แสงดาวนำทาง สู่เส้นชัยแห่งความฝัน

ตอนที่ 7 / 35

ตอนที่ 7 — โทรศัพท์จากสถาปนิกคนดัง

นนท์นั่งขมักเขม้นอยู่กับสมุดบันทึกเล่มหนา ในมือถือปากกาขนนกที่ได้มาจากการประมูลของเก่า ราคาไม่แพงนัก แต่คุณภาพของมันกลับทำให้การเขียนลื่นไหลเป็นพิเศษ แสงไฟนีออนสีส้มจากเสาไฟริมถนนสาดส่องเข้ามาในห้องเช่าแคบๆ ที่อับทึบไปด้วยฝุ่นปูนที่เขาไม่ได้ทำความสะอาดอย่างทั่วถึงนัก กลิ่นอับชื้นของห้องผสมปนเปกับกลิ่นกาแฟสำเร็จรูปที่เขาเพิ่งชงมาดื่มเพื่อเรียกพลังงานยามดึก หนังสือ "ความรู้เบื้องต้นด้านการวางผังเมือง" วางเปิดแผ่หราอยู่ข้างๆ สมุดบันทึก หน้ากระดาษเหลืองกรอบแต่เนื้อหาเข้มข้น ราวกับเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าที่เขาเพิ่งค้นพบ นนท์จดบันทึกอย่างตั้งใจ วาดรูปแผนผังเมืองที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง อธิบายหลักการของการแบ่งโซน การวางผังระบบขนส่งมวลชน และการจัดสรรพื้นที่สีเขียว เขาเติมแต่งรายละเอียดลงไปอย่างไม่หยุดหย่อน จินตนาการของเขาพาเขาล่องลอยไปไกลเกินกว่ากำแพงห้องเช่าที่ผุพังนี้ “อีกหน่อยนะ ถ้าเราสามารถวางผังเมืองที่ดีได้จริงๆ การจราจรคงจะไม่ติดขัดแบบนี้” เขาพึมพำกับตัวเอง “และผู้คนก็คงจะมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีกว่านี้” นนท์หลับตาลง เขาเห็นภาพเมืองในอุดมคติของเขา เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงทันสมัยที่ออกแบบอย่างมีศิลปะ ควบคู่ไปกับพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่น มีทางเดินเท้าที่สะดวกสบายสำหรับทุกคน มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุด คือการบริหารจัดการพื้นที่ที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนเป็นอันดับแรก ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้น และทุกครั้งที่เขาได้เห็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงที่เขาอาศัยอยู่ มันยิ่งกระตุ้นให้เขามีแรงบันดาลใจมากขึ้น “ต้องทำให้ได้สักวัน” เขากล่าวด้วยความมุ่งมั่น ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเขาก็ดังขึ้น เสียงริงโทนที่เขาตั้งไว้เป็นเพลงปลุกตอนเช้า ดังก้องอยู่ในความเงียบของห้องเช่า นนท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติแล้วจะมีใครโทรมาหาเขาในเวลากลางคืนเช่นนี้ นอกจากเพื่อนร่วมงานเก่าๆ หรือไม่ก็เจ้าหนี้ที่ทวงเงินค่าเช่า เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทำงานที่เปื้อนฝุ่น หยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอ ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งคือชื่อที่แสดงขึ้นมาบนหน้าจอ… ‘คุณธนา’ “คุณธนา?” นนท์พึมพำด้วยความงุนงง มือของเขาสั่นเล็กน้อย เขาจำได้ดีว่าเป็นสถาปนิกชื่อดังที่เคยมาตรวจงานที่ไซต์งานของเขาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เขาเคยคุยกับคุณธนาเพียงไม่กี่ประโยค แต่เขากลับได้รับนามบัตรมา และเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ทำไมสถาปนิกคนดังถึงโทรมาหาคนงานก่อสร้างอย่างเขา? นนท์รีบลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะกดรับสาย “สวัสดีครับ” นนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด “สวัสดีครับ คุณนนท์” เสียงทุ้มคุ้นหูจากปลายสายตอบกลับมา “ผมธนาครับ จำผมได้ไหมครับ” “จำได้ครับคุณธนา วันนั้นคุณมาตรวจงานที่ไซต์งานครับ” นนท์ตอบอย่างกระตือรือร้น “ใช่ครับ วันนั้นแหละ” คุณธนาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง “ผมโทรมาหาคุณนนท์ ไม่ทราบว่ารบกวนเวลาหรือเปล่าครับ” “ไม่เลยครับคุณธนา ผมว่างเสมอครับ” นนท์รีบตอบ แม้ว่าในใจจะกำลังเต้นระรัวด้วยความสงสัย “ดีเลยครับ” คุณธนาว่า “ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณนนท์นิดหน่อย คือวันนั้นที่ผมคุยกับคุณนนท์เกี่ยวกับเรื่องแบบก่อสร้างตรงมุมคาน ผมประทับใจในมุมมองของคุณนนท์มากเลยนะ คุณมีความเข้าใจในรายละเอียดมากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ” นนท์หน้าแดงเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าสถาปนิกที่มีชื่อเสียงจะสังเกตเห็นอะไรในตัวเขา “ผมก็แค่… สังเกตเห็นตามที่เห็นนะครับคุณธนา” “ไม่เลยครับ” คุณธนายืนยัน “ผมสังเกตเห็นว่าคุณมีความใฝ่รู้ คุณถามคำถามหลายอย่าง และคุณก็มีวิธีคิดที่เป็นระบบ ผมเลยอยากจะชวนคุณนนท์มาคุยกันต่อ” “คุยกันต่อ?” นนท์ทวนคำ “หมายถึง… ยังไงครับ” “ผมกำลังจะมีโครงการใหม่ครับ เป็นโครงการพัฒนาชุมชนขนาดเล็กแถบชานเมือง ผมกำลังมองหาคนที่มีไอเดียสดใหม่ มีมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับเมืองและการใช้ชีวิตของผู้คน” คุณธนาอธิบาย “ผมจำได้ว่าวันนั้นคุณนนท์พูดถึงเรื่องการจัดสรรพื้นที่สาธารณะ ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์กับโครงการของผม” นนท์อึ้งไป เขาไม่รู้จะพูดอะไร เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป สถาปนิกคนดังระดับประเทศ กำลังชวนเขาซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างธรรมดาๆ มาปรึกษาเกี่ยวกับโครงการพัฒนาชุมชนงั้นหรือ? “คุณธนาครับ ผม… ผมเป็นแค่คนงานก่อสร้างครับ ผมไม่รู้ว่าผมจะช่วยอะไรคุณธนาได้” นนท์เอ่ยอย่างไม่มั่นใจ “อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นครับ คุณนนท์” คุณธนาตัดบท “ผมเชื่อในสัญชาตญาณของผม ผมเชื่อว่าคุณมีความสามารถบางอย่างที่คนทั่วไปมองข้ามไป คุณอาจจะไม่มีใบปริญญา แต่คุณมีประสบการณ์จริงภาคสนาม และคุณก็มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้” คุณธนายังคงพูดต่อไป “ผมอยากจะให้คุณลองมาพบผมที่ออฟฟิศสักครั้งหนึ่งไหมครับ เรามาคุยกันถึงไอเดียของคุณ แล้วผมจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการของผมให้คุณฟัง คุณอาจจะค้นพบว่าคุณมีความสามารถในด้านนี้ก็ได้นะ” นนท์เงียบไปชั่วขณะ เขากำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ เขาเคยใฝ่ฝันถึงวันที่จะได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง วันที่จะได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าการก่ออิฐฉาบปูน วันที่จะได้ใช้ความรู้ที่เขาทุ่มเทศึกษามาตลอดระยะเวลาหลายปี “ผม… ผมจะไปครับคุณธนา” นนท์ตัดสินใจ “ผมจะไปพบคุณธนาที่ออฟฟิศครับ” “ดีมากครับ คุณนนท์” คุณธนายิ้มอย่างพอใจ “ผมจะส่งรายละเอียดที่อยู่และเวลานัดหมายไปให้ทางข้อความนะครับ” “ขอบคุณมากครับคุณธนา” นนท์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง บทสนทนาสิ้นสุดลง นนท์วางสายโทรศัพท์ลง มือยังคงสั่นเล็กน้อย เขากลับมานั่งลงที่โต๊ะทำงาน มองไปยังสมุดบันทึกและหนังสือเล่มโปรดของเขา ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป ราวกับว่าแสงสว่างที่เคยริบหรี่ในความมืด กำลังจะสว่างจ้าขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เปิดไปยังหน้าที่ว่างเปล่า และเริ่มเขียนด้วยลายมือที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิม “โอกาส… กำลังจะมาถึงแล้ว”

4,760 ตัวอักษร