กำปั้นเหล็ก ท้าลมทะเล

ตอนที่ 4 / 35

ตอนที่ 4 — ชัยชนะที่เคลือบยาพิษ

ตะวันออกแรงชกสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว หมัดแย็บของเขาเฉี่ยวปลายคางของพายุหมุนไปเพียงเส้นยาแดงเดียว เสียงเชียร์จากกองเชียร์ของพายุหมุนดังกระหึ่มราวกับพายุลูกย่อมๆ พายุหมุนหัวเราะในลำคอ ใบหน้าเปื้อนเหงื่อแต่แววตายังคงมุ่งมั่น “หมัดดีนี่ไอ้หนุ่ม แต่ยังช้าไปหน่อย” “ช้าเหรอครับ!” ตะวันสวนกลับทันควัน พร้อมกับถีบสกัดกั้นการบุกเข้ามาของพายุหมุน พายุหมุนต้องผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว ร่างกายใหญ่โตของมันดูอุ้ยอ้ายขึ้นมาทันทีเมื่อต้องเผชิญกับความเร็วของตะวัน “เล่นเร็วแบบนี้ จะเอาอะไรไปสู้กับหมัดหนักๆ ของฉัน!” พายุหมุนตะโกน พร้อมกับปล่อยหมัดขวาตรงเข้าใส่ ตะวันเห็นท่าไม่ดีรีบก้มหลบ หมัดนั้นเฉียดศีรษะเขาไปอย่างหวุดหวิด ถ้าช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที เขาอาจจะหมดสติไปแล้วก็ได้ “เกือบไปแล้ว!” ตะวันคิดในใจ เขาเหลือบมองไปที่มุมของตัวเอง เห็นศักดิ์ยืนกอดอกอยู่สีหน้าเคร่งเครียด เขาพยายามอ่านสัญญาณจากศักดิ์ แต่ดูเหมือนศักดิ์เองก็กำลังคิดหนักเช่นกัน “หมัดของแกมันหนักจริงๆ!” ตะวันตะโกนพร้อมกับปล่อยหมัดชุดเข้าใส่พายุหมุนอีกครั้ง แต่คราวนี้พายุหมุนตั้งรับได้ดีกว่าเดิม มันใช้ศอกปัดป้องหมัดของตะวันออกไปได้อย่างสวยงาม “หมัดแกหนักเท่าหมัดของฉันไหมล่ะ!” พายุหมุนสวนกลับด้วยหมัดฮุกซ้ายที่รุนแรง ตะวันยกแขนขึ้นป้องหน้าอย่างรวดเร็ว แต่แรงปะทะก็ทำให้แขนของเขารู้สึกชาไปทั้งแขน “แรงดีจริงๆ” ตะวันกัดฟัน เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า สมาธิเริ่มลดน้อยลง ความคิดเริ่มพร่ามัว “ตะวัน! ตั้งสติ!” เสียงตะโกนจากกรรมการดังขึ้น ทำให้ตะวันสะดุ้งกลับมา เขามองไปที่มุมของพายุหมุน เห็นอภิชาติยืนยิ้มอย่างสบายใจอยู่ข้างๆ “มันคงรู้แล้วว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ” ตะวันคิด “กัดฟันไว้ตะวัน! แกทำได้!” เสียงเชียร์จากคนดูบางส่วนดังขึ้น พวกเขาเริ่มเห็นแววของมวยดาวรุ่งอย่างตะวัน แต่ก็ยังมีเสียงเชียร์ของพายุหมุนดังกลบไปอยู่ดี “นี่แหละคือการต่อสู้ของจริงสินะ” ตะวันสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาจำคำสอนของพ่อได้ “ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะแกร่งแค่ไหน ถ้าใจเราไม่ยอมแพ้ เราก็ยังมีโอกาสชนะเสมอ” ตะวันเริ่มเปลี่ยนแผนการต่อสู้ เขาไม่พยายามแลกหมัดกับพายุหมุนตรงๆ อีกต่อไป เขาอาศัยความเร็วและระยะที่ได้เปรียบในการเดินเกม เขาใช้การเตะกวาดล่างเพื่อทำลายจังหวะของพายุหมุน ก่อนจะตามด้วยหมัดแย็บที่แม่นยำเข้าที่ใบหน้า “โอ๊ย!” พายุหมุนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หมัดแย็บของตะวันเริ่มสร้างความเสียหายให้กับใบหน้าของมัน ดวงตาข้างหนึ่งเริ่มบวมเล็กน้อย “แก!” พายุหมุนโกรธจัด มันปล่อยหมัดหนักชุดใหญ่เข้าใส่ตะวันอย่างบ้าคลั่ง ตะวันหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว แต่ก็ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก “หมดเวลา ยกสุดท้ายแล้ว!” เสียงกรรมการดังขึ้น ตะวันและพายุหมุนถอยกลับเข้ามุมของตัวเอง “ไหวไหมตะวัน?” ศักดิ์ถาม พลางเช็ดเหงื่อให้ตะวัน “เห็นว่าแกเริ่มมีอาการ” “ผมไหวครับพี่” ตะวันตอบเสียงหอบ “แต่คู่ต่อสู้ผมก็ไม่ใช่เล่นๆ เลย” “นี่คือโอกาสของแกนะตะวัน” ศักดิ์พูดเสียงจริงจัง “ถ้าแกชนะในยกนี้ แกจะได้ค่าตัวตามที่อภิชาติสัญญาไว้ แล้วชื่อเสียงแกจะดังไปทั่วประเทศ” “แล้วถ้าผมแพ้?” ตะวันถาม ศักดิ์ลังเลเล็กน้อย “ถ้าแกแพ้… แกก็ต้องเซ็นสัญญาตามที่ตกลงไว้” ตะวันพยักหน้า เขาเข้าใจสถานการณ์ดี การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันสูงมาก “เอาล่ะ! ยกสุดท้าย!” เสียงกรรมการดังขึ้น สัญญาณระฆังดังขึ้น ตะวันและพายุหมุนเดินออกจากมุมของตัวเองมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง “ฉันจะไม่ยอมแพ้ให้แกง่ายๆ หรอก!” พายุหมุนตะโกน “ฉันจะอัดแกให้เละ!” “เรามาดูกัน!” ตะวันตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว การต่อสู้ในยกสุดท้ายเข้มข้นกว่าเดิมมาก ทั้งสองฝ่ายต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจที่มีทั้งหมดเข้าสู้ ตะวันอาศัยความเร็วในการหลบหลีกและโจมตีอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มชำนาญในการจับจังหวะของพายุหมุนมากขึ้นเรื่อยๆ “หมัดหมุน!” พายุหมุนตะโกน พร้อมกับหมุนตัวปล่อยหมัดฮุกซ้ายอย่างรุนแรง ตะวันเห็นท่าทางของพายุหมุน เขาเตรียมพร้อมที่จะหลบ แต่แล้วเขาก็นึกถึงคำพูดของศักดิ์ “แกชนะแน่” ตะวันตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำ เขาไม่หลบ แต่กลับยื่นหมัดขวาออกไปปะทะหมัดฮุกซ้ายของพายุหมุนอย่างจัง “ตุบ!” เสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วสนามมวย แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ทั้งสองคนเซถอยหลังไปคนละก้าว “อะไรกัน!” อภิชาติอุทานด้วยความตกใจ เขาเห็นว่าตะวันจงใจแลกหมัดกับพายุหมุน “ไม่จริงน่า!” ศักดิ์อุทานตาม ตะวันทำอะไรลงไป ตะวันรู้สึกว่าหมัดของเขาชาไปทั้งแขน แต่เขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ เขาเห็นพายุหมุนเองก็เซไปเซมาเช่นกัน “แก! แกทำได้ยังไง!” พายุหมุนตะโกนถามด้วยความไม่เชื่อ “นี่แหละมวยไทย!” ตะวันตะโกนกลับ “หมัดทุกหมัดมีความหมาย!” ในช่วงเวลาที่พายุหมุนเสียสมาธิไปนั้น ตะวันก็ไม่รอช้า เขาปล่อยหมัดขวาตรงเข้าเต็มใบหน้าของพายุหมุนอย่างแม่นยำ “พลั่ก!” พายุหมุนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็หมดแรงเสียแล้ว “สิบ!” “เก้า!” “แปด!” “เจ็ด!” เสียงนับของกรรมการดังขึ้นเรื่อยๆ พายุหมุนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ทันเวลา “สิบ! พายุหมุนแพ้การน็อกเอาท์!” เสียงระฆังดังขึ้น พร้อมกับเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของผู้ชม ตะวันยืนหอบหายใจอยู่กลางเวที เขาชนะแล้ว! เขาชนะการต่อสู้ครั้งสำคัญในชีวิต! ศักดิ์วิ่งขึ้นไปบนเวที กอดตะวันแน่น “แกทำได้! ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกทำได้!” อภิชาติเดินเข้ามาหาตะวันด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ยินดีด้วยนะตะวัน ชัยชนะของแกในวันนี้ มันจะเป็นที่จดจำ” ตะวันหันไปมองอภิชาติด้วยความสงสัย “คุณอภิชาติ… ข้อเสนอของคุณ…” “ไม่ต้องห่วง” อภิชาติยิ้มเย็น “ฉันจะรักษาสัญญา” ตะวันมองไปรอบตัว เขาเห็นเสี่ยใหญ่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจะกว้างกว่าปกติ “ดีมากตะวัน ดีมาก! สมแล้วที่เป็นเพชรเม็ดงามที่ฉันเจอ” ตะวันรู้สึกดีใจกับชัยชนะ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอภิชาติถึงดูใจดีผิดปกติ และทำไมเสี่ยใหญ่ถึงได้ดีใจขนาดนี้ เหมือนกับว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นไปตามแผนของพวกเขาอยู่แล้ว

4,656 ตัวอักษร