ตอนที่ 8 — กระจกเงาสะท้อนอดีต
“คุณภาคย์ครับ” นภัสสรเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่หนักอึ้งกว่าเดิมเล็กน้อย “ผมกำลังอ่านถึง ‘กระจกเงาแห่งความทรงจำ’ ที่เซอร์ลอเรียลพบเจอในห้องใต้ดินของปราสาทจอมมาร”
ภาคย์ที่กำลังพับกระดาษเป็นรูปกระต่ายหูยาวหันมา ดวงตาเป็นประกาย “อ๋อ! กระจกเงาแห่งความทรงจำ! นั่นเป็นฉากสำคัญเลยนะครับ! มันไม่ใช่กระจกธรรมดาๆ ครับ! แต่มันเป็นกระจกที่สามารถสะท้อนภาพอดีตที่ผู้มองต้องการเห็น หรือ… สิ่งที่ผู้มองกำลังกลัวที่จะเผชิญหน้า!”
“ครับ… ผมอ่านแล้วก็สงสัยอยู่พอดี” นภัสสรขยับแว่นตา “แล้ว… วัสดุที่ใช้ทำกระจกเงาแห่งความทรงจำนี่คืออะไรครับ? มันดู ‘พิเศษ’ ไม่แพ้สิ่งของอื่นๆ ในเรื่องเลย”
ภาคย์หัวเราะ “แน่นอนครับ! กระจกเงาแห่งความทรงจำทำมาจาก ‘น้ำตาของนางเงือกที่ถูกลืม’ ซึ่งถูกนำมาหลอมรวมกับ ‘ผลึกแห่งกาลเวลา’ ที่แตกออกมาจากนาฬิกาทรายยักษ์ที่ตั้งอยู่ ณ สุดขอบโลก! เมื่อนำสองสิ่งนี้มาหลอมรวมกัน แล้วแกะสลักด้วย ‘มีดแห่งความจริง’ ที่ทำจากเขากระทิงที่เชื่อฟังคำสั่งของดวงจันทร์! มันจะทำให้กระจกนั้นสามารถสะท้อนภาพของอดีตที่ถูกลืม หรืออนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นได้!”
นภัสสรถอนหายใจ “น้ำตาของนางเงือกที่ถูกลืม… ผลึกแห่งกาลเวลา… มีดแห่งความจริง… ฟังดูแล้ว… ‘มหัศจรรย์’ มากครับ แล้ว… เซอร์ลอเรียลได้มองเห็นอะไรในกระจกบานนั้นครับ?”
“เซอร์ลอเรียลได้เห็น… ‘อดีตของเขาเอง’ ครับ!” ภาคย์ตอบอย่างตื่นเต้น “เขาได้เห็นภาพตอนที่เขายังเป็นเด็กน้อย! เขาเห็นความสุข ความสนุกสนานในวัยเยาว์! เขาเห็นรอยยิ้มของพ่อแม่! มันเป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจมากๆ เลยครับ! แต่แล้ว… ภาพก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป… เขากลับเห็นภาพตอนที่พ่อแม่ของเขาถูกจอมมารลักพาตัวไป! เขาเห็นความกลัว ความสิ้นหวังของตนเองในตอนนั้น! ภาพเหล่านั้นทำให้เขาเจ็บปวดมาก!”
นภัสสรพยักหน้า “เข้าใจครับ… เป็นฉากที่เรียกอารมณ์ได้ดี… แล้ว… หลังจากที่เห็นภาพเหล่านั้น เซอร์ลอเรียลมีปฏิกิริยาอย่างไรครับ? เขารู้สึกอย่างไร?”
“เขารู้สึก ‘เสียใจ’ และ ‘โกรธแค้น’ ครับ!” ภาคย์อธิบาย “ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ ‘เงาปีศาจ’ ที่คอยตามล่าเขาอยู่ ยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้น! เงาปีศาจพยายามจะกลืนกินจิตวิญญาณของเขา! แต่นั่นแหละครับ! จังหวะนั้นเอง! ท่านเซอร์กัลได้สอน ‘วิชาการปล่อยวาง’ ให้กับเขา! เขาได้นำวิชานั้นมาใช้! เขารู้ว่าการจมปลักอยู่กับอดีต จะมีแต่ทำให้เขาอ่อนแอลง! เขาเลยพยายามสงบสติอารมณ์! เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่กระจกอีกครั้ง!”
“คราวนี้… ภาพในกระจกก็เปลี่ยนไปอีกแล้วครับ!” ภาคย์เล่าต่อ “เขาไม่ได้เห็นอดีตอีกต่อไป แต่เขากลับเห็น ‘อนาคต’ ที่อาจจะเกิดขึ้น! เขาเห็นภาพของ ‘ตัวเอง’ ที่กำลังต่อสู้กับจอมมารอย่างกล้าหาญ! เขาเห็นภาพของ ‘ตัวเอง’ ที่กำลังช่วยเหลือผู้คน! เขาเห็นภาพของ ‘ตัวเอง’ ที่กลับไปหาพ่อแม่ได้สำเร็จ! ภาพอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง ทำให้เขามีกำลังใจขึ้นมาอย่างมหาศาล!”
นภัสสรพยายามประมวลผล “ครับ… เป็นการใช้ ‘กระจกเงาแห่งความทรงจำ’ ที่… ‘พลิกผัน’ ได้อย่างน่าสนใจครับ… แล้ว… หลังจากการได้เห็นภาพอนาคตนั้น เซอร์ลอเรียลก็ได้ ‘พลัง’ อะไรเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษเลยหรือเปล่าครับ?”
“แน่นอนครับ!” ภาคย์กล่าว “การได้เห็นภาพอนาคตที่สดใส ทำให้จิตใจของเขาเข้มแข็งขึ้น! เขารู้สึก ‘มีพลัง’ มากขึ้น! เขาได้ ‘แรงบันดาลใจ’ ที่จะเผชิญหน้ากับจอมมาร! ที่สำคัญไปกว่านั้น… ท่านเซอร์กัลได้สอน ‘วิชาการสร้างอนาคตด้วยตนเอง’ ให้กับเขา! ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้เขาสามารถ ‘เลือก’ ว่าจะให้อนาคตของเขาเป็นไปในทิศทางใด! ทุกการตัดสินใจ ทุกการกระทำของเขา จะส่งผลต่อการสร้างอนาคตนั้น!”
นภัสสรถอนหายใจ “ครับ… ผมว่าเราน่าจะต้องอธิบาย ‘วิชาการสร้างอนาคตด้วยตนเอง’ ให้ชัดเจนกว่านี้ครับ ว่ามันทำงานอย่างไร… แล้ว… การที่เห็นภาพอนาคต จะส่งผลต่อการตัดสินใจของเซอร์ลอเรียลในปัจจุบันอย่างไร?”
“อ๋อ! มันทำให้เซอร์ลอเรียลไม่กลัวอะไรอีกต่อไปครับ!” ภาคย์อธิบาย “เพราะเขารู้แล้วว่า ‘ผลลัพธ์สุดท้าย’ ของเขาจะเป็นอย่างไร! ถึงแม้ระหว่างทางจะยากลำบากแค่ไหน เขาก็จะก้าวผ่านไปได้! เปรียบเหมือนนักสำรวจที่รู้ว่าปลายทางคือขุมทรัพย์ เขาจะไม่มีวันยอมแพ้กลางทางแน่นอนครับ!”
นภัสสรพยักหน้า “ครับ… เป็นแนวคิดที่… ‘แข็งแกร่ง’ ดีครับ… แล้ว… หลังจากออกจากห้องใต้ดินที่มีกระจกเงาแห่งความทรงจำแล้ว เซอร์ลอเรียลได้พบเจออะไรอีกบ้างครับ? เขาได้เผชิญหน้ากับจอมมารเลยหรือไม่?”
ภาคย์วางพู่กันลง “ยังไม่ถึงขั้นนั้นครับ! ก่อนจะไปเผชิญหน้ากับจอมมารโดยตรง เขาต้องผ่าน ‘ป้อมปราการแห่งเสียงสะท้อน’ ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายก่อนถึงห้องบัลลังก์ของจอมมาร!”
“ป้อมปราการแห่งเสียงสะท้อน?” นภัสสรถวนคำ “มันคืออะไรครับ?”
“เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นจาก ‘หินแห่งเสียง’ ครับ!” ภาคย์ตอบ “หินชนิดนี้จะคอย ‘สะท้อน’ เสียงของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว! ถ้าใครพยายามจะพูดอะไร หรือส่งเสียงอะไรออกมา เสียงนั้นจะถูกสะท้อนกลับมาดังเป็นร้อยเท่า! ทำให้ผู้ที่พยายามจะสื่อสาร ไม่สามารถทำอะไรได้เลย!”
นภัสสรเริ่มคิ้วขมวด “แล้ว… เซอร์ลอเรียลจะผ่านป้อมปราการนั้นไปได้อย่างไรครับ? ถ้าเขาพูดอะไรไม่ได้เลย?”
ภาคย์ยิ้มกว้าง “นั่นแหละครับคือความท้าทาย! ท่านเซอร์กัลได้สอน ‘วิชาการสื่อสารด้วยใจ’ ให้กับเซอร์ลอเรียล! ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้สามารถส่งความคิดและความรู้สึกไปถึงอีกฝ่ายได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้เสียง! เซอร์ลอเรียลต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุด! ส่ง ‘พลังแห่งเจตจำนง’ ของเขาไปยังหินแห่งเสียง! เพื่อให้มัน ‘หยุด’ การสะท้อนเสียงชั่วคราว! และเขาจะสามารถใช้จังหวะนี้ในการเดินทางผ่านป้อมปราการไปได้!”
นภัสสรถอนหายใจ “ผมว่า… เราน่าจะหา ‘เหตุผล’ ที่จะทำให้เซอร์ลอเรียลสามารถสื่อสารได้ง่ายกว่านี้สักหน่อยครับ… การสื่อสารด้วยใจอาจจะฟังดู ‘นามธรรม’ ไปสักนิด”
“อ๋อ! ได้เลยครับ!” ภาคย์ตอบรับ “ผมจะลองเปลี่ยนเป็น ‘การใช้พลังเสียงสะท้อนกลับ’ เพื่อสร้าง ‘คลื่นความถี่พิเศษ’ ที่ทำให้หินแห่งเสียง ‘สั่นสะเทือน’ จนหยุดทำงานชั่วคราวแทนครับ! รับรองว่าฟังดู ‘วิทยาศาสตร์’ มากขึ้น!”
นภัสสรมองภาคย์ด้วยสายตาที่เหมือนจะเห็นใจก่อนจะก้มหน้าลงอ่านต้นฉบับต่อ “ครับ… หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับ…”
4,809 ตัวอักษร