ปีกบางที่แข็งแกร่ง ในกรงแห่งความผิดหวัง

ตอนที่ 19 / 35

ตอนที่ 19 — ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในลายมือ

“การตีเหล็กมันก็เหมือนกับการเขียนหนังสือนะครับลุง” พสุธกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก “ต้องใช้ความร้อนจากข้างในเพื่อหลอมรวมความคิดให้เป็นรูปเป็นร่าง ต้องใช้แรงกดดันในการขัดเกลาให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ และสุดท้าย ต้องให้เวลาและความเย็นเพื่อทำให้มันแข็งแกร่งและคงทน” ชายชราเงยหน้าขึ้นมองพสุธด้วยแววตาที่ฉายประกายแห่งความเข้าใจ “เออ... แกพูดถูกของแกแฮะ ไม่เคยมีใครเปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบนี้มาก่อนเลย” เขาหัวเราะเสียงแหบพร่า “แต่ที่สำคัญที่สุดนะไอ้หนุ่ม การตีเหล็กมันต้องมี ‘หัวใจ’ ของคนตีด้วย” “หัวใจของคนตีเหรอครับ?” พสุธทวนคำ “ใช่แล้ว” ชายชรายิ้มกว้าง “ถ้าใจแกไม่รัก ไม่ใส่ใจ ไม่มีความอดทน ไม่ว่าจะตีเหล็กกี่ครั้ง มันก็ไม่มีทางออกมาดีได้หรอก มันต้องมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ มีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ออกมาให้ได้” พสุธยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขากำลังตกตะกอนความคิดที่ชายชราเพิ่งมอบให้ ภาพของนิยายเรื่อง “ปีกบางที่แข็งแกร่ง” ที่เคยถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าผุดขึ้นมาในหัว เขาจำได้ดีถึงความรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็จำได้ถึงความรู้สึกที่อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้จบ ความเชื่อมั่นว่าเรื่องราวนี้มีความหมาย “ผมเข้าใจแล้วครับลุง” พสุธพยักหน้าช้าๆ “ขอบคุณลุงมากนะครับ” “ไม่เป็นไรไอ้หนุ่ม” ชายชรายักไหล่ “ถ้ามีอะไรสงสัย มาหาลุงได้ตลอด” พสุธเดินออกจากโรงตีเหล็กมาด้วยหัวใจที่เบาหวิว เขารู้สึกเหมือนได้ปลดล็อคบางสิ่งบางอย่างที่เคยปิดกั้นตัวเองมาตลอด ความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้เขากลัวที่จะสูญเสียมันไป จนลืมไปว่าต้นกำเนิดของความสำเร็จนั้นมาจากไหน เขานั่งลงที่ร้านกาแฟร้านเดิมที่เคยมาเป็นประจำ สั่งกาแฟดำแก้วโปรด และหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมา เขาไม่ได้เขียนอะไรลงไปในทันที แต่ปล่อยให้สายตาจับจ้องไปยังผู้คนรอบข้าง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยสมาธิและแววตาที่มุ่งมั่น ชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทีสบายๆ เขากวาดสายตาไปยังบริกรที่กำลังยุ่งอยู่กับการเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับลูกค้าแต่ละโต๊ะ ทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเอง มีความมุ่งมั่น ความเหน็ดเหนื่อย หรือแม้แต่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ พสุธหยิบปากกาขึ้นมา เขาไม่ได้พยายามจะเขียนนิยายเรื่องใหม่ในทันที แต่เขาเริ่มเขียนบันทึกถึงสิ่งที่เขาเห็นและรู้สึก “วันนี้... ฉันได้เรียนรู้ว่า ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้มาจากการที่คนอื่นยอมรับหรือสรรเสริญ แต่มาจากการที่เรายอมรับและเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง” “แรงบันดาลใจไม่ได้มีอยู่แค่ในอดีต หรือในที่ที่ห่างไกล แต่มีอยู่รอบตัวเราเสมอ ในชีวิตประจำวัน ในผู้คนธรรมดา ที่กำลังใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างเต็มที่” “ความสำเร็จก็เหมือนเหล็กที่ถูกตีจนเป็นรูปเป็นร่าง มันต้องผ่านความร้อน ความกดดัน และความอดทน จึงจะกลายเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งและมีคุณค่า” เขาเขียนไปเรื่อยๆ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พล็อตเรื่องใหม่ หรือประโยคที่สวยหรู แต่เขาเขียนเพราะมันคือการระบายความรู้สึก การจัดระเบียบความคิด การกลับไปสัมผัสกับแก่นแท้ของสิ่งที่เขาเคยรัก “อรุณ… พสุธ” เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พสุธหันไปมองด้วยความแปลกใจ “อรณิชา!” เขาอุทาน อรณิชาเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม “บังเอิญจังเลยค่ะ นึกว่าคุณจะชอบมานั่งร้านนี้” “ใช่ครับ ผมชอบบรรยากาศที่นี่” พสุธตอบ “คุณอรณิชามีธุระแถวนี้เหรอครับ” “พอดีนัดคุยกับนักเขียนอีกท่านหนึ่งที่นี่ค่ะ” อรณิชาตอบ “แต่เขาเลื่อนนัดกะทันหัน เลยมีเวลาว่างนิดหน่อย” เธอหยุดมองสมุดบันทึกในมือพสุธ “กำลังเขียนอะไรอยู่คะ” “อ๋อ… แค่บันทึกเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ” พสุธปิดสมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว รู้สึกประหม่าเล็กน้อย “น่าสนใจนะคะ” อรณิชาพูด “แต่ที่ดิฉันอยากจะคุยกับคุณพสุธจริงๆ คือเรื่องข้อเสนอจากต่างประเทศค่ะ” พสุธรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง “เป็นยังไงบ้างครับ” “เราได้ข้อสรุปแล้วค่ะ” อรณิชาเปิดกระเป๋าหยิบเอกสารออกมา “สำนักพิมพ์ในฝรั่งเศสตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ไปค่ะ” “ยอดเยี่ยมเลยครับ!” พสุธดีใจจนเกือบจะลุกขึ้นยืน “ใช่ค่ะ นี่เป็นข่าวใหญ่จริงๆ” อรณิชาส่งยิ้ม “และ... มีข่าวดีอีกอย่างค่ะ” พสุธเลิกคิ้ว “ข่าวดีอีกอย่าง?” “ค่ะ” อรณิชาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “คุณสนธยา จากสำนักพิมพ์วรรณศิลป์ โทรมาหาดิฉันเมื่อเช้านี้ค่ะ” “คุณสนธยา?” พสุธทวนคำ “ใช่ค่ะ” อรณิชาพยักหน้า “ท่านบอกว่า ท่านได้อ่าน ‘ปีกบางที่แข็งแกร่ง’ ซ้ำอีกครั้ง และประทับใจในมุมมองของคุณมาก ท่านอยากจะเสนอให้คุณพสุธลองเขียนภาคต่อค่ะ” พสุธอึ้งไป เขารู้สึกถึงความสับสนที่ประดังเข้ามาอีกครั้ง ภาคต่อ? เขาเพิ่งจะเริ่มเข้าใจตัวเองใหม่แท้ๆ “แต่... ผมยังไม่แน่ใจเลยครับว่าจะเขียนอะไรต่อไป” พสุธกล่าวตามตรง “ผมยังรู้สึกว่าผมยังไม่พร้อมที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่” อรณิชามองพสุธด้วยสายตาที่เข้าใจ “ดิฉันเข้าใจค่ะ คุณพสุธ ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ คุณสนธยาเองก็ทราบดี ท่านบอกว่าอยากให้คุณลองคิดดู อาจจะเป็นเรื่องราวของตัวละครอื่นๆ ใน ‘ปีกบางที่แข็งแกร่ง’ หรืออาจจะเป็นเรื่องราวใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของคุณในตอนนี้ก็ได้” “ประสบการณ์ของผมในตอนนี้?” พสุธทวนคำ “ใช่ค่ะ” อรณิชาพยักหน้า “คุณกำลังผ่านช่วงเวลาที่น่าสนใจมากค่ะ จากนักเขียนที่เคยถูกปฏิเสธ มาสู่ความสำเร็จในระดับหนึ่ง และกำลังจะก้าวไปสู่ระดับสากล ประสบการณ์ทั้งหมดนี้คือวัตถุดิบชั้นดีเลยนะคะ” พสุธมองออกไปนอกหน้าต่าง ร้านกาแฟยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่มีชีวิตชีวา เขาคิดถึงคำพูดของชายชราเจ้าของโรงตีเหล็ก “การตีเหล็กมันต้องมี ‘หัวใจ’ ของคนตีด้วย” และเขาก็เพิ่งจะตระหนักว่า หัวใจของเขาเองกำลังถูกท้าทายอีกครั้ง

4,520 ตัวอักษร