ตอนที่ 3 — พยัคฆ์ผยองกลางสายหมอก
การแข่งขันเรือมังกรชิงแชมป์ประเทศไทยก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด และความคาดหวังจากผู้ชมที่มารอชมการประลองของสองทีมคู่ปรับตลอดกาล คือ “พยัคฆ์เจ้าพระยา” และ “พยัคฆ์สมุทร” สายน้ำเจ้าพระยาในเช้าวันนี้ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกจางๆ ทำให้ทัศนวิสัยไม่ค่อยดีนัก
บนเรือ “พยัคฆ์เจ้าพระยา” เมฆยืนอยู่ตรงกลางเรือ สายตามองตรงไปข้างหน้า แม้จะมองเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังและความมุ่งมั่นของเพื่อนร่วมทีม
“ทุกคนได้ยินเสียงกลองไหม?” เมฆถาม “นั่นคือสัญญาณว่าการแข่งขันจะเริ่มในอีกไม่ช้า”
“ได้ยินครับพี่เมฆ” ดินตอบ เสียงของเขาดูจริงจังกว่าปกติ
“วันนี้อากาศไม่เป็นใจเลยนะครับ” ฟ้าเอ่ยขึ้น “หมอกหนาแบบนี้ การมองเห็นแย่ลงไปอีก”
“ใช่” เมฆพยักหน้า “แต่เราต้องไม่ยอมให้มันเป็นอุปสรรค”
“เราต้องพายอย่างระมัดระวัง” เมฆกล่าวต่อ “รักษาจังหวะให้สม่ำเสมอ และคอยฟังเสียงสัญญาณจากกรรมการให้ดี”
เขากล่าวเสริม “วายุและทีมของเขาคงกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ แต่เราต้องโฟกัสที่การพายของเราเองเท่านั้น อย่าให้แผนการของพวกเขามาทำให้เราเสียสมาธิ”
ไม่นานนัก เสียงสัญญาณก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงกลองที่เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ เรือทุกขลำก็พุ่งทะยานออกไปจากจุดสตาร์ท ท่ามกลางม่านหมอกที่ค่อยๆ จางลงเมื่อเรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
“ทีมพยัคฆ์เจ้าพระยาออกตัวได้ดี!” เสียงผู้บรรยายดังขึ้น “นำโดยเมฆ หัวหน้าทีมที่ดูสุขุมเยือกเย็น”
“แต่นั่นทีมพยัคฆ์สมุทร!” เสียงผู้บรรยายอีกคนอุทาน “พวกเขาพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!”
เรือสีน้ำเงินเข้มของวายุพุ่งเข้ามาเทียบข้างกับเรือของเมฆอย่างรวดเร็ว ราวกับจะใช้ความได้เปรียบจากหมอกที่ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง
“ไง เมฆ!” วายุตะโกน “เป็นไงล่ะ หมอกของฉัน!”
“นี่มันหมอกของธรรมชาติ ไม่ใช่ของแก!” เมฆสวนกลับ “อย่าคิดว่าจะเอาชนะฉันด้วยวิธีสกปรกแบบนี้!”
“สกปรกเหรอ?” วายุหัวเราะ “นี่แหละคือการแข่งขัน! แกไม่เคยเจอของจริงสินะ!”
เรือของทั้งสองทีมพายเคียงข้างกันอย่างสูสี กล้ามเนื้อทุกมัดของนักพายเกร็งแน่น การควบคุมใบพายต้องแม่นยำเป็นพิเศษ เพราะหากพลาดเพียงนิดเดียว เรืออาจจะชนกันได้
“เร่งจังหวะ!” เมฆสั่ง “เราต้องนำพวกมันให้ได้!”
“พี่เมฆครับ!” ฟ้าตะโกน “ระวัง! มีเรืออีกลำกำลังจะแซงขึ้นมาทางซ้าย!”
เมฆหันไปมองอย่างรวดเร็ว เขาเห็นเรือลำหนึ่งที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เป็นเรือที่เขาไม่คุ้นเคย มันดูเหมือนจะไม่ได้มาจากทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันหลัก
“นั่นมันเรืออะไร?” ดินถามอย่างสงสัย
“อย่าไปสนใจมัน!” เมฆตะโกน “โฟกัสที่วายุ!”
แต่เรือลำปริศนานั้นก็พุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเกือบจะชนกับเรือของทีม “พยัคฆ์เจ้าพระยา”
“ระวัง!” เมฆตะโกนอีกครั้ง
จังหวะการพายของทีม “พยัคฆ์เจ้าพระยา” เสียจังหวะไปเล็กน้อย ทำให้เรือของวายุฉวยโอกาสนี้แซงขึ้นไป
“ฮ่าๆๆ! ฉันบอกแล้ว!” วายุหัวเราะอย่างสะใจ “แกไม่มีทางชนะฉันได้!”
เมฆมองตามเรือของวายุที่กำลังนำห่างออกไป เขารู้สึกโกรธ แต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์
“ทุกคน!” เมฆตะโกน “เรือลำนั้นไม่ใช่คู่แข่งของเรา! เราต้องไม่เสียสมาธิ! วายุกำลังจะหนีไป!”
“แต่พี่เมฆ…” ฟ้าพยายามจะอธิบาย
“ฉันรู้ว่ามันแปลก” เมฆกล่าว “แต่วันนี้เป้าหมายของเราคือการเอาชนะทีม ‘พยัคฆ์สมุทร’ เราจะไปจัดการกับเรือลำนั้นทีหลัง”
พวกเขาเร่งเครื่องพายตามหลังเรือของวายุไปติดๆ เรือลำปริศนาที่ก่อกวนเมื่อครู่ก็หายลับไปในม่านหมอก
“มันคงเป็นกลยุทธ์ของวายุเอง” ดินคาดเดา “ให้ใครบางคนมาป่วนเรา”
“เป็นไปได้” เมฆตอบ “แต่เราจะปล่อยให้มันได้ใจไม่ได้”
การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทีม “พยัคฆ์เจ้าพระยา” พยายามเร่งเครื่องแซงทีม “พยัคฆ์สมุทร” แต่ดูเหมือนว่าวายุจะรักษาความเร็วไว้ได้อย่างคงที่
“เราตามไม่ทันแล้วพี่เมฆ!” ดินกล่าวอย่างเหนื่อยหอบ
“ไม่! เราต้องพยายาม!” เมฆยืนกราน “เรามีเวลาอีก”
แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเรือของวายุเริ่มเอียงอย่างรุนแรง และไม่นานนัก เรือลำนั้นก็พลิกคว่ำลงในแม่น้ำ!
“ว้าย! เรือล่ม!” เสียงผู้คนอุทาน
“วายุ!” เมฆตะโกนด้วยความตกใจ
นักพายทุกคนบนเรือ “พยัคฆ์เจ้าพระยา” ชะงักไปทันที การแข่งขันหยุดชะงักลง ผู้คนบนฝั่งต่างตื่นตกใจ
“หยุดการแข่งขัน!” เสียงกรรมการดังขึ้น “หยุดการแข่งขัน!”
เมฆไม่รอช้า เขาชี้ไปที่เพื่อนร่วมทีม “ทุกคน! ลงไปช่วยวายุ!”
โดยไม่ลังเล นักพายทุกคนในทีม “พยัคฆ์เจ้าพระยา” คว้าเสื้อชูชีพและรีบดำลงไปในแม่น้ำเพื่อช่วยเหลือนักพายจากทีม “พยัคฆ์สมุทร” ที่กำลังประสบอุบัติเหตุ
“วายุ! นายเป็นอะไรไหม!” เมฆตะโกนขณะที่เขาว่ายน้ำไปถึงตัววายุ
วายุสำลักน้ำ แต่ก็สามารถพูดได้ “ฉัน…ฉันไม่เป็นไร…แต่…”
“ไม่เป็นไรแล้ว!” เมฆพูด “ตอนนี้เราต้องรีบขึ้นฝั่ง”
เมฆและเพื่อนร่วมทีมช่วยกันพาวายุและนักพายคนอื่นๆ ของทีม “พยัคฆ์สมุทร” ขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัย แม้จะเหนื่อยล้า แต่ทุกคนก็โล่งใจที่ไม่มีใครได้รับอันตรายร้ายแรง
“ขอบใจนะ เมฆ” วายุพูดเสียงแผ่วเบา ใบหน้าของเขาซีดเผือด “ฉัน…ฉันขอบคุณแกจริงๆ”
เมฆมองวายุด้วยสายตาที่อ่อนลง “เราเป็นนักกีฬา เราต้องช่วยเหลือกัน”
“แต่…เรือลำนั้น…” วายุพยายามจะพูด
“เรือลำนั้นน่ะเหรอ?” เมฆมองไปยังจุดที่เรือลำปริศนาเคยอยู่ “ฉันว่ามันไม่ใช่ฝีมือของแกหรอก”
เมื่อตรวจสอบรายละเอียด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ เรือลำปริศนาที่เข้ามาป่วนการแข่งขันนั้นแท้จริงแล้วเป็นเรือของกลุ่มนักพนันนอกกฎหมาย ที่พยายามจะก่อกวนเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการพนัน แต่การกระทำของพวกเขากลับส่งผลให้เรือของวายุพลิกคว่ำ
การแข่งขันถูกระงับไปอย่างไม่มีกำหนด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเมฆและวายุไปตลอดกาล จากคู่แข่งที่เต็มไปด้วยความแค้น กลายเป็นนักกีฬาที่เคารพซึ่งกันและกัน
“ถึงแม้เราจะเป็นคู่แข่งกัน” เมฆกล่าวกับวายุ “แต่เราก็คือเพื่อนร่วมวงการเดียวกัน”
วายุพยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้ว เมฆ ฉันขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับแก”
“ไม่เป็นไร” เมฆยิ้ม “เรามาแข่งกันอย่างยุติธรรมในครั้งต่อไปก็แล้วกัน”
แม้ว่าการแข่งขันในวันนั้นจะจบลงโดยไม่มีผู้ชนะ แต่บทเรียนที่ได้รับกลับมีค่ามากกว่าชัยชนะใดๆ ทีม “พยัคฆ์เจ้าพระยา” ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสปิริตของนักกีฬาอย่างแท้จริง
4,862 ตัวอักษร