ตอนที่ 23 — สัญญาใจริมหาดทราย
หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับวิชัย ทุกคนกลับมาทำงานต่ออย่างแข็งขันภายใต้แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน ลมทะเลพัดโชยมาเป็นระยะๆ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ท่าเรือที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์เป็นเครื่องยืนยันถึงความหวังที่จะได้กลับบ้าน
"ใกล้เสร็จแล้วสินะ" ลุงสมชายเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังตอกตะปูตัวสุดท้ายเพื่อยึดแผ่นไม้บนท่าเรือให้แน่น "อีกไม่นานเราก็ได้ออกทะเลกันแล้ว"
"ครับพ่อ" ต้นตอบ เขาช่วยดึงเชือกที่ผูกใบเรือไว้ให้แน่นขึ้น "ผมตื่นเต้นจนแทบจะทนรอไม่ไหวแล้ว"
ต้อมพยักหน้าเห็นด้วย "ผมก็เหมือนกันครับ! ผมคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่แล้ว"
ทิศายืนมองพวกเขาทำงานด้วยรอยยิ้มบางๆ ดวงตาของเขามีประกายแห่งความสุข "เจ้าทุกคน...ทำงานได้ดีมาก" เขากล่าว "ข้า...ไม่เคยเห็นใคร...ทำงานหนัก...และมีน้ำใจ...เช่นนี้มาก่อน"
"ก็เพราะท่านช่วยพวกเรานี่ครับ" ลุงสมชายตอบ "ถ้าไม่มีไม้และเหล็กพิเศษของท่าน เราคงไม่มีทางซ่อมเรือและท่าเรือได้เร็วขนาดนี้"
"การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน...คือสิ่งสำคัญ" ทิศาตอบ "และข้า...รู้สึกยินดี...ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง...ของการช่วยเหลือนี้"
เมื่อการซ่อมแซมท่าเรือเสร็จสมบูรณ์ ลุงสมชายก็เริ่มตรวจสอบเรือของเขาอย่างละเอียด เขาขัดสนิมที่ยังหลงเหลืออยู่ เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ และตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์อีกครั้ง ต้นและต้อมก็ช่วยกันตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์ตกปลาและเครื่องมือต่างๆ
"พ่อครับ" ต้นเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังเก็บเบ็ดตกปลา "ผมอยากจะขออะไรพ่ออย่างหนึ่งครับ"
ลุงสมชายเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย "ว่ามาสิลูก"
"ผมอยากจะ...อยู่บนเกาะแห่งนี้...อีกสักพักครับ" ต้นกล่าว "ผมรู้สึกว่า...ผมยังเรียนรู้อะไรจากที่นี่ได้อีกมาก...โดยเฉพาะจากคุณทิศา"
ลุงสมชายมองต้นด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าต้นจะอยากอยู่ที่นี่นานกว่าที่จำเป็น "ลูกแน่ใจนะ"
"แน่ใจครับพ่อ" ต้นตอบ "ที่นี่...ทำให้ผมได้ค้นพบอะไรบางอย่างในตัวเอง...และผมอยากจะเข้าใจมันให้มากขึ้น"
ลุงสมชายพิจารณาคำพูดของลูกชาย เขาเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและจริงจังของต้น เขาเข้าใจว่าลูกชายกำลังเติบโตขึ้น และกำลังค้นหาเส้นทางของตัวเอง
"เอาสิลูก" ลุงสมชายตอบ "ถ้าลูกอยากอยู่...พ่อก็ไม่ว่าอะไร"
"ขอบคุณครับพ่อ!" ต้นยิ้มกว้าง "ผมจะรีบเรียนรู้ให้เร็วที่สุด...แล้วเราค่อยกลับบ้านด้วยกัน"
ต้อมมองต้นด้วยความสงสัย "แล้วผมล่ะครับ? ผมต้องกลับไปช่วยแม่ทำร้านอาหารนะ"
"แน่นอน" ลุงสมชายหัวเราะ "เราจะรีบกลับบ้านโดยเร็วที่สุด...หลังจากที่ต้นเรียนรู้เสร็จ"
ทิศาเดินเข้ามาใกล้ "ถ้าเจ้า...ต้องการเรียนรู้...ข้า...ยินดี...ที่จะสอน" เขากล่าว "เกาะแห่งนี้...มีบทเรียนมากมาย...รอให้เจ้า...ค้นพบ"
"ขอบคุณครับคุณทิศา" ต้นกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ผมจะตั้งใจเรียนรู้ให้ดีที่สุดครับ"
ตกเย็นวันนั้น หลังจากที่ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดข้าวของเสร็จเรียบร้อย ลุงสมชายก็ชวนทุกคนมานั่งพักผ่อนริมหาดทรายใต้แสงดาวที่เริ่มทอประกายระยิบระยับ
"วันนี้เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง" ลุงสมชายกล่าว "เราซ่อมเรือเสร็จแล้ว...และเราก็ได้รู้ว่า...เราจะได้กลับบ้าน"
"ใช่ครับ" ต้อมเสริม "ผมดีใจมากเลย"
"แต่ผม...ก็อดคิดถึงเกาะแห่งนี้...ไม่ได้เหมือนกัน" ต้นกล่าว "ผมรู้สึกผูกพันกับที่นี่...และกับคุณทิศา"
ทิศามองต้นด้วยสายตาอบอุ่น "เจ้า...จะกลับมา...เมื่อใดก็ได้" เขากล่าว "เกาะแห่งนี้...จะรอต้อนรับเจ้าเสมอ"
"ผมสัญญาครับ" ต้นตอบ "ผมจะไม่ลืมบุญคุณของท่าน...และของเกาะแห่งนี้"
ลุงสมชายมองดูต้นด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ว่าลูกชายของเขาได้พบเจออะไรบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าสมบัติใดๆ ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ มันคือการค้นพบตัวเอง และความหมายของการมีชีวิตอยู่
"เอาล่ะ" ลุงสมชายเอ่ยขึ้น "ได้เวลาเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้เราจะได้ออกเดินทางกัน"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาลุกขึ้นยืน ลุงสมชายโอบไหล่ต้นและต้อมไว้ เขามองไปยังทิศา "ขอบคุณท่านอีกครั้งนะครับคุณทิศา"
"ไม่เป็นไร" ทิศาตอบ "เจ้า...ก็ต้องขอบคุณ...ตัวเอง"
ทุกคนแยกย้ายกันเข้าที่พัก ทิ้งไว้เพียงเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งเป็นท่วงทำนองแห่งการเดินทางอันยาวนานที่กำลังจะสิ้นสุดลง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตบนผืนแผ่นดินที่คุ้นเคย
3,376 ตัวอักษร