ปีกบางที่แข็งแกร่ง ในกรงแห่งความผิดหวัง

ตอนที่ 23 / 35

ตอนที่ 23 — บทสนทนาที่ปลายปากกา

พสุธแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าเขาเดินออกจากห้องสมุดเก่ามาได้อย่างไร มือข้างหนึ่งกำหนังสือ ‘เงาบนปีก’ ไว้แน่น อีกข้างหนึ่งกำโทรศัพท์มือถือแน่นราวกับจะบีบให้แหลก “คุณอรณิชาครับ” เขาโทรหาทันทีที่ก้าวเท้าออกมาจากประตู “คุณพสุธคะ คุณเจอหนังสือเล่มนั้นแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงของอรณิชาเต็มไปด้วยความหวัง “ครับ ผมเจอแล้ว” พสุธตอบ เสียงของเขาแหบพร่า “แล้ว… คุณได้คุยกับคนที่ส่งอีเมลมาหรือยังครับ” “คุยแล้วค่ะ” อรณิชาถอนหายใจ “เขายืนยันว่านิยายของคุณลอกเลียนแบบผลงานของเขา เขาอ้างว่า ‘เงาบนปีก’ ของเขาถูกเขียนขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว และเขาเพิ่งจะมาค้นพบว่ามีคนนำผลงานของเขาไปดัดแปลง” “เขาบอกชื่อตัวเองว่าอะไรครับ” พสุธถามอย่างเน้นย้ำ “เขาใช้นามปากกาว่า ‘นักฝัน’ ค่ะ” อรณิชาตอบ “แต่เขาให้ชื่อจริงมาด้วย… ชื่อ ‘นิรันดร์’ ครับ” คำว่า ‘นิรันดร์’ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่ปั่นป่วนในใจของพสุธให้หนักหน่วงขึ้นไปอีก เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน… ชื่อที่เขาเคยเห็นบนใบแจ้งหนี้ค่าเช่าที่ถูกส่งมาที่คอนโดของเขาเมื่อหลายปีก่อน “เขา… เขาอาศัยอยู่ที่ไหนครับ” พสุธถามอย่างใจเย็น แต่ภายในกลับเต้นระรัว “เขาบอกว่าอยู่ที่… อพาร์ตเมนต์ใกล้กับสถานีรถไฟหัวลำโพงค่ะ” อรณิชาบอก “ดิฉันกำลังจะติดต่อไปเพื่อขอเข้าพบค่ะ” “ไม่ต้องครับ” พสุธตัดบท “ผมจะไปเอง” “แต่คุณพสุธคะ…” อรณิชาประท้วง “ดิฉันว่าเราควรจะ…” “ผมจะไปเองครับคุณอรณิชา” พสุธย้ำเสียงหนักแน่น “คุณไม่ต้องห่วงนะครับ” เขาไม่รอให้อรณิชาพูดอะไรอีก เขากดวางสายไปทันที พสุธสูดลมหายใจลึก เขาจ้องมองหนังสือ ‘เงาบนปีก’ ในมือ รู้สึกเหมือนกำลังถือระเบิดเวลา “นิรันดร์… นายอยู่ที่นี่เองสินะ” เขาพึมพำ พสุธขับรถไปยังอพาร์ตเมนต์แห่งนั้น มันเป็นอาคารเก่าๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ทาสีซีดจาง มีกลิ่นอับชื้นลอยออกมาจากประตูทางเข้า เขาเดินเข้าไปด้านใน เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ว่างเปล่า มีเพียงป้ายเล็กๆ เขียนว่า ‘โปรดติดต่อห้อง 304’ พสุธเดินขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเหมือนหนักอึ้งกว่าเดิม เขารู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คนในอพาร์ตเมนต์ที่มองมาที่เขา แต่เขาไม่สนใจ เมื่อถึงชั้นสาม เขาเดินไปตามทางเดินแคบๆ จนเจอประตูห้อง 304 เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือเคาะประตู “ใครครับ” เสียงแหบๆ ดังมาจากข้างใน “ผม… พสุธครับ” เขาตอบ “ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณนิรันดร์ครับ” เงียบไปชั่วขณะ แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น บานประตูเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าของชายคนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ดวงตาที่ดูเหนื่อยล้า แต่ยังคงแฝงแววฉลาดและเฉลียว “พสุธ?” ชายคนนั้นเอ่ยชื่อด้วยความประหลาดใจ “คุณนิรันดร์ใช่ไหมครับ” พสุธถาม ชายคนนั้นพยักหน้าช้าๆ “เข้ามาสิ” พสุธก้าวเข้าไปในห้อง มันเป็นห้องเล็กๆ ที่ดูรกพอสมควร มีกองหนังสือวางเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วไป มีกลิ่นอับชื้นและกลิ่นบุหรี่จางๆ “นั่งก่อนสิ” นิรันดร์ผายมือไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งที่พอจะว่างอยู่ พสุธทรุดตัวลงนั่ง เขาเห็นหนังสือ ‘เงาบนปีก’ วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กๆ ข้างๆ นิรันดร์ “ผม… ผมเจอหนังสือของคุณครับ” พสุธพูด น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นิรันดร์มองไปที่หนังสือเล่มนั้น “นั่นมัน… งานเก่าของผม” “คุณส่งอีเมลไปหาสำนักพิมพ์ของผม” พสุธกล่าว “คุณกล่าวหาว่าผมลอกเลียนแบบผลงานของคุณ” นิรันดร์ถอนหายใจยาว “ผม… ผมไม่ได้อยากทำอย่างนั้น” “แล้วทำไมคุณถึงทำครับ” พสุธถาม “ผมแค่… เห็นชื่อของคุณ… เห็นความสำเร็จของคุณ… แล้วผมก็…” นิรันดร์พูดตะกุกตะกัก “ผมรู้สึก… เจ็บปวด” “เจ็บปวด?” พสุธเลิกคิ้ว “ใช่” นิรันดร์ตอบ “ผมทุ่มเททั้งชีวิตให้กับ ‘เงาบนปีก’ ผมเขียนมันด้วยความหวังทั้งหมดที่ผมมี ผมเชื่อว่ามันเป็นงานที่ดีที่สุดของผม แต่… มันไม่เคยได้รับความสนใจเลย” เขาชี้ไปที่หนังสือ “ผมพยายามจะส่งมันไปตีพิมพ์หลายครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางสำนักพิมพ์ก็บอกว่ามันหดหู่เกินไป บางที่ก็บอกว่ามันไม่เข้ากับตลาด” “แล้ววันหนึ่ง… ผมได้ยินชื่อของคุณ” นิรันดร์กล่าว “ผมได้ยินว่านิยายของคุณ ‘ปีกบางที่แข็งแกร่ง’ ประสบความสำเร็จอย่างมาก… แล้วผมก็ได้อ่านมัน…” ดวงตาของนิรันดร์จ้องมองมาที่พสุธ “ผม… ผมตกใจมาก… มันเหมือนผมกำลังอ่านเรื่องราวของตัวเอง… การเดินทางของตัวละคร… ความรู้สึก… ทุกอย่างมันเหมือนกันไปหมด” “คุณคิดว่าผมลอกเลียนแบบคุณ” พสุธพูด “ผม… ผมไม่แน่ใจ” นิรันดร์ยอมรับ “ตอนแรกผมคิดแบบนั้นจริงๆ แต่พอผมคิดถึงมันอีกที… ผมก็เริ่มสงสัย” “สงสัยอะไรครับ” พสุธถาม “ผมสงสัยว่า… บางที… เราอาจจะกำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่คล้ายคลึงกัน… หรือบางที… ความรู้สึกของเราต่อการสร้างสรรค์ผลงานมันอาจจะไปในทิศทางเดียวกัน” นิรันดร์อธิบาย “ผม… ผมแค่อยากจะเตือนคุณ… ว่าอย่าให้ความสำเร็จมันบดบัง… อย่าให้มันทำให้คุณลืม… ว่าคุณเริ่มต้นมาจากไหน” พสุธนิ่งไป เขาพยายามประมวลผลคำพูดของนิรันดร์ เขามองไปที่หนังสือ ‘เงาบนปีก’ แล้วมองกลับมาที่นิรันดร์ “ผมเข้าใจแล้วครับ” พสุธกล่าว “ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ” “แล้ว… คุณจะทำยังไงต่อไปครับ” นิรันดร์ถาม “ผม… ผมยังไม่แน่ใจ” พสุธตอบ “แต่ผมคิดว่า… ผมต้องกลับไปทบทวนเรื่องราวของผมอีกครั้ง” “คุณ… คุณพอจะบอกผมได้ไหมครับว่า… คุณเขียน ‘เงาบนปีก’ ตอนไหน” พสุธถาม “ประมาณ… สิบสามปีที่แล้วครับ” นิรันดร์ตอบ “ผมตอนนั้นอายุประมาณคุณนี่แหละ” “สิบสามปี…” พสุธพึมพำ เขาจำได้ว่าเขาเริ่มเขียน ‘ปีกบางที่แข็งแกร่ง’ ประมาณสิบสองปีก่อน… “คุณ… คุณพอจะเล่าเรื่องราวของคุณให้ผมฟังได้ไหมครับ” พสุธเอ่ยปาก “ผมอยากจะเข้าใจ… ผมอยากจะรู้ว่าทำไมมันถึงออกมาเหมือนกันได้ขนาดนี้” นิรันดร์มองพสุธนิ่ง เขาเห็นความจริงใจในแววตาของนักเขียนหนุ่ม “ได้สิ” นิรันดร์ตอบ “ผมจะเล่าให้คุณฟัง… เรื่องราวของนักดนตรีที่ชื่อ ‘นิล’… และเงาบนปีกของเขา…” พสุธเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขาหยิบกระดาษโน้ตเล่มเล็กออกมา และปากกา เขาพร้อมแล้วที่จะรับฟังเรื่องราวจากปลายปากกาอีกอันหนึ่ง

4,659 ตัวอักษร