ตอนที่ 22 — พลังแห่งชีวิตที่แท้จริง
แสงสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นอย่างทรงพลัง ปกคลุมทั่วทั้งเกาะราวกับม่านหมอกแห่งชีวิต อากาศเย็นเยียบราวกับต้องมนต์ ทำให้วิชัยและลูกน้องของเขาต้องถอยหลังด้วยความตกตะลึง "นี่มันอะไรกัน!" วิชัยตะโกนถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ผสมปนเปกับความโกรธที่ไม่อาจควบคุมได้
"นี่คือพลังแห่งชีวิต" ทิศาตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีเขียวราวกับเปลวเทียนที่กำลังลุกโชน "พลังที่หล่อเลี้ยงเกาะแห่งนี้ และจะปกป้องมันจากผู้ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์"
ต้นยังคงยืนนิ่ง หลับตาลง สัมผัสถึงพลังงานที่ไหลเวียนผ่านร่างของเขา ราวกับกระแสไฟฟ้าอันอ่อนโยนที่ชำระล้างทุกสิ่งภายใน เขาไม่เคยรู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่พลังที่มาจากภายนอก แต่เป็นพลังที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเขาเอง ซึ่งถูกปลุกขึ้นมาโดยแก่นมรกต
"เจ้า... เจ้ากำลังทำอะไร!" วิชัยพยายามตะโกนสวนกลับ แต่เสียงของเขาฟังดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับพลังงานที่พวยพุ่งออกมาจากต้นกำลังบั่นทอนกำลังใจของเขา
"ข้าเพียงแค่แสดงให้ท่านเห็น" ต้นตอบ เขาลืมตาขึ้น ช้าๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเขียวอ่อนๆ "ว่าพลังที่แท้จริง...ไม่ใช่การครอบครอง...แต่คือการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ...และปกป้องมัน"
ลูกน้องของวิชัยเริ่มแสดงอาการสั่นเทา พวกเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน อาวุธในมือที่เคยดูน่าเกรงขาม กลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่
"ข้าไม่เชื่อ!" วิชัยยังคงดื้อรั้น "นี่มันต้องเป็นแค่มายากล! จงหยุดมันเดี๋ยวนี้!"
"มายากลใดๆ ก็ไม่อาจเทียบได้...กับพลังแห่งธรรมชาติ" ทิศากล่าวเสริม "และเกาะแห่งนี้...ได้เลือกผู้ที่จะดูแลมันแล้ว"
ทันใดนั้น ก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ กับที่วิชัยยืนอยู่ ก็เริ่มสั่นสะเทือน แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป เผยให้เห็นทางเข้าถ้ำที่ซ่อนอยู่ แสงสีเขียวมรกตส่องสว่างออกมาจากภายในถ้ำอย่างนุ่มนวล
"นั่นคือ...ที่ที่แก่นมรกตอยู่" ต้นชี้ไปยังทางเข้าถ้ำ "และข้า...คือผู้ที่ได้รับการยอมรับให้ดูแลมัน"
วิชัยจ้องมองไปยังทางเข้าถ้ำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความละโมบ แต่ก็มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ เขารู้ดีว่าเขาไม่อาจต่อกรกับพลังที่มองไม่เห็นนี้ได้
"ถ้าอย่างนั้น...ข้าจะกลับมา!" วิชัยตะโกนก้อง "ข้าจะกลับมาเอาสิ่งที่ข้าต้องการ...ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตาม!"
เขาหันหลังให้ต้นและทิศาอย่างรวดเร็ว รีบเดินกลับไปยังเรือของเขา ลูกน้องที่เหลืออยู่ก็รีบตามเจ้านายไปอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขารีบขึ้นเรือและออกห่างจากเกาะแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว
เมื่อเรือของวิชัยลับหายไปจากขอบฟ้า แสงสีเขียวมรกตก็ค่อยๆ จางลง จนเหลือเพียงแสงแดดอันอบอุ่นของยามบ่าย อากาศกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ทุกคนยังคงรู้สึกถึงพลังงานที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ลุงสมชายเดินเข้ามาหาต้น สวมกอดลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ "ต้น...ลูกทำได้แล้ว"
ต้นกอดตอบพ่อแน่น "ผม...ผมไม่รู้ว่าผมทำได้อย่างไรครับพ่อ"
"เจ้าทำได้...เพราะเจ้ามีหัวใจที่บริสุทธิ์" ทิศาเดินเข้ามาใกล้ "เจ้ามีความรักให้กับธรรมชาติ...และความปรารถนาที่จะปกป้องมัน...นั่นคือสิ่งที่แก่นมรกตต้องการ"
ต้อมเดินเข้ามาหาต้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น "สุดยอดไปเลย ต้น! นายเจ๋งที่สุด!"
ต้นยิ้มให้ต้อม "เราทุกคนช่วยกันนะต้อม"
"ใช่" ลุงสมชายพยักหน้า "เราทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน...และเราจะปกป้องบ้านของเราไปด้วยกัน"
ทิศาพยักหน้าเห็นด้วย "ข้า...ดีใจที่ได้รู้จักเจ้าทุกคน" เขากล่าว "และข้า...ดีใจที่ได้เห็น...ว่าเกาะแห่งนี้...มีผู้ที่จะดูแลมันต่อไป"
ลุงสมชายหันไปมองท่าเรือที่เพิ่งซ่อมเสร็จ เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก "เอาล่ะ...เรามาต่อให้เสร็จกันเถอะ" เขากล่าว "เราจะได้รีบกลับบ้าน"
ต้นและต้อมพยักหน้า เห็นด้วย พวกเขากลับไปทำงานต่อ แต่คราวนี้ทุกคนรู้สึกถึงพลังและความหวังที่มากขึ้นกว่าเดิม การเผชิญหน้ากับวิชัยครั้งนี้ ไม่ได้นำมาซึ่งความสูญเสีย แต่กลับนำมาซึ่งการค้นพบพลังที่ซ่อนเร้น และความเข้าใจในความผูกพันอันยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
3,268 ตัวอักษร