ปีกบางที่แข็งแกร่ง ในกรงแห่งความผิดหวัง

ตอนที่ 22 / 35

ตอนที่ 22 — ความจริงปรากฏในหนังสือเก่า

“ใจเย็นๆ” ชายชราพูดเนิบๆ “การหาของเก่ามันต้องใช้เวลา บางทีมันอาจจะถูกซ่อนไว้หลังหนังสือเล่มอื่น หรืออาจจะหล่นไปอยู่ชั้นล่างสุดก็ได้” พสุธสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบสติอารมณ์ เขาเหลือบมองชายชราอีกครั้ง ชายผู้นี้ดูเหมือนจะมีความสุขกับการได้เฝ้าดูเขาค้นหา ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่น่าสนใจ “คุณ… คุณพอจะจำได้ไหมครับว่า ‘เงาบนปีก’ หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง” พสุธถาม “เผื่อผมจะสังเกตเห็นอะไรที่แตกต่าง” ชายชราพยักหน้าช้าๆ “อืม... ปกสีน้ำตาลเข้ม ตามที่คุณบอก มันมีรอยย่นๆ เหมือนกระดาษเก่าจริงๆ ภาพปีกนกที่วาดก็ดูเหมือนจะอึมครึม เศร้าสร้อย ไม่ใช่ปีกที่สง่างามอะไรนัก” เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “ที่จำได้ชัดเจนคือมันค่อนข้างหนา และกระดาษข้างในเป็นสีเหลืองๆ กลิ่นหมึกเก่าๆ ลอยมาเตะจมูกทุกครั้งที่เปิดอ่าน” พสุธตั้งใจฟังทุกคำพูด เขาเริ่มก้มลงมองที่พื้นใต้ชั้นหนังสืออย่างละเอียด ใช้ปลายนิ้วลากไปตามฝุ่นที่เกาะอยู่ เขาขยับหนังสือทีละเล่มอย่างระมัดระวัง บางเล่มหนักอึ้งจนแทบยกไม่ไหว บางเล่มมีหน้ากระดาษที่เปื่อยยุ่ยจนน่าใจหาย “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ” พสุธถามพลางทำงานของเขาต่อไป “เผื่อผมจะจำอะไรได้บ้าง” “เรื่องเกี่ยวกับนักดนตรีครับ” ชายชราตอบ “ชายหนุ่มที่พยายามจะสร้างชื่อเสียง แต่ชีวิตกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค และความผิดหวัง จนเขาเกือบจะยอมแพ้” คำพูดนั้นเหมือนมีคมมีดกรีดลงไปบนหัวใจของพสุธ เขาหยุดมือไปชั่วขณะ “นักดนตรี… อุปสรรค… ความผิดหวัง…” “ใช่” ชายชราพยักหน้า “และสุดท้าย เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล… เรื่องมันค่อนข้างหดหู่ครับ ไม่ใช่แนวตลาดเท่าไหร่” พสุธรู้สึกเหมือนเห็นภาพเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในคำบรรยายนั้น เขาพยายามจะสะบัดความคิดนี้ออกไป แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา มันเป็นนิยายเก่าแก่ ปกสีเข้ม แต่ไม่ใช่สีน้ำตาล และรูปที่ปกก็เป็นรูปเรือ ไม่ใช่ปีก “ผมไม่เจอเลยครับ” เขาบอกชายชราด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหมดหวัง “บางที… มันอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็ได้” ชายชราพูด น้ำเสียงของเขามีความเห็นใจปะปนอยู่ “หนังสือหายไปก็เป็นเรื่องธรรมดาของห้องสมุดเก่าแบบนี้ บางเล่มถูกยืมไปแล้วหายสาบสูญ บางเล่มก็อาจจะถูกนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บเอกสารที่ลึกกว่านี้” “ห้องเก็บเอกสาร?” พสุธถาม “มีที่ไหนอีกบ้างครับ” “ห้องนั้นไม่ค่อยมีใครเข้าไปหรอก” ชายชราตอบ “รกมาก ฝุ่นเยอะ แล้วก็เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้น” เขาชี้ไปทางด้านหลังของห้องสมุด “อยู่ทางนั้นน่ะ แต่ว่า… มันปิดมานานแล้วนะ” ความหวังริบหรี่ของพสุธกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง “ปิดมานานแล้วเหรอครับ แล้วใครเป็นคนดูแลครับ” “ผมไง” ชายชราตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ “ผมดูแลที่นี่มาเกือบห้าสิบปีแล้ว” “คุณพอจะ… เปิดให้ผมเข้าไปดูหน่อยได้ไหมครับ” พสุธอ้อนวอน “ผมเชื่อว่าหนังสือเล่มนั้นต้องอยู่ที่นั่น ผมต้องหาให้เจอ” ชายชราพิจารณาพสุธอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขาสังเกตเห็นความร้อนรนและความจริงจังในแววตาของนักเขียนหนุ่ม “เอาล่ะ… ตามผมมา” ชายชราพูด “แต่ผมต้องเตือนไว้ก่อนนะ ว่ามันอาจจะอันตรายนิดหน่อย แล้วก็… คุณต้องช่วยผมทำความสะอาดด้วย” พสุธพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เขาเดินตามชายชราไปที่มุมหนึ่งของห้องสมุด ชายชราเดินไปหยิบกุญแจดอกใหญ่ที่แขวนอยู่บนตะปูสนิมเกาะ เขาเปิดประตูไม้บานเก่าบานหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นอับชื้นที่เข้มข้นกว่าเดิมก็ปะทะเข้าจมูก ฝุ่นละอองลอยฟุ้งกระจายในอากาศที่มืดสลัว แสงสว่างจากหน้าต่างบานเล็กๆ ที่มีใยแมงมุมเกาะหนาเตอะ ส่องลงมาเพียงน้อยนิด “นี่คือห้องเก็บเอกสาร” ชายชรากล่าว “เต็มไปด้วยของที่คนเขาไม่ต้องการแล้ว… หรือไม่ก็ลืมไปแล้ว” พสุธมองเข้าไปข้างใน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือชั้นวางหนังสือที่สูงจรดเพดาน เต็มไปด้วยกล่องกระดาษลังเก่าๆ กองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น และหนังสือที่วางซ้อนกันจนแทบจะมองไม่เห็นพื้น “คุณหาไปเลย” ชายชราพูด “ผมจะนั่งตรงนี้ รอรอบๆ” พสุธเดินเข้าไปในห้องเก็บเอกสารอย่างระมัดระวัง เขาพยายามหายใจทางปากเพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นอับและฝุ่น เขาเริ่มค้นหาตามชั้นหนังสือที่ดูเหมือนจะมีโอกาสมากที่สุด เขาค่อยๆ ขยับกล่องกระดาษลังออก บางกล่องหนักอึ้งจนแทบยกไม่ไหว เขากวาดสายตาไปตามสันหนังสือที่เรียงรายอยู่ “คุณแน่ใจนะครับว่าหนังสือเล่มนั้นเคยอยู่ที่นี่” พสุธถามกลับไป “ผมค่อนข้างมั่นใจ” ชายชราตอบ “มันเป็นหนังสือที่ค่อนข้างเด่นในยุคนั้น ถึงแม้จะไม่ดังเท่าไหร่ แต่ก็มีคนพูดถึงอยู่พักหนึ่ง” พสุธค้นหาไปเรื่อยๆ ด้วยความหวังที่ค่อยๆ ลดน้อยลงทุกที เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ฝุ่นเข้าตาจนแสบ เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา มันมีปกสีน้ำตาลเข้มจริง แต่รูปที่ปกเป็นรูปผีเสื้อ ไม่ใช่ปีกนก “ไม่ใช่อีกเล่มแล้วครับ” เขาบอกชายชรา “ลองดูในกล่องสิ” ชายชราแนะนำ “บางทีหนังสือที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่ อาจจะถูกเก็บไว้ในกล่องโดยไม่มีการระบุอะไรเลย” พสุธเดินไปที่กองกล่องกระดาษลัง เขาเริ่มเปิดกล่องทีละใบ กล่องแรกเต็มไปด้วยนิตยสารเก่าๆ กองที่สองเต็มไปด้วยเอกสารทางการเงิน กล่องที่สาม… พสุธชะงัก เขาเห็นหนังสือเล่มหนึ่งซุกตัวอยู่มุมกล่อง ปกสีน้ำตาลเข้มตามที่ชายชราบรรยาย รอยย่นๆ ของกระดาษเก่า… และรูปปีกนกที่ดูเศร้าสร้อย “นี่ไง!” พสุธอุทานด้วยความดีใจ เขาหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาอย่างทะนุถนอม “เจอแล้วครับ!” เขาร้องบอกชายชรา ชายชราเดินเข้ามาดู พยักหน้าช้าๆ “ใช่แล้ว… ‘เงาบนปีก’ ของนิลกาฬ… นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นมันอีก” พสุธเปิดหนังสือออกไปที่หน้าแรก หน้ากระดาษเหลืองกรอบ กลิ่นหมึกเก่าลอยอบอวล เขามองเห็นลายเซ็นที่เขียนด้วยปากกาหมึกสีดำ เป็นลายเซ็นที่ดูสวยงามแต่แฝงไว้ด้วยความเศร้า “ลายเซ็นของนิลกาฬ” ชายชราบอก “เขามักจะเซ็นชื่อของเขาไว้ที่หน้าแรกเสมอ” พสุธพลิกไปที่หน้าถัดไป ตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นทำให้หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น “ขอแสดงความยินดี… และขออภัย… แด่ผู้ที่ต้องรับภาระหนักนี้” “นี่มัน…” พสุธพึมพำ “นี่มันไม่ใช่คำอุทิศแบบปกติ…” “ใช่” ชายชราตอบ “งานของนิลกาฬมักจะเต็มไปด้วยความหมายแฝง” พสุธพลิกเปิดไปที่หน้าต่างๆ อย่างรวดเร็ว เขาเริ่มเห็นส่วนที่เขาคุ้นเคย… การบรรยายถึงตัวละครหลักที่พยายามจะสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง การเผชิญหน้ากับอุปสรรค การถูกปฏิเสธ… “มันเหมือนกันมากเกินไป” พสุธพูดเสียงสั่น “ทุกอย่าง… ทุกอย่างมันเหมือนกันไปหมด” “ผมบอกคุณแล้วว่ามันเป็นงานที่ค่อนข้างใต้ดิน” ชายชรากล่าว “แต่ก็มีคนพูดถึงว่ามันมีโครงเรื่องที่น่าสนใจ” พสุธก้มหน้ามองหนังสือในมืออย่างสิ้นหวัง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอรณิชาถึงได้โทรมาหาเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เขาเริ่มเห็นภาพใบหน้าของนักเขียนที่ส่งอีเมลมาหาสำนักพิมพ์ “แล้ว… เจ้าของผลงาน… เขาชื่ออะไรนะครับ” พสุธถาม “คุณ… คุณนิลกาฬ” ชายชราตอบ “เป็นนามปากกาของเขา” “แล้วชื่อจริงของเขา… คุณพอจะรู้ไหมครับ” พสุธถามต่อ ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเหมือนกำลังพยายามนึกอะไรบางอย่าง “ชื่อจริง… อ๋อ… ผมจำได้ลางๆ ว่าเขาเคยบอกไว้… ชื่อ… ‘นิรันดร์’ ครับ… นามปากกานิลกาฬ… ชื่อจริงนิรันดร์” คำว่า ‘นิรันดร์’ กระแทกเข้ากลางใจของพสุธอย่างแรง ราวกับสายฟ้าฟาด เขาเงยหน้ามองชายชราด้วยสายตาที่เบิกกว้าง “นิรันดร์…” พสุธทวนคำ “คุณแน่ใจนะครับ” “ใช่… ผมค่อนข้างแน่ใจ” ชายชราตอบ “แต่ผมก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลยหลังจากนั้น” พสุธรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาถือหนังสือ ‘เงาบนปีก’ ไว้ในมือแน่น ราวกับมันคืออาวุธที่จะใช้ป้องกันตัวเอง หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ทำลายล้างเขา

5,941 ตัวอักษร