หยาดเหงื่อ รดราก บนผืนดินแห่งความหวัง

ตอนที่ 11 / 35

ตอนที่ 11 — พายุฝนกับความหวังที่สั่นคลอน

การทำงานร่วมกันของยายอินทร์ ตาอิน สายใจ และไอ้ท็อป เป็นไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พวกเขาช่วยกันดูแลแปลงผักอย่างขะมักเขม้น ตั้งแต่การพรวนดิน การหว่านเมล็ด การรดน้ำ ไปจนถึงการถอนวัชพืช การเพิ่มปริมาณผลผลิตตามที่กรวิชญ์ต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ทุกคนก็พยายามทำอย่างเต็มที่ “ยาย ดูนี่สิ” สายใจร้องเรียกขณะที่กำลังตรวจสอบแปลงผักสลัด “ใบมันดูซีดๆ นะ” ยายอินทร์เดินเข้ามาดู “อืม… จริงด้วย” เธอเอามือสัมผัสใบผักอย่างแผ่วเบา “สงสัยว่าดินมันอาจจะขาดธาตุอาหารบางอย่างไปนะ” “หนูคิดว่าเราน่าจะลองใช้ปุ๋ยหมักที่เราทำไว้แล้วนะคะคุณยาย” สายใจเสนอ “ดีเหมือนกัน” ตาอินพยักหน้า “ไหนๆ ก็ทำไว้แล้ว ลองเอามาใส่ดู” ไอ้ท็อปอาสาเป็นคนขนปุ๋ยหมักไปใส่ตามแปลงผัก เขาใช้รถเข็นเล็กๆ ขนปุ๋ยหมักที่หมักได้ที่แล้วไปกระจายตามแปลงต่างๆ การทำงานของเขาเต็มไปด้วยความแข็งขัน แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ไม่เคยปริปากบ่น “ท็อป ทำไหวไหมลูก” ยายอินทร์ถามด้วยความเป็นห่วง “ไหวครับคุณยาย” ไอ้ท็อปตอบ “ผมแข็งแรงดีครับ” “ถ้าเหนื่อยก็พักนะลูก” ตาอินกล่าวเสริม “ครับผม” ไอ้ท็อปตอบ หลายวันต่อมา ใบผักสลัดเริ่มมีสีเขียวสดใสขึ้นอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าปุ๋ยหมักที่พวกเขาใช้ได้ผลดี “เห็นไหมตา” ยายอินทร์กล่าวอย่างมีความสุข “ปุ๋ยหมักที่เราทำนี่มันดีจริงๆ” “อืม… ดีจริงๆ” ตาอินเห็นด้วย “ประหยัดต้นทุนไปได้เยอะเลย” ความกังวลของยายอินทร์เริ่มคลี่คลายลง แต่ก็ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่คอยตามหลอกหลอนอยู่เสมอ นั่นคือสภาพอากาศ “ดูสิ” ตาอินชี้ไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆดำทะมึนก่อตัว “ท่าทางฝนจะตกหนักนะ” “หวังว่ามันจะไม่แรงเกินไปนะตา” ยายอินทร์กล่าว “กลัวว่าแปลงผักของเราจะเสียหาย” “เราก็เตรียมพร้อมไว้แล้วนี่นา” ตาอินปลอบ “เรามีโรงเรือนตาข่ายพรางแสงแล้ว ถ้าฝนตกหนักจริงๆ เราก็ดึงผ้าใบมาคลุมได้” “ก็หวังว่ามันจะช่วยได้นะตา” ยายอินทร์ถอนหายใจ ไม่นานนัก ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา จากนั้นก็ค่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ลมพายุพัดแรงจนต้นไม้เอนล้ม สายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำเริ่มท่วมขังในบางพื้นที่ “แย่แล้ว” ยายอินทร์ร้องออกมาเมื่อเห็นน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้ามาในแปลงผักบางส่วน “ฝนตกหนักเกินไป” “ใจเย็นยาย” ตาอินกล่าว “เราต้องรีบไปดู โรงเรือนตาข่าย” ทั้งยายอินทร์ ตาอิน สายใจ และไอ้ท็อป รีบวิ่งออกไปเผชิญหน้ากับพายุฝน เพื่อตรวจสอบโรงเรือนตาข่ายพรางแสงที่สร้างไว้ พวกเขาต้องดึงผ้าใบมาคลุมปิดให้แน่นหนา เพื่อป้องกันผักจากแรงลมและน้ำฝนที่กระหน่ำลงมา “รีบๆ หน่อยลูก” ยายอินทร์เร่ง “ครับคุณยาย” สายใจตอบ “ลมแรงมากเลยครับคุณยาย” ไอ้ท็อปพูดพลางออกแรงดึงผ้าใบ การทำงานภายใต้พายุฝนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกคนเปียกปอนไปทั้งตัว แต่ก็ยังคงพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด “ขอให้ผักของเราปลอดภัยทีเถอะ” ยายอินทร์พึมพำในใจ หลังจากพายุฝนสงบลง ทุกคนก็ออกมาสำรวจความเสียหาย บริเวณรอบๆ บ้านไร่เต็มไปด้วยเศษใบไม้ที่ปลิวว่อน และน้ำยังคงท่วมขังอยู่ในบางพื้นที่ “ดูสิ” สายใจชี้ไปที่แปลงผักสลัด “น้ำท่วมขังเต็มเลย” ยายอินทร์หน้าเสีย “แย่แล้ว” “แปลงคะน้าก็เหมือนกัน” ตาอินกล่าว ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความกังวล พายุฝนครั้งนี้หนักหน่วงกว่าที่คาดคิดไว้มาก “เราจะทำยังไงกันดีคะคุณยาย” สายใจถาม “คงต้องรอให้น้ำลดก่อนนะลูก” ยายอินทร์กล่าว “แล้วค่อยมาดูกันอีกที” เช้าวันต่อมา เมื่อน้ำเริ่มลดลง พวกเขาก็รีบเข้าไปสำรวจแปลงผักอีกครั้ง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของยายอินทร์หล่นวูบ “โอ้โห” ไอ้ท็อปอุทาน “ผักสลัดเสียหายเยอะเลยครับคุณยาย” ใบผักสลัดหลายต้นเน่าเปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน ส่วนคะน้าก็เสียหายไม่น้อยเช่นกัน “นี่เราจะเอาหน้าไปให้คุณกรวิชญ์เห็นได้ยังไงเนี่ย” ยายอินทร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “อย่าเพิ่งท้อนะคุณยาย” สายใจปลอบ “เรายังเหลือผักอีกหลายแปลงนะ” “ใช่ ยาย” ตาอินเสริม “เราต้องสู้ต่อ” กรวิชญ์เดินทางมาที่บ้านไร่ในอีกสองวันต่อมา เขาเห็นสภาพแปลงผักแล้วก็เข้าใจทันที “แย่เลยนะครับคุณป้า” กรวิชญ์กล่าวด้วยสีหน้าเสียดาย “ผมเข้าใจครับว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ” “ก็เสียดายนะคุณกรวิชญ์” ยายอินทร์ตอบ “ตั้งใจปลูกอย่างดี แต่ก็มาเสียหายหมด” “ไม่เป็นไรครับคุณป้า” กรวิชญ์ยิ้ม “ผมก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ครับ” “แล้ว… ปริมาณผักที่ขอไว้ล่ะคะ” ยายอินทร์ถามอย่างลังเล “ไม่ต้องห่วงครับคุณป้า” กรวิชญ์ตอบ “เท่าที่เก็บได้ตอนนี้ก็เอามาให้ผมก่อนนะครับ” ยายอินทร์รู้สึกโล่งใจที่กรวิชญ์เข้าใจ แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ เธอรู้ดีว่า ความเสียหายจากพายุฝนครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัวอย่างมาก “ถึงแม้จะมีอุปสรรค” ยายอินทร์กล่าวกับตัวเอง “เราก็ต้องก้าวต่อไป”

3,742 ตัวอักษร