่นที่ใหญ่กว่านั้น”
“เรื่องอื่นที่ใหญ่กว่า?” ธีระถาม
“ใช่” สารวัตรกวินตอบ “พวกที่ค้ายาเสพติด มักจะมีเครือข่ายที่ซับซ้อน และมีศัตรูที่รอบด้านเสมอ”
“สารวัตรหมายถึง…คู่แข่ง?” รามถาม
“อาจจะเป็นไปได้” สารวัตรกวินพยักหน้า “หรืออาจจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังจะเข้ามาจับกุมพวกมัน”
“แต่ผมว่ามันน่าจะเกี่ยวพันกับเครื่องบินของผมนะ” รามกล่าว “ทำไมพวกมันถึงต้องมาวุ่นวายกับเครื่องบินของผม?”
“นายแน่ใจนะว่าไม่มีใครเคยใช้เครื่องบินของนายขนของผิดกฎหมายมาก่อน?” สารวัตรกวินถาม
รามส่ายหน้า “ไม่เคยเลยครับ ผมตรวจสอบเครื่องบินของผมอย่างละเอียดก่อนและหลังทุกเที่ยวบินเสมอ”
“งั้นก็แสดงว่า…เครื่องบินของคุณราม อาจจะเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ ที่แก๊งค์นี้ใช้ในการขนส่งอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ” สารวัตรกวินสรุป “และการโจมตีที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นความพยายามในการแย่งชิง หรือทำลาย ‘สิ่งนั้น’”
“แล้ว ‘สิ่งนั้น’ คืออะไร?” ธีระถาม
“นั่นคือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบ” สารวัตรกวินกล่าว
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของสารวัตรกวินก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู เห็นชื่อของ “ผู้กองมานะ” แสดงว่าต้องมีเรื่องด่วน
“ครับผู้กอง” สารวัตรกวินรับสาย “ครับ…อะไรนะครับ? …เขาไปแล้ว? …แน่ใจนะครับ? …โอเคครับ ผมจะรีบไป”
เขาวางสายและหันมาทางรามและธีระ “แย่แล้ว”
“มีอะไรครับสารวัตร?” รามถาม
“สายข่าวของเราที่แฝงตัวอยู่ในแก๊งค์…ถูกพบตัว และถูกฆ่าปิดปากไปแล้ว” สารวัตรกวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“อะไรนะครับ!” ธีระอุทาน
“นี่แสดงว่า…” รามขมวดคิ้ว “แก๊งค์นี้มีระบบการทำงานที่รัดกุมมาก และพวกมันรู้ตัวว่ามีคนภายใน”
“ใช่” สารวัตรกวินตอบ “และที่สำคัญกว่านั้น คือพวกมันกำลังจะเคลื่อนย้าย ‘ของ’ ที่พวกมันซ่อนไว้ออกไปจากที่นี่”
“หมายความว่า…เรากำลังจะเสียโอกาสครั้งใหญ่?” ธีระถามอย่างกังวล
“เราต้องรีบแล้ว” รามกล่าว “ถ้าเราปล่อยให้พวกมันขนของออกไปได้ เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอพวกมันอีกเลย”
“ไปกันเถอะ” สารวัตรกวินกล่าว “เราต้องไปดักหน้าพวกมัน”
ทั้งสามคนรีบออกจากโรงเก็บเครื่องบิน มุ่งหน้าไปยังจุดที่คาดว่าแก๊งค์ร้ายจะเคลื่อนย้ายสิ่งของต้องสงสัยออกไป ความกดดันและอันตรายที่มองไม่เห็นกำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ
4,859 ตัวอักษร