ตอนที่ 2 — สัญญาณอันตรายจากอดีต
สารวัตรภาคินและจ่าสิบตำรวจนที มาถึงที่เกิดเหตุฆาตกรรมคุณกิตติศักดิ์อีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้ ยังคงเต็มไปด้วยความเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเก็บทุกอย่างไปตรวจสอบแล้วก็ตาม แต่กลิ่นอายของความตายและความอึดอัดยังคงอบอวลอยู่
ภาคินเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องด้วยสายตาที่สังเกตทุกรายละเอียด แสงไฟนีออนสีขาวสาดส่องสะท้อนเงาบนพื้นหินอ่อนขัดมันที่ไร้ที่ติ เขาเดินไปยังมุมห้องที่เชื่อว่าเป็นจุดที่ร่างของคุณกิตติศักดิ์ถูกพบเป็นศพ แม้ว่าตอนนี้จะมีเพียงรอยจางๆ บนพื้นผิวเท่านั้น
"ไม่มีร่องรอยอะไรเลยจริงๆ ครับสารวัตร" นทีเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พลางก้มลงมองพื้น "ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพหลอน"
"แต่ภาพหลอนมันไม่สามารถสังหารคนได้" ภาคินตอบพลางลูบมือไปตามผนัง "ฉันรู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างที่นี่ พลังงานที่มองไม่เห็น"
"พลังงาน?" นทีเลิกคิ้ว
"ใช่" ภาคินยืนยัน "ลองสังเกตดูสิ ไม่ใช่แค่ความเย็นธรรมดา แต่มันเป็นความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา"
ภาคินเดินไปยังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้สักเนื้อดี ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แต่มีบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจของเขา นั่นคือ สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลที่วางอยู่กลางโต๊ะ
"สมุดเล่มนี้... ดูเหมือนจะเป็นบันทึกส่วนตัวของคุณกิตติศักดิ์" ภาคินหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง
ด้านในเต็มไปด้วยลายมือบรรจง ที่บันทึกเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่วันที่ รายละเอียดของโครงการ การประชุมผู้เกี่ยวข้อง ไปจนถึงความกังวลส่วนตัว
"อะไรที่ทำให้คุณกิตติศักดิ์ต้องบันทึกเรื่องพวกนี้ไว้อย่างละเอียดขนาดนี้" นทีสงสัย
"อาจจะเป็นเพราะเขากำลังรู้สึกไม่ปลอดภัย" ภาคินตอบ พลางพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ "ดูนี่สิ... เกือบทุกหน้ามีการกล่าวถึง 'บุคคลนิรนาม' ที่คอยจับตามองเขาอยู่"
"บุคคลนิรนาม?" นทีขมวดคิ้ว
"ใช่ เขาเขียนว่า 'มีเงาตามติดตลอดเวลา รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ที่ไม่มีใครอยู่' แล้วก็มีบันทึกอีกอันที่น่าสนใจ 'โครงการนี้ต้องสำเร็จ จะยอมไม่ได้เด็ดขาด ใครหน้าไหนก็หยุดยั้งข้าไม่ได้' " ภาคินอ่านข้อความในบันทึก "เหมือนเขากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างอยู่"
"แล้ว 'บุคคลนิรนาม' ที่ว่านี่... มันคือใครกันแน่ครับ" นทีถาม
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบ" ภาคินปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นลง "ดูเหมือนว่าคดีนี้จะมีความซับซ้อนมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เสียงโทรศัพท์มือถือของภาคินก็ดังขึ้น ปลายสายเป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยสืบประวัติของเหยื่อ
"ครับสารวัตร... ครับ... เข้าใจแล้วครับ" ภาคินตอบรับโทรศัพท์ ก่อนจะหันมาทางนที "มีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเหยื่อทั้งสามราย"
"ว่าไงครับ" นทีถามอย่างกระตือรือร้น
"ทั้งสามคน... เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยพลังเหนือธรรมชาติ ของศาสตราจารย์ ดร. อัครา จิตตานนท์" ภาคินกล่าว "คุณกิตติศักดิ์เป็นผู้อุปถัมภ์หลักของสถาบัน ส่วนเหยื่ออีกสองราย ก็เคยเข้าร่วมการวิจัยบางอย่างที่นั่นเมื่อหลายปีก่อน"
"สถาบันวิจัยพลังเหนือธรรมชาติ... อย่างนั้นเหรอครับ" นทีทวนคำ "อาจารย์อัครา... ผมเคยได้ยินชื่อเสียงของท่าน"
"ดูเหมือนว่าเราจะได้เจอใครบางคนที่มีข้อมูลสำคัญแล้ว" ภาคินกล่าว "นที เตรียมรถ เราจะไปที่สถาบันวิจัยพลังเหนือธรรมชาติ"
เมื่อรถตำรวจแล่นมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของสถาบันวิจัยพลังเหนือธรรมชาติ ศาสตราจารย์ ดร. อัครา จิตตานนท์ ก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง ใบหน้าของท่านดูเคร่งเครียดกว่าปกติ
"สารวัตรภาคิน ผมทราบข่าวคราวแล้ว" ศาสตราจารย์อัครากล่าว "เสียใจด้วยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"
"ขอบคุณครับท่านศาสตราจารย์" ภาคินโค้งศีรษะเล็กน้อย "ผมมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านครับ"
"ผมยินดีเสมอ" ศาสตราจารย์อัคราตอบ "มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้"
"เราพบว่าเหยื่อทั้งสามรายมีความเชื่อมโยงกับสถาบันของท่าน" ภาคินกล่าว "ทั้งคุณกิตติศักดิ์ และเหยื่ออีกสองราย เคยเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยที่นี่"
ศาสตราจารย์อัคราพยักหน้า "ถูกต้องครับ คุณกิตติศักดิ์เป็นผู้อุปถัมภ์หลัก ส่วนนักแสดงและศาสตราจารย์อีกสองท่าน ก็เคยมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องพลังจิตเมื่อหลายปีก่อน"
"ท่านพอจะจำได้ไหมครับว่า การวิจัยนั้นเกี่ยวกับอะไร" ภาคินถาม
"เป็นการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาพลังจิตในรูปแบบต่างๆ" ศาสตราจารย์อัคราตอบ "แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากมีปัญหาบางประการ"
"ปัญหาอะไรครับ" นทีถามแทรก
"มีผู้เข้าร่วมการวิจัยบางคน แสดงอาการผิดปกติน่ะครับ" ศาสตราจารย์อัครากล่าว "มีอาการคลุ้มคลั่ง ควบคุมตัวเองไม่ได้ และยังแสดงพลังจิตที่ควบคุมไม่ได้ออกมาด้วย"
"หมายความว่า... มีคนได้รับอันตรายจากพลังจิตนั้นอย่างนั้นเหรอครับ" ภาคินถาม
"เราพยายามควบคุมแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำได้" ศาสตราจารย์อัครากล่าวเสียงเครียด "สุดท้าย เราต้องยุติโครงการนั้นไป และผู้ที่แสดงอาการผิดปกติ ก็ถูกส่งตัวไปยังสถานบำบัดเฉพาะทาง"
"ท่านพอจะบอกได้ไหมครับว่า ใครคือผู้ที่แสดงอาการผิดปกติเหล่านั้น" ภาคินถาม
ศาสตราจารย์อัคราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "มีอยู่คนหนึ่ง... ชื่อ ปราโมทย์ เขาเป็นชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์ด้านพลังจิตสูงมาก แต่ก็ควบคุมมันได้ยากเหลือเกิน"
"แล้วตอนนี้ปราโมทย์อยู่ที่ไหนครับ" ภาคินถาม
"หลังจากถูกส่งตัวไปยังสถานบำบัด เขาก็ขาดการติดต่อไป" ศาสตราจารย์อัคราตอบ "เราไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน หรือมีชีวิตเป็นอย่างไร"
ภาคินมองไปยังพลอยใส ซึ่งยืนฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆ เขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเธอ
"ผมขอให้ท่านช่วยตามหาข้อมูลเกี่ยวกับปราโมทย์ด้วยครับ" ภาคินกล่าว "และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะพูดคุยกับนักวิจัยคนอื่นๆ ที่เคยร่วมงานในโครงการนั้นด้วย"
"แน่นอนครับสารวัตร" ศาสตราจารย์อัคราตอบรับ "ผมจะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่"
เมื่อภาคินและนทีเดินทางกลับมาถึงสถานีตำรวจ ภาคินก็สั่งให้ทีมสืบสวนเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ปราโมทย์ ทันที เขาเชื่อว่า ปราโมทย์ คือกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาของคดีฆาตกรรมปริศนาที่ไร้ร่องรอยนี้
4,806 ตัวอักษร