เกลียวคลื่น แห่งใจ ที่ไม่ยอมแพ้

ตอนที่ 2 / 35

ตอนที่ 2 — แรงเสียดทาน จากคำดูถูก

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง พอใจสะดุ้งตื่นทันที เธอไม่เคยต้องการการปลุกให้ตื่นเพื่อไปฝึกซ้อม กีฬาได้หล่อหลอมให้เธอมีวินัยในตัวเองไปแล้ว ร่างกายที่ยังคงปวดเมื่อยจากการฝึกซ้อมเมื่อวานนี้ ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นของเธอถดถอยลงไปเลยสักนิด เธอลุกขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านออก แสงจันทร์ยังคงสาดส่องลงมา แต่ก็ใกล้จะจางหายไปตามกาลเวลา "อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคัดเลือกแล้วสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง "ต้องทำให้ดีที่สุด" หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ พอใจก็สวมชุดกีฬาที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เธอเดินออกจากห้องพักนักกีฬา ไปยังโรงเก็บเรือแคนูที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ กลิ่นอายของน้ำ ความชื้น และกลิ่นไม้ของเรือแคนู ลอยมาแตะจมูก ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างประหลาด โค้ชวิชัยมาถึงก่อนเธอเล็กน้อย เขากำลังทำความสะอาดเรือแคนูคู่ใจของเธออยู่ "อรุณสวัสดิ์ พอใจ" "อรุณสวัสดิ์ค่ะโค้ช" พอใจยิ้มตอบ "วันนี้เราจะซ้อมอะไรกันบ้างคะ" "วันนี้เราจะเน้นเรื่องการควบคุมเรือให้คงที่ในสภาพน้ำที่มีคลื่นลมแรงขึ้นหน่อย" โค้ชวิชัยกล่าวพลางยื่นพายให้เธอ "ช่วงนี้ลมค่อนข้างแรง น่าจะเป็นการฝึกที่ดี" พอใจรับพายมา แล้วเดินไปยังเรือแคนูของเธอ "ค่ะ" เธอตอบรับสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงเรือ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง "นี่เธอ ยังจะมาฝึกซ้อมอีกเหรอ" พอใจหันกลับไปมอง พบกับนักกีฬาพายเรือแคนูหญิงอีกคนหนึ่ง เธอคืออรทัย นักกีฬาตัวเต็งของทีม ที่มักจะแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามพอใจอยู่เสมอ อรทัยมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง กล้ามเนื้อเป็นมัดสวยงาม แตกต่างจากพอใจอย่างเห็นได้ชัด "ใช่ ฉันมาซ้อม" พอใจตอบกลับอย่างใจเย็น "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าอรทัย" อรทัยหัวเราะเยาะ "ปัญหามันอยู่ที่การที่เธอมาทำให้ทีมเสียชื่อมากกว่ามั้ง สภาพร่างกายแบบนั้นน่ะนะ ยังจะฝันว่าจะได้ไปแข่งโอลิมปิกอีกเหรอ ฝันไปเถอะ" คำพูดของอรทัยเหมือนมีดที่กรีดแทงเข้ามาในใจของพอใจ แต่เธอก็พยายามสะกดอารมณ์เอาไว้ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำดูถูกจากเธอ" "ฉันไม่ได้ดูถูก แค่พูดความจริง" อรทัยพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน "เธอรู้ตัวไหมว่าแขนข้างขวาของเธอแทบจะไม่มีแรงเลย ถ้าไปแข่งจริงๆ เธอจะถ่วงทีมให้แพ้เปล่าๆ" "ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด" พอใจพูดเสียงแข็ง "และฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็น ว่าความฝันของฉันมันไม่ใช่แค่ฝันลมๆ แล้งๆ" "หึ! ก็ลองดู" อรทัยยักไหล่ "แต่อย่ามาโทษฉันนะ ถ้าสุดท้ายเธอต้องผิดหวัง" พูดจบอรทัยก็เดินจากไป ทิ้งให้พอใจยืนนิ่งอยู่กับที่ โค้ชวิชัยเดินเข้ามาตบบ่าของพอใจเบาๆ "อย่าไปใส่ใจคำพูดของเขาเลยพอใจ" "หนูไหวค่ะโค้ช" พอใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "คำพูดของอรทัยมันยิ่งทำให้หนูอยากพิสูจน์ตัวเองมากขึ้นไปอีก" "ดีมาก" โค้ชวิชัยยิ้มให้ "จำไว้นะ พอใจ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่กล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันอยู่ที่จิตใจที่แข็งแกร่งต่างหาก" พอใจพยักหน้ารับ เธอปีนขึ้นไปนั่งบนเรือแคนูอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวแต่แข็งแรงของเธอกระชับพายแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่ผืนน้ำที่เริ่มมีคลื่นลมแรงขึ้นตามที่โค้ชบอก "พร้อมนะ" โค้ชวิชัยถาม "พร้อมค่ะ!" พอใจตอบเสียงดัง เธอเริ่มพายเรือออกไปกลางทะเลสาบอย่างช้าๆ คลื่นลมที่ซัดเข้ามาทำให้เรือโคลงเคลงเล็กน้อย เธอใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการควบคุมเรือให้ทรงตัวอยู่ได้ แขนข้างซ้ายของเธอออกแรงพายอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่แขนข้างขวา เธอพยายามออกแรงเหวี่ยงพายอย่างประณีต เพื่อให้เกิดแรงส่งที่สมดุลที่สุด "โฟกัสที่การหายใจนะ พอใจ" เสียงของโค้ชวิชัยดังมาจากฝั่ง "จังหวะการหายใจสำคัญมาก มันจะช่วยให้เธอควบคุมการออกแรงได้ดีขึ้น" พอใจพยายามทำตามคำแนะนำของโค้ช เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้สอดคล้องกับการพายเรือ ความเจ็บปวดที่แขนข้างขวาเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่เธอก็เลือกที่จะเพิกเฉย มันเป็นเหมือนกับแรงเสียดทานที่คอยฉุดรั้งเธอไว้ แต่แรงผลักดันจากความฝันของเธอมันแข็งแกร่งกว่า "ดีมาก! ทรงตัวได้ดีขึ้นเยอะเลย" โค้ชวิชัยตะโกนให้กำลังใจ "พยายามรักษาจังหวะไว้" พอใจรู้สึกดีใจที่การฝึกซ้อมของเธอเริ่มเห็นผล เธอสามารถควบคุมเรือได้ดีขึ้น แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม แต่การที่เธอสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางคลื่นลมแรง โดยที่แขนข้างขวาของเธอไม่ได้เป็นอุปสรรคมากเท่าที่อรทัยคิด มันก็เป็นสัญญาณที่ดี "เธอจะพายเรือไปได้อีกนานแค่ไหน พอใจ" เสียงของอรทัยดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอเดินมาที่ริมฝั่งพร้อมกับนักกีฬาคนอื่นๆ "อีกไม่นานร่างกายเธอก็คงจะพังไปมากกว่านี้" พอใจพยายามไม่หันไปมอง เธอตั้งสมาธิกับการพายเรือต่อไป "ตราบเท่าที่หัวใจของฉันยังเต้น ฉันก็จะพายต่อไป" เธอตอบกลับไปโดยไม่หยุดพาย "ปากดีนักนะ" อรทัยหัวเราะ "เดี๋ยวก็ได้รู้กัน" การฝึกซ้อมดำเนินต่อไป จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มลอยสูงขึ้น พอใจรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมทั่วร่างกาย แต่เธอก็ยังคงพายเรือต่อไป เธอรู้ดีว่าอุปสรรคไม่ได้มีเพียงแค่ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ แต่ยังมีคำดูถูกและความไม่เชื่อมั่นจากคนรอบข้างอีกด้วย "พอแล้วสำหรับวันนี้" โค้ชวิชัยส่งสัญญาณให้เธอ "กลับเข้าฝั่งได้แล้ว" พอใจพยักหน้ารับ เธอค่อยๆ พายเรือกลับเข้าฝั่ง เมื่อเรือเทียบท่า เธอก็รีบก้าวลงจากเรืออย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น "เหนื่อยมากเลยสิ" โค้ชวิชัยกล่าว พลางยื่นขวดน้ำให้เธอ "แต่เธอก็ทำได้ดีมากในวันนี้" "ขอบคุณค่ะโค้ช" พอใจรับน้ำมาดื่ม รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที "หนูรู้สึกว่าหนูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ" "แน่นอน" โค้ชวิชัยยิ้ม "ทุกหยาดเหงื่อที่เสียไป มันจะกลับมาเป็นพลังให้เธอเอง" อรทัยที่ยังยืนมองอยู่ริมฝั่ง ทำหน้าไม่พอใจนัก เธอไม่คิดว่าพอใจจะสามารถทนต่อสภาพอากาศที่โหดร้ายได้นานขนาดนี้ "ไปพักผ่อนนะ" โค้ชวิชัยบอกพอใจ "แล้วพรุ่งนี้เรามาดูกันว่าเธอจะทำได้ดีแค่ไหน" พอใจพยักหน้ารับ เธอเดินจากไปพร้อมกับความเหนื่อยล้า แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง คำดูถูกของอรทัยไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ แต่กลับเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่คอยจุดประกายให้เธออยากพิสูจน์ตัวเองให้มากขึ้นไปอีก

4,846 ตัวอักษร