ตอนที่ 1 — คลื่นโหม สิ้นสิ้นทุกสิ่ง
สายลมหนาวแห่งฤดูมรสุมพัดกรรโชกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง คลื่นยักษ์สูงเท่าภูเขากระหน่ำซัดฝั่งอย่างไม่ปราณี เสียงคำรามของธรรมชาติกลบเสียงกรีดร้องของผู้คนจนแทบไม่ได้ยิน เรือประมงลำน้อยของลุงสมชายที่เคยแข็งแกร่ง ลอยลำอยู่กลางทะเลแทบไม่มีที่เกาะเกี่ยว ดิ้นรนต่อสู้กับความเกรี้ยวกราดของเกลียวคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน ลุงสมชาย วัยห้าสิบปี ผิวกร้านแดดราวกับไม้สัก กำลังทรงตัวอยู่บนดาดฟ้าเรือที่โยกสั่นอย่างรุนแรง เหงื่อไหลโทรมกายปนเปไปกับน้ำทะเลเค็มจัด ดวงตาของเขามองออกไปยังเบื้องหน้าด้วยความสิ้นหวัง ภาพบ้านเรือนริมหาดที่เคยสงบสุข บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง ทะเลที่เคยเป็นแหล่งหากิน กลับกลายเป็นมหันตภัยอันน่าสะพรึงกลัว
"ไอ้คลื่นเวรเอ้ย! มาทำลายชีวิตคนทำมาหากินทำไมวะ!" ลุงสมชายตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของเขาก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงลม เสียงคลื่นที่ดังสนั่นหวั่นไหว เขาพยายามคว้าเชือกที่ยึดเสากระโดงเรือไว้ให้แน่น มือที่หยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยแผลจากการทำงานหนัก กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและเหนื่อยอ่อน "ปลาทอง...แกอยู่ไหน! มาช่วยพ่อหน่อย!" เขาตะโกนเรียกชื่อลูกชายวัยสิบแปดปี แต่ไร้เสียงตอบรับจากอีกฝั่ง
เรือลำเล็กถูกซัดลอยไปตามแรงคลื่นอย่างควบคุมไม่ได้ เศษไม้ เศษปูน ลอยเกลื่อนกลาดเต็มผืนน้ำ ปะปนไปกับซากเรืออับปาง ลุงสมชายพยายามประคองเรือไว้เท่าที่จะทำได้ เขาเห็นภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าอย่างชัดเจน ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ภาพที่เขาและปลาทองช่วยกันต่อเรือลำนี้ด้วยสองมือ ภาพเสียงหัวเราะของภรรยาที่จากไปเมื่อหลายปีก่อน ภาพความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยมีริมชายหาดแห่งนี้ ทุกอย่างกำลังจะถูกกวาดล้างไปในพริบตา
"พ่อครับ! ทางนี้ครับ!" เสียงของปลาทองดังขึ้นมาท่ามกลางพายุ ลุงสมชายหันขวับไปตามเสียง เห็นร่างของลูกชายเกาะอยู่กับเศษไม้ขนาดใหญ่ที่ลอยน้ำอยู่ไม่ไกลนัก ปลายาแก้ว บุตรสาวคนเล็กวัยสิบห้าปี เกาะไหล่พี่ชายแน่น ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"ปลาทอง! ปลายา! ทนไว้นะลูก!" ลุงสมชายพยายามจะแล่นเรือเข้าไปหา แต่กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไม่เป็นใจ เรือของเขาถูกพัดพาออกไปห่างจากลูกๆ มากขึ้นทุกที "ไอ้คลื่นเวรเอ้ย! อย่าพรากลูกพ่อไปนะโว้ย!" เขาตะโกนทั้งน้ำตา
พายุยังคงโหมกระหน่ำอย่างไม่ลดละ ลุงสมชายได้แต่ภาวนาขอให้ลูกทั้งสองปลอดภัย เขาต้องเอาชีวิตรอดไปให้ได้ เพื่อวันหนึ่งจะได้กลับมาตามหาพวกเขาอีกครั้ง แต่ในใจลึกๆ เขาก็รู้ดีว่า โอกาสที่จะรอดมีน้อยเต็มที
"ถ้าพ่อตายไป...จำไว้นะลูก...ใช้ชีวิตให้ดี...อย่าท้อแท้..." คำพูดที่คิดว่าจะบอกลูกๆ บัดนี้ดังสะท้อนอยู่ในหัวเขา เขาเหลือบมองไปที่เครื่องมือหาปลาบนเรือ ซึ่งบัดนี้กระจัดกระจายไปหมดแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต กำลังจะสูญสลายไปกับสายน้ำ
ทันใดนั้น คลื่นลูกใหญ่กว่าเดิมพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างรุนแรง เรือของลุงสมชายถูกกระแทกจนพลิกคว่ำ เขารู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงไปในอากาศ ก่อนที่จะจมดิ่งลงไปในความมืดมิดของผืนน้ำอันเยือกเย็น เขาพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่แรงลมและคลื่นที่ซัดอยู่เหนือศีรษะทำให้เขาไปต่อไม่ไหว สิ่งสุดท้ายที่เขานึกถึงคือใบหน้าอันสดใสของลูกๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป
เมื่อลุงสมชายลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือพื้นทรายที่เปียกชื้น เขาสำลักน้ำทะเลออกมาอย่างแรง ไอความเค็มเข้าแทงลำคอ ภาพรอบตัวมืดสลัว แต่เขาก็พอจะรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนชายหาด ที่นี่ไม่ใช่เรือของเขาแล้ว เขาค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ร่างกายปวดระบมไปหมดทุกส่วน
"ลูก...ลูกอยู่ที่ไหน..." เขาพึมพำเสียงแหบแห้ง พยายามมองหาร่องรอยของปลาทองและปลายา แต่ก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นอยู่ประปราย เรือประมงของเขาจมหายไปกับทะเลแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างที่เคยมีก็ไม่เหลืออะไรอีกต่อไป
ลุงสมชายทรุดตัวลงนั่งบนผืนทราย ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปยังทะเลที่บัดนี้เริ่มสงบลง แต่ความสงบนั้นกลับทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม ภัยธรรมชาติครั้งนี้พรากทุกสิ่งไปจากเขา ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงลูกๆ ที่เขารักสุดหัวใจ
"ปลาทอง...ปลายา..." เขาเรียกชื่อลูกอีกครั้ง น้ำตาที่เคยแห้งผากบัดนี้ไหลรินออกมาไม่หยุดหย่อน เขาจะทำอย่างไรต่อไป? ชีวิตที่เคยผูกพันกับสายน้ำแห่งนี้ บัดนี้กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจลืมเลือน
3,510 ตัวอักษร